5 เคล็ดลับเลี่ยงอาการออฟฟิศซินโดรม

Published on

บ่อยครั้งที่คนทำงานต้องเจอกับปัญหาปวดเมื่อยหรืออ่อนล้าตามอวัยวะร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น คอ บ่า ไหล่ หลัง รวมทั้งสายตา อันเนื่องมาจากการอยู่หน้าคอมพิวเตอร์หรือโต๊ะทำงานเป็นเวลานานๆ ซึ่งเรียกรวมอาการเหล่านั้นว่า “ออฟฟิศซินโดรม”

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) โรคที่เกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบหรือความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อตรงบริเวณกระดูกสันหลัง และเป็นโรคที่มักจะเกิดกับพนักงานออฟฟิศที่ต้องทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งในท่าซ้ำ ๆ แม้อาการในระยะแรกอาจจะไม่รุนแรงมากนัก แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาให้ถูกวิธี อาจจะลุกลามจนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรังและเกิดอันตรายตามมาได้ เช่น ผลกระทบถึงกล้ามเนื้อ กระดูกสันหลัง ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินอาหาร การไหลเวียนของเลือด และความสามารถในการมองเห็นลดลง หรือ สำหรับบางคนอาจมีอาการแสดงออกทางอารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้าและความเหนื่อยล้าทางจิตใจ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะนำไปสู่ประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง

โรงพยาบาลสมิติเวช ได้เผยข้อมูลเชิงสถิติว่า คนไทยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ที่ทำงานในออฟฟิศมักมีอาการออฟฟิศซินโดรม ซึ่ง IWG ในฐานะผู้ดำเนินการบริหารแบรนด์ผู้ให้บริการพื้นที่สำนักงานชั้นนำระดับโลกอย่าง Regus (รีจัส), Spaces (สเปซเซส) และ HQ (เอชคิว) จึงขอนำเสนอ 5 เคล็ดลับง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในที่ทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงโรคออฟฟิศซินโดรม

1.เปลี่ยนท่านั่ง ยืดกล้ามเนื้อ ปรับอิริยาบถบ่อยๆ

มนุษย์ออฟฟิศใช้เวลาในการนั่งทำงานอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง ลองลุกจากที่นั่งแล้วออกห่างจากคอมพิวเตอร์บ้าง เพื่อยืดเส้นยืดสายผ่อนคลายขยับร่างกาย อย่างน้อยทุก ๆ 20 นาที เพื่อป้องกันการปวดกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังมีประโยชน์ในการช่วยกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว ทุก ๆ 1 ชั่วโมง ลองเดินไปรอบ ๆ บริเวณโต๊ะทำงาน เพื่อยืดเส้นยืดสายผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แขน ข้อมือและขา เพราะนอกจากจะช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจได้ดีแล้ว ยังเป็นการช่วยพักสายตาได้ดีอีกด้วย

2.ผ่อนคลายสายตา

คุณเคยมีอาการเมื่อยล้าทางสายตา (Digital eye strain) มาก่อนหรือไม่ นั่นคือผลกระทบที่คุณได้รับจากการจ้องมองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเกินไป ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอาการเหล่านี้ ควรพักสายตาทุก ๆ 10 นาทีหรือกะพริบตาบ่อย ๆ เพราะจะช่วยให้ดวงตาของคุณชุ่มชื้นขึ้น หรือลองเนรมิตพื้นที่สีเขียวขนาดย่อมให้โต๊ะทำงานของคุณ เพื่อลดอาการปวดตา ในขณะเดียวกันการเข้าถึงแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอ ยังสามารถช่วยลดผลกระทบของอาการปวดตา ซึ่งเป็นสาเหตุที่เราอยากแนะนำให้พนักงานออฟฟิศทุดท่านลองลดแสงจอคอมพิวเตอร์ลง เพื่อเป็นการลดปริมาณแสงสีน้ำเงินที่ปล่อยออกมาสัมพันธ์กับดวงตาให้น้อยที่สุด ซึ่งแสงสีน้ำเงินมักเป็นสีเจ้าปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดทางตามากกว่าสีอื่น ๆ

