การใช้เงินสกุลเดียวกันในอาเซียนจะส่งผลดีต่อพลเมือง

Published on

หลังวิกฤตสกุลเงินเอเชียในปี 2540ที่เผยให้เห็นความเปราะบางของอาเซียนต่อกระแสเงินทุนข้ามพรมแดน ทว่าภูมิภาคนี้ ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากกลุ่มประเทศที่ด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนา กลายเป็นกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจที่มีพลวัตมากที่สุดในโลก

Vijay Eswaran, Founder and Executive Chairman กลุ่มคิวไอ กรุ๊ป (QI Group) กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจในอาเซียนยังคงมีอยู่ในระดับหนึ่ง และ การพัฒนาอย่างรวดเร็วนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่เพิ่มขึ้นและความไม่เท่าเทียมกันในระดับสูง ซึ่งบ่อนทำลายการต่อสู้กับความยากจน ชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ และคุกคามความสามัคคีในสังคม

อันที่จริงแล้ว ภายหลังวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัดของมาเลเซียได้เสนอแนวคิดในการใช้เงินสกุลเดียวกันในภูมิภาค และเมื่อไม่นานนี้ในปี 2562 เขาได้ย้ำข้อเสนอนั้นอีกครั้ง โดยระบุว่าอาเซียนควร ‘นำสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายทั่วไปมาใช้ ไม่ใช่เพื่อนำมาใช้ในภูมิภาค แต่เพื่อใช้ในการชำระเงินสำหรับการค้า’ ซึ่งจะถูกตรึงไว้ด้วยราคาทองคำ ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างสกุลเงินที่ใช้แทนดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นสกุลเงินหลักสำหรับการค้าและการลงทุนในภูมิภาค

ทำไมต้องผลักดันให้เกิดการใช้เงินสกุลเดียวกันในอาเซียน
สิ่งที่เราต้องทำคือให้ดูตัวอย่างจากยุโรปซึ่งเงินยูโรเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดสำหรับการใช้สกุลเงินเดียวกัน ในช่วง 20 ปีนับตั้งแต่นำมาใช้เงินสกุลยูโรมีส่วนทำให้เกิดเสถียรภาพเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับเศรษฐกิจยุโรป การใช้สกุลเงินเดียวกันช่วยรักษาราคาให้คงที่และปกป้องเศรษฐกิจของเขตยูโรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม แม้ว่ายุโรปจะแสดงให้เห็นว่าการใช้สกุลเงินเดียวกันได้ผลจริงในโลกยุคโลกาภิวัตน์แต่ก็ต้องระมัดระวังตามที่เห็นได้จากวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปซึ่งเกิดขึ้นโดยอ้อมจากนโยบายเงินตราสกุลเดียวของยูโรที่ไม่เข้ากับสภาพเศรษฐกิจในท้องถิ่น

ปัญหาจากการใช้หลายสกุลเงิน
ภายใต้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว สกุลเงินต่างๆมีแนวโน้มที่จะผันผวน มากกว่าที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจจะแสดงไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนาขนาดเล็กที่มีตลาดทุนที่อ่อนแอ

ประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียหลายแห่งถือสินทรัพย์สำรองที่มีนัยสำคัญในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นหลักประกันตนเองต่อความไม่มั่นคงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐในระดับสูงเช่นนี้ ประเทศต่างๆ ในเอเชียจึงเผชิญกับความสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจและเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศสหรัฐอเมริกา เศรษฐกิจของเราอยู่ภายใต้ ‘วัฏจักรการเงินโลก’ ทั้งในด้านกระแสเงินทุน ราคาสินทรัพย์ และการเติบโตของสินเชื่อ

ประเทศกำลังพัฒนาที่มีหนี้สินจากสกุลเงินต่างประเทศจำนวนมากซึ่งไม่ได้รับการป้องกันความเสี่ยงจึงมัก “กลัวค่าเงินลอยตัว” นโยบายการเงินในประเทศเหล่านี้ มีแนวโน้มที่เป็นแบบวัฏจักรมากกว่าที่จะต่อต้านวัฏจักร ตรงข้ามกับความคาดหวังโดยทั่วไปในอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว อัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่นได้ มักจะกลายเป็นสาเหตุของแรงสั่นสะเทือนแทนที่จะเป็นสิ่งที่ช่วยรองรับรับแรงสั่นสะเทือนอย่างที่ควรจะเป็น

