เปิดผลสำรวจตลาดท่องเที่ยวมุสลิม แนวโน้มแตะ 245 ล้านคน เทรนด์นักเดินทางสตรีมาแรง

Published on

มาสเตอร์การ์ด ร่วมกับ เครสเซนต์เรตติ้ง เปิดตัวรายงานฉบับใหม่สองฉบับ ได้แก่ “Halal Travel Trends 2026” และ “Muslim Women in Travel 2026” ซึ่งศึกษาแนวโน้มการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวมุสลิมท่ามกลางความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาประสบการณ์การเดินทางที่ครอบคลุม น่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับคุณค่าและเป้าหมายในการเดินทางของตนมากยิ่งขึ้น

 

รายงาน “Halal Travel Trends 2026” ระบุว่า ตลาดการท่องเที่ยวมุสลิมยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมุสลิมระหว่างประเทศทั่วโลกจะอยู่ที่ 186 ล้านคนในปี 2568 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 245 ล้านคนภายในปี 2573 สะท้อนศักยภาพของตลาดที่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก ขณะที่รายงาน “Muslim Women in Travel 2026” พบว่า นักท่องเที่ยวสตรีชาวมุสลิมมีจำนวน 90 ล้านคนในปี 2568 คิดเป็นสัดส่วน 48% ของนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก เพิ่มขึ้นจาก 63 ล้านคน หรือ 45% ในปี 2562

 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การให้บริการพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม เช่น อาหารฮาลาลและพื้นที่สำหรับการละหมาด ได้รับการพัฒนาและยกระดับมากขึ้น ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย ความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการบริการที่สอดคล้องกับหลักศาสนา ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของประสบการณ์การเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมทั่วโลก

 

หัวใจสำคัญของรายงานทั้งสองฉบับคือกรอบแนวคิด RIDA ของเครสเซนต์เรตติ้ง ซึ่งประกอบด้วย Responsible (ความรับผิดชอบ), Immersive (ประสบการณ์เชิงลึก), Digital (ดิจิทัล) และ Assured (ความมั่นใจ) เพื่อเป็นแนวทางให้จุดหมายปลายทางต่าง ๆ ตลอดจนหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว และภาคธุรกิจ สามารถยกระดับบริการเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมได้ดียิ่งขึ้น

 

เอเชียและอาเซียน ศูนย์กลางการเติบโตของการท่องเที่ยวชาวมุสลิม

 

รายงาน “Halal Travel Trends 2026” ระบุว่า เอเชียยังคงมีบทบาทสำคัญในภูมิทัศน์การท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก โดยในปี 2567 ภูมิภาคเอเชียดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมเกือบ 120 ล้านคน คิดเป็น 65% ของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมทั่วโลกจำนวน 176 ล้านคน โดยจุดแข็งของเอเชียมาจากความสะดวกในการเชื่อมต่อทางการเดินทาง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม โครงสร้างพื้นฐานด้านฮาลาลที่แข็งแกร่ง รวมถึงระยะทางที่ใกล้กันระหว่างประเทศต้นทางและปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม

 

ภาคการท่องเที่ยวยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยนักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับจุดหมายปลายทางระยะใกล้มากขึ้น ส่งผลให้การเดินทางภายในภูมิภาคอาเซียนเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในการพัฒนาและยกระดับบริการให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในภูมิภาค โดยมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และบรูไน เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวสตรีชาวมุสลิม

อีกทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นภูมิภาคต้นทางของนักท่องเที่ยวสตรีชาวมุสลิมจำนวน 5.8 ล้านคน ด้วยระบบนิเวศฮาลาลที่มีความพร้อม ตัวเลือกการท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับครอบครัว การเดินทางที่เชื่อมต่อกันภายในภูมิภาค และการลงทุนด้านการท่องเที่ยวแบบครอบคลุมที่เพิ่มขึ้น ทำให้อาเซียนมีรากฐานที่แข็งแกร่งในการรองรับตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้

 

นอกเหนือจากประเทศที่มีประชากรมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ รายงานยังชี้ว่า จุดหมายปลายทางที่สามารถสื่อสารความพร้อมด้านการท่องเที่ยวมุสลิมได้อย่างชัดเจนและน่าเชื่อถือ จะมีโอกาสดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมและสร้างความมั่นใจในการเดินทางได้มากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นการตัดสินใจจองเดินทางจริง

