ความลับ “3 ศาสตร์ความงาม” คงความอ่อนเยาว์ ตัวช่วยหน้าสวยสุขภาพดี

Published on

หลายคนเมื่อมีอายุมากขึ้น เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย ทั้งภายในและภายนอก จนทำให้รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ เมื่อเห็นใบหน้าตัวเองไม่สดใส หรือมีริ้วรอย สภาพผิวหน้าเสื่อมโทรมจากความอ่อนเพลีย ดูเหนื่อยล้า รวมถึงจากโรคประจำตัวต่าง ๆ ทำให้การดูแลตัวเองด้วยวิธีการและรูปแบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป
นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด กล่าวว่า เรื่องความงามจะเกี่ยวข้องกับ 3 ศาสตร์เป็นส่วนประกอบหลักสำคัญ ที่ศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด ได้ออกแบบโปรแกรม “Bangmod Triple Facial Rejuvenation” ให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ความงามทั้งภายในและภายนอก ได้แก่ ศาสตร์ที่ 1 ศัลยกรรมความงาม (ศัลยกรรมดึงหน้า) ศาสตร์ที่ 2 Facial Contouring (การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด) และศาสตร์ที่ 3 Anti Aging (เวชศาสตร์ชะลอวัย) ไว้ในที่เดียว ซึ่งคนไข้จะได้รับคำแนะนำและการดูแลในลักษณะ Customized & Tailor-Made ตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
นพ.ธนัญชัย อัศดามงคลโดยใน ศาสตร์ที่ 1 ศัลยกรรมความงาม (ศัลยกรรมดึงหน้า) ทางศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด ได้ประยุกต์ข้อดีของเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กลายมาเป็น Modern Facelift เทคนิคการดึงหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งแพทย์จะตรวจประเมินความหย่อนคล้อยของใบหน้าด้วยเทคนิค Grading ก่อนทำการผ่าตัดในผิวหนังชั้นลึกขึ้น ที่เรียกว่าชั้นสแมช (SMAS) ดึงหน้าได้ 4 ส่วน ได้แก่ บริเวณหน้าผาก (Forehead lift) ใบหน้าส่วนบนและหางตา (Upper Facelift, Temporal lift) ใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง (Lower Facelift) รวมทั้งลำคอ (Neck lift) นอกจากนี้ ยังมีการผสมผสานการฉีดไขมันของตัวเอง (Fat Grafting) ผสานสารสกัดพลาสม่า (PRP)  ทั่วใบหน้า เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และคงความอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น
ต่อกันด้วย ศาสตร์ที่ 2 Facial Contouring สำหรับผู้มีปัญหาเรื่องริ้วรอย รอยย่น ผิวหย่อนคล้อยไม่มาก ในระดับ Grade 2 เหมาะกับการใช้โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) หรือ โบท็อกซ์ (BOTOX®) ซึ่งเป็น Neurotoxin เมื่อฉีดเข้าบริเวณชั้น Dermis และฉีดเป็นจุดเล็ก ๆ จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ให้เกิดขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าทำงานลดลง ใบหน้าดูยกขึ้น ตึงกระชับ นอกจากนั้นการฉีด Botulinum Toxin ก็สามารถช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าที่นิยมฉีดกัน ได้แก่ รอยตีนกาบริเวณหางตาทั้งสองข้าง หรือริ้วรอยระหว่างคิ้ว ริ้วรอยกลางหน้าผากและบริเวณกราม
ส่วนกลุ่มผู้มีอายุมาก มีปัญหาผิวหนังในระดับ Grade 3 นอกจากผิวหน้าจะหย่อนคล้อยลง ยังมีการฝ่อของชั้นไขมัน และผิวหนังบางลงร่วมด้วย สามารถเห็นได้ชัดบริเวณรอบกระบอกตา ร่องแก้ม และขมับ ดังนั้น การเติมสารเติมเต็มจะช่วยให้เติมเต็มร่องต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กับการยกกระชับใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น ซึ่งหนึ่งในสารเติมเต็มที่รู้จักกันดี คือ ฟิลเลอร์ (Filler) มีส่วนประกอบหลักสำคัญอย่าง Hyaluronic acid (HA) ซึ่งได้รับมาตรฐาน FDA และเป็นสารชนิดเดียวกันกับร่างกาย มีให้เลือกหลายแบบและหลายคุณสมบัติ หากเลือกให้เหมาะสม จะได้ผลลัพธ์ที่ดี สามารถอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี และทยอยฉีดเป็นส่วน ๆ ได้ นอกจากนี้ ยังทำร่วมกับการฉีดโบท็อกซ์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีขึ้น แต่ที่สำคัญควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ผ่านการฝึกอบรมเท่านั้น
นอกจาก Botulinum Toxin และฟิลเลอร์แล้ว การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงลงไปยังผิวหนังชั้นลึก (Micro-focused ultrasound) อย่าง Ulthera ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและไม่ทำร้ายผิวชั้นนอก เพราะเป็นการสั่นสะเทือนของโมเลกุลและส่งพลังงานความร้อนสู่ผิวหนังชั้นใน ทำให้เกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ใบหน้าดูยกกระชับและเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ ถือเป็นหนึ่งนวัตกรรมที่เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการปรับและยกกระชับหน้าแบบล้ำลึก ตั้งแต่ชั้นผิวตื้นไปยังผิวชั้น SMAS ซึ่งข้อดีจะช่วยแก้ปัญหาผิวในทุกระดับชั้น ครอบคลุมถึงกลุ่มผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยไม่มาก วัยระหว่าง 30 – 60 ปี และกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี สามารถใช้ได้เหมือนกัน ที่สำคัญนำไปใช้ควบคู่กับการทำศัลยกรรมดึงหน้าได้ เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่ยาวนานขึ้น โดยการทำ Ulthera ใช้เวลาประมาณ 1-2  ชั่วโมง จากนั้นสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และจะเห็นผลอย่างชัดเจนในช่วง 3-6 เดือน ใบหน้าจะดูยกกระชับ ลดริ้วรอย ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์มากขึ้น และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี
สุดท้าย ศาสตร์ที่ 3 เวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นการดูแลสุขภาพร่างกายแบบองค์รวมจากภายในสู่ภายนอก ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย โดยลงลึกถึงระดับเซลล์ และในขณะเดียวกันก็เป็นการฟื้นฟูให้ร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีการตรวจวิเคราะห์ร่างกาย เพื่อดูแลสุขภาพตามหลักเวชศาสตร์ชะลอวัย เช่น การตรวจเลือด, น้ำลาย, ปัสสาวะ, เส้นผม, เนื้อเยื่อ เพื่อนำไปวิเคราะห์เจาะลึกถึงระดับเซลล์ในร่างกาย ดูว่ามีด้านใดไม่สมดุลบ้าง คนไข้จะได้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดภาวะบกพร่องที่แฝงตัวอยู่ภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเกิดจากกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม การใช้ชีวิตประจำวัน ความเครียด การนอน หรือการรับประทานอาหาร ซึ่งการตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป จะไม่สามารถตรวจพบได้ ดังนั้น เมื่อเราทราบถึงผลตรวจวิเคราะห์เจาะลึกแล้ว ก็สามารถนำไปวางแผนการใช้ชีวิตในระยะยาวให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้
จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 ศาสตร์ ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ ควบคู่ไปพร้อมกับการหาทางเพิ่มความสวยให้กับตนเอง ซึ่งการดูแลสุขภาพจากภายใน สามารถเริ่มต้นทำได้ที่ตนเอง ส่วนการเพิ่มความสวยภายนอกให้กับตนเอง ต้องทำโดยฝีมือศัลยแพทย์มืออาชีพ โดยที่ศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด พร้อมให้การดูแลทั้งความงามภายนอกและภายใน ด้วยเทคนิคเฉพาะ ทำให้ “แผลเล็ก เจ็บน้อย หายไว ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ” ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และชื่อเสียงของโรงพยาบาลในด้านศัลยกรรมความงาม ที่มีมายาวนานกว่า 35 ปี