ความเสี่ยงจากการกำหนดราคาสกุลเงินผิดพลาดภายใต้ระบอบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวนั้นมีอยู่มากมายและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เหมาะสมจะนำไปสู่ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น การค้าที่ลดลง การลงทุนน้อยลง และการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ต่ำลง

มีขั้นตอนการดำเนินการเพื่อให้เกิดการบูรณาการทางการเงินมากขึ้นในภูมิภาค ในปี 2543 สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หรือ กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน+3 (ASEAN+3) ได้จัดตั้งเครือข่ายข้อตกลงแลกเปลี่ยนสกุลเงินทวิภาคีขึ้นเพื่อให้เกิดสภาพคล่องระยะสั้นสำหรับรับมือกับวิกฤตในอนาคต ในที่สุด เครือข่ายดังกล่าวก็กลายเป็นหน่วยงานที่เป็นทางการมากขึ้น ซึ่งรู้จักกันในชื่อว่า มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี หรือ Chiang Mai Initiative Multilateralisation (CMIM) นอกจากนี้ ในปี 2554สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (AMRO) ยังก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการเฝ้าระวังและสนับสนุนการริเริ่มในระดับภูมิภาคอีกด้วย

ประโยชน์ของการใช้เงินสกุลเดียวกัน
การใช้เงินสกุลเดียวส่งผลดีอย่างไรต่อภูมิภาคอาเซียน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยเช่นเดียวกับการใช้ภาษาเดียวกันที่ช่วยให้ผู้คนสามารถสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้สกุลเงินเดียวกันช่วยขจัดความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน ป้องกันการโจมตีจากการเก็งกำไร และยังเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับภูมิภาคอาเซียน
อัตราดอกเบี้ยระยะยาวอาจลดลงและมีความผันผวนน้อยลงการใช้สกุลเงินเดียวกันยังช่วยให้การค้าภายในภูมิภาคไหลเวียนได้มากขึ้นทำให้เกิดแรงกดดันต่อราคาและส่งผลให้สินค้าและบริการมีราคาถูกลง

บุคคลทั่วไปก็จะได้รับประโยชน์เช่นกันเนื่องจากไม่ต้องแลกเงินเมื่อเดินทางภายในภูมิภาคอีกต่อไป อีกทั้งยังสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางภูมิภาคของประเทศไทย การใช้เงินสกุลเดียวกันจะช่วยสร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศไทยในการค้าภายในอาเซียนอีกด้วย

บริการต่างๆ เช่น การดูแลสุขภาพ การศึกษา และการท่องเที่ยว อาจมีราคาถูกลงสำหรับพลเมืองในประเทศอื่นๆ ในอาเซียน และทำให้ความต้องการในภาคส่วนเหล่านี้เพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถแลกเปลี่ยนบุคลากรและผู้มีพรสวรรค์กันได้อย่างง่ายดายซึ่งนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานที่มากขึ้นตลอดจนการรวมตัวทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศอาเซียนที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

เมื่ออาเซียนกำลังจะกลายเป็นภูมิภาคที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลกภายในปี2573จึงเป็นเรื่องน่าคิดว่าสกุลเงินอาเซียนเพียงสกุลเดียวอาจกลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักของโลกได้แม้ในปัจจุบันอาเซียนจะมีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศถึงเกือบ13.7%แต่การเป็นตลาดเดียวกันยังสามารถยกระดับบทบาทของอาเซียนในฐานะผู้เล่นระดับโลกขึ้นได้อีก

ปัญหาจากการใช้เงินสกุลเดียวกัน อย่างไรก็ตามการใช้สกุลเงินเดียวกันอย่างยั่งยืนในระดับที่ใช้งานได้จริงอาจทำได้ยากกว่าที่คิด

จากรายงานของธนาคารพัฒนาเอเชียปัจจัยที่ขัดขวางการนำเงินสกุลเดียวกันมาใช้ในปัจจุบันได้แก่ความหลากหลายในระดับของการพัฒนาเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ จุดอ่อนในภาคการเงินของหลายประเทศ ความไม่เพียงพอของ “กลไกการรวบรวมทรัพยากร”และสถาบันที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นสำหรับสหภาพสกุลเงินที่สำคัญที่สุดภูมิภาคนี้ยังคงขาดเงื่อนไขทางการเมืองสำหรับความร่วมมือทางการเงิน

ระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายยิ่งทวีความซับซ้อนให้กับภูมิภาคนี้ยิ่งขึ้นไปอีก สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วมากที่สุด มีรายได้ต่อหัวสูงกว่าเมียนมาร์เกือบ 60 เท่า โดยเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซียนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผลงานค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่

สกุลเงินทั่วไปต้องการระบบการเงินและตลาดที่แข็งแกร่งรวมถึงการสนับสนุนจากสถาบันแต่ไม่ใช่ทุกประเทศในอาเซียนที่มีสถาบันเพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่อภาคการเงินซึ่งเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสำหรับประเทศไทยการกลับมาของการประท้วงทางการเมือง หลังจากเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการการเดินทาง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ยังขาดการควบคุมนโยบายการเงินและการคลังในระดับประเทศ การจำกัดอำนาจอธิปไตยและเอกราชของรัฐบาล และที่สำคัญ ไม่ใช่ว่าประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศยินดีที่จะยอมรับแนวคิดนี้ในทันที

ประโยชน์ในวงกว้าง
การนำสกุลเงินดิจิทัลมาใช้ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศเช่นสิงคโปร์และกัมพูชากำลังสำรวจความเป็นไปได้เพื่อนำมาเพิ่มประสิทธิภาพในการชำระเงินอาจเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาข้างต้น สกุลเงินดิจิทัลและนวัตกรรมอื่นๆ ในระบบการชำระเงินสามารถเพิ่มความรวดเร็วของการทำธุรกรรมในประเทศและการค้าข้ามแดนลดต้นทุนการทำธุรกรรมและขยายการเข้าถึงระบบการเงินของครัวเรือนที่ยากจนและในชนบทเนื่องจากอาเซียนยังคงต้องพัฒนาการดำเนินงานในการนำสกุลเงินดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ของการมีสกุลเงินดิจิทัลจะช่วยให้เกิดการบูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ในเชิงเศรษฐกิจการใช้สกุลเงินเดียวกันสามารถให้ประโยชน์แก่ประเทศที่กำลังชั่งน้ำหนักระหว่างต้นทุนจากการอาจสูญเสียความเป็นอิสระทางการเงินกับผลประโยชน์จากเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสกุลเงิน

การใช้สกุลเงินเดียวกันอาจช่วยยกระดับการเติบโตและการพัฒนาของอาเซียน และสิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ภูมิภาคนี้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นแต่ยังมีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจโลกอีกด้วย

Latest articles

เผยผิวแมทท์ไม่เซ็ตแป้งกับ MAKE ME MATTE CUSHION ใหม่ล่าสุดจาก KMA

เครื่องสำอาง KMA ในเครือ โอซีซี ชวนเผยผิวแมทท์ไม่เซ็ตแป้ง สวยจบในขั้นตอนเดียวกับ MAKE ME MATTE CUSHION ใหม่ล่าสุด คุชชั่นเนื้อแมทท์ เกลี่ยง่าย เบาสบายผิว คุมมันยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี 3D Perfect Powder Blur

เปิดผลสำรวจตลาดท่องเที่ยวมุสลิม แนวโน้มแตะ 245 ล้านคน เทรนด์นักเดินทางสตรีมาแรง

รายงาน “Halal Travel Trends 2026” ระบุว่า ตลาดการท่องเที่ยวมุสลิมยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมุสลิมระหว่างประเทศทั่วโลกจะอยู่ที่ 186 ล้านคนในปี 2568 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 245 ล้านคนภายในปี 2573 สะท้อนศักยภาพของตลาดที่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก

หัวเว่ย ประกาศผู้ชนะการแข่งขัน Huawei ICT Competition APAC ครั้งที่ 10

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศและพิธีมอบรางวัล Huawei ICT Competition APAC ครั้งที่ 10 จัดขึ้นอย่างประสบความสำเร็จ ณ สำนักงานใหญ่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยการแข่งขันครั้งนี้จัดโดยหัวเว่ย ร่วมกับมูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) โดยมีนักศึกษาจาก 14 ประเทศและเขตเศรษฐกิจกว่า 8,600 คนเข้าร่วมการแข่งขันในประเภท Practice Competition

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รุกอีสาน เปิด “เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส”

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เร่งเครื่องขยายตลาดภาคอีสานต่อเนื่อง เปิดสาขาใหม่ “เพาเวอร์บาย เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส” เป็นสาขาที่ 3 ในจังหวัดขอนแก่น และสาขาที่ 16...

More like this