 

สตรีชาวมุสลิม กำลังมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของการท่องเที่ยว

 

รายงาน “Muslim Women in Travel 2026” ชี้ว่า สตรีชาวมุสลิมเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีอิทธิพลมากที่สุดในตลาดท่องเที่ยวมุสลิม และเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจเกี่ยวกับจุดหมายปลายทาง รูปแบบ และเหตุผลของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวกับครอบครัว การท่องเที่ยวคนเดียว การเดินทางเพื่อศาสนา การเดินทางเพื่อธุรกิจ หรือการเดินทางแบบกลุ่มสำหรับผู้หญิง

 

จากรายงานยังพบว่าความปลอดภัยและความไว้วางใจเป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้น ๆ โดย 60% ของนักท่องเที่ยวสตรีชาวมุสลิมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสบายใจโดยรวมของจุดหมายปลายทาง รองลงมาคือความเป็นมิตรต่อชาวมุสลิมที่ 30% นักเดินทางต้องการความมั่นใจในการเข้าถึงอาหารฮาลาล การหาสถานที่ละหมาด การแต่งกายอย่างสุภาพ การเดินทางที่ปลอดภัย และการปฏิบัติศาสนกิจโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติหรือการตัดสินจากผู้อื่น

 

การค้นหาข้อมูลผ่านช่องทางดิจิทัลเองก็มีบทบาทสำคัญอย่างมาก โดยรายงานพบว่า 68% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางของพวกเขา ซึ่ง Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกใช้งานมากที่สุด รองลงมาคือ YouTube และ TikTok ขณะเดียวกัน เครื่องมือ AI ก็กำลังกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการเดินทาง ทั้งในการค้นหาข้อมูลจุดหมาย เปรียบเทียบตัวเลือก วางแผนการเดินทาง ค้นหาร้านอาหารฮาลาล สถานที่ละหมาด และพิจารณาประเด็นด้านความปลอดภัยต่าง ๆ

 

“การท่องเที่ยวของชาวมุสลิมกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยความเชื่อมั่น การเปิดกว้าง และเป้าหมายของการเดินทาง กลายเป็นสิ่งที่สำคัญพอ ๆ กับการเข้าถึงและความสะดวกสบาย” ไอชา อิสลาม รองประธานอาวุโสฝ่าย Customer Solutions Center ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของมาสเตอร์การ์ด กล่าว “ด้วยกรอบแนวคิดอย่าง RIDA จุดหมายปลายทางและภาคธุรกิจจะมีแนวทางที่เป็นรูปธรรมเข้ามาช่วยมองภาพรวมของประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ข้อมูลดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ ระบบชำระเงินที่ปลอดภัย ไปจนถึงประสบการณ์ที่เคารพต่อศรัทธา วัฒนธรรม ความปลอดภัย และค่านิยมส่วนบุคคล”

 

จากความพร้อมสู่ความมั่นใจ

 

รายงานทั้งสองฉบับสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมอย่างชัดเจนว่า จุดหมายปลายทางที่สามารถทำให้บริการที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมมีความชัดเจน ตรวจสอบได้ และมาตรฐานสม่ำเสมอ จะมีโอกาสเปลี่ยนจากความสนใจให้กลายเป็นการเดินทางจริง และสร้างความภักดีในระยะยาวได้ดีกว่า

 

กรอบแนวคิด RIDA จึงเป็นแนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้จุดหมายปลายทางสามารถตอบโจทย์นี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม:

 

  • มีความรับผิดชอบ (Responsible): สนับสนุนการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และแนวทางการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู
  • สร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง (Immersive): สร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรม มรดก ท้องถิ่น และวิถีชีวิตที่ลึกซึ้ง มากกว่าการท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมชมสถานที่ทั่วไป
  • ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital): ใช้เทคโนโลยี AI และระบบชำระเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย เพื่อลดอุปสรรคและเพิ่มความมั่นใจ
  • น่าเชื่อถือ (Assured): สร้างความเชื่อมั่นผ่านบริการฮาลาลที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว มาตรฐานความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม และคุณภาพบริการที่สม่ำเสมอในทุกจุดของการเดินทาง