Latest articles

เกาะเต่า เกาะนางยวน เกาะอยู่ในใจ ใกล้ ไกล ก็ยังคิดถึง

ใกล้กับเกาะเต่า คือ เกาะนางยวน อันประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะ  เชื่อมเข้าหากันด้วยสันทรายสีขาว ตัดกับน้ำทะเลสีสด  นับเป็นเกาะที่โรแมนติกสุด ๆ เพราะมีความเป็นส่วนตัวสูงจากที่พักเดี่ยว ๆ บนเกาะที่ไม่ผู้ใดรบกวน

จุดเช็คชามไก่ลำปางของแท้ คุ้มครองด้วย พ.ร.บ. GI ห้ามปลอมแปลงแอบอ้าง

ชามไก่ลำปาง สินค้าที่เรารู้จักกันมายาวนาน และได้รับความนิยมในการซื้อหามาใช้งานอย่างแพร่หลาย จนทำให้เกิดความสับสนว่า จริง ๆ แล้ว ชามไก่ลำปางแท้ ๆ เป็นอย่างไร และที่เห็นออกมามากมายในท้องตลาดนั้นเป็นของจริงหรือไม่

KPI Go Green x Green Road เปลี่ยนขยะเป็นคุณค่า สู่สังคมยั่งยืน

บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI จัดแคมเปญ “KPI Go Green x Green Road” ร่วมกับ องค์กรวิสาหกิจ Green Road เพื่อสังคม ชวนพนักงานร่วมบริจาค ฝาขวดและถุงพลาสติกวิบวับ เพื่อนำไปรีไซเคิลและอัปไซเคิล เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ttb analytics ชี้สงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ดันต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างไทยพุ่งกว่า 20%

ttb analytics คาดว่าต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างของไทยในปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตพลาสติกที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบสูงสุด

More like this