“สำหรับจุดหมายปลายทางต่าง ๆ โอกาสสำคัญคือการยกระดับ จากการมีบริการพร้อมรองรับไปสู่การสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว” ราวด้า ไซนี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของเครสเซนต์เรตติ้ง กล่าว “นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมกำลังมองหาประสบการณ์ที่มีความหมาย เปิดกว้าง และวางใจได้ จุดหมายปลายทางที่สามารถสื่อสารความพร้อมเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน และมอบประสบการณ์ที่สม่ำเสมอตลอดการเดินทาง จะมีโอกาสสร้างความภักดีและความสัมพันธ์ระยะยาวกับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า”

 

ขณะที่การท่องเที่ยวของชาวมุสลิมยังคงเติบโตต่อเนื่องในหลายภูมิภาคและหลากหลายกลุ่มนักท่องเที่ยว รายงานทั้งสองฉบับชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบบูรณาการมากขึ้น โดยการผสานแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มอบประสบการณ์ที่แท้จริง สร้างความมั่นใจด้านดิจิทัลรวมถึงบริการที่สอดคล้องกับหลักศรัทธา เข้าไว้ในแผนพัฒนาจุดหมายปลายทาง อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะสามารถสร้างการมีส่วนร่วมที่แข็งแกร่งขึ้น สร้างความภักดีที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนกว่าเดิมได้

Latest articles

หัวเว่ย ประกาศผู้ชนะการแข่งขัน Huawei ICT Competition APAC ครั้งที่ 10

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศและพิธีมอบรางวัล Huawei ICT Competition APAC ครั้งที่ 10 จัดขึ้นอย่างประสบความสำเร็จ ณ สำนักงานใหญ่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยการแข่งขันครั้งนี้จัดโดยหัวเว่ย ร่วมกับมูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) โดยมีนักศึกษาจาก 14 ประเทศและเขตเศรษฐกิจกว่า 8,600 คนเข้าร่วมการแข่งขันในประเภท Practice Competition

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รุกอีสาน เปิด “เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส”

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เร่งเครื่องขยายตลาดภาคอีสานต่อเนื่อง เปิดสาขาใหม่ “เพาเวอร์บาย เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส” เป็นสาขาที่ 3 ในจังหวัดขอนแก่น และสาขาที่ 16...

วิริยะประกันภัย เดินหน้าส่งเสริมเครือข่าย “อาสาตาจราจร” สร้างสังคมปลอดภัยทางถนน

โครงการ “อาสาตาจราจร” มุ่งเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมส่งคลิปจากกล้องหน้ารถหรือข้อมูลเหตุการณ์บนท้องถนนที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การกระทำผิดกฎจราจร หรือพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ โดยผู้สนใจร่วมโครงการ สามารถส่งคลิปพยานหลักฐานได้ที่ช่องทาง เพจ “อาสาตาจราจร คลิปอุบัติเหตุ กล้องหน้ารถ” เพจตำรวจทางหลวง เพจกองบังคับการตำรวจจราจร

บอกลา “กระดูกนิ้วโป้งเท้าเอียง” ความเจ็บผ่าตัดแผลเล็กด้วยเทคนิค MICA

เคยสงสัยหรือไม่? ทำไมเจ็บแทบเดินไม่ไหวเวลาใส่รองเท้าคัทชูหัวแหลมคู่สวยที่เพิ่งสอยมา หรือสนีกเกอร์รุ่นฮิต ลองสังเกตดี ๆ ถ้าเห็นโคนนิ้วโป้งเริ่มนูนแดง นั่นอาจไม่ใช่แค่ "รองเท้ากัด" แต่เป็นสัญญาณของภาวะ "กระดูกนิ้วโป้งเท้าเอียง" ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะสาวแฟชั่นนิสต้าที่รองเท้าเป็นส่วนหนึ่งของสไตล์การแต่งตัวและเพิ่มความมั่นใจ โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข หรือ kdms พาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นตอไปจนถึงนวัตกรรมการรักษาที่จะคืน "เท้าสวย" ให้กลับมาสนุกกับแฟชั่นรองเท้าโดยไม่เจ็บปวด

More like this