3.ไม่ไหวอย่าฝืน

การทำงานอย่างหนักเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง แต่คุณควรรู้ถึงขีดจำกัดของตนเองไว้เสมอ หัดสังเกตอาการปวดและความรู้สึกเหนื่อยล้าที่มักเป็นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาการเหล่านี้คือสัญญาณที่ร่างกายกำลังฟ้อง เมื่ออาการปวดดูท่าจะไม่หายง่ายๆ ลองหากิจกรรมอื่น ๆ ทำเพื่อเป็นการผ่อนคลายบรรเทาอาการปวด ลองลุกขึ้น ดื่มน้ำ หรือออกไปเดินบ้างเพื่อยืดหยุ่นกล้ามเนื้อและรับอากาศบริสุทธิ์เพื่อเปลี่ยนทิวทัศน์ แล้วคุณจะกลับมานั่งโต๊ะทำงานเหมือนเดิมได้ด้วยความรู้สึกสดชื่น พร้อมลุยต่อได้!

4.จัดพื้นที่ทำงานให้ตรงตามหลักสรีรศาสตร์ของคุณ

ควรทำให้แน่ใจว่าพื้นที่ทำงานของคุณเหมาะกับการใช้งานตามหลักสรีรศาสตร์ของคุณ ซึ่งนั่นหมายถึง ความสูงของเก้าอี้ ระยะห่างระหว่างอุปกรณ์บนโต๊ะทำงานต่าง ๆ รวมไปถึงท่านั่ง ซึ่งช่วยให้คุณมีความสุขและสนุกไปกับการทำงานแบบไม่ต้องปวดข้อ แต่ก็ต้องตรวจสอบให้มั่นใจอีกว่าความสูงของเก้าอี้นั้นไม่เตี้ยหรือไม่สูงจนเกินไป ควรอยู่ในจุดที่เหมาะสมที่สุดหรือเป็นตำแหน่งที่อยู่ในระยะสายตาที่คุณสามารถมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ รวมไปถึงระยะห่างคอมพิวเตอร์ควรอยู่ห่างจากคุณและดูให้แน่ใจว่าพื้นที่สำหรับวางเม้าส์นั้นเพียงพอต่อการรขยับแขนหรือไม่ แต่จะต้องพึงจำไว้ว่าแขนห้ามงอเด็ดขาด!

5.ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคุณ

มนุษย์ออฟฟิศเองนอกจากจะทำงานแล้วควรดูแลสุขภาพตัวเองอย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายเป็นประจำ แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีอาหารใดที่จะช่วยบำรุงหรือป้องกันไม่ให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรมได้ แต่อาหารเพื่อสุขภาพอย่างเช่น ผัก ผลไม้ และไขมันจากปลาที่พอเหมาะ จะช่วยลดการอักเสบภายในร่างกายมากกว่ารับประทานอาหารจากคาร์โบไฮเดรตและอาหารแปรรูป และที่สำคัญห้ามลืมเด็ดขาด สำหรับการตรวจสุขภาพร่างกายอย่างเป็นประจำ เพราะถึงแม้ว่าอาการออฟฟิศซินโดรมอาจดูไม่รุนแรงในตอนแรก     แต่หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่ร้ายแรงต่อสุขภาพได้

IWG เชื่อว่าการมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี มีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและความสุขในการทำงาน จากผลวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เผยว่าความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลภายในองค์กรที่มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีและบุคคลที่มีความสามารถทางด้านการรู้คิด จะช่วยให้พวกเขาพร้อมที่จะต่อสู้ดิ้นรนต่อความก้าวหน้าในชีวิต และยังรักษาความสมดุลในชีวิตของการทำงานและชีวิตส่วนตัวให้มีความสุขและมีสุขภาพดีอีกด้วย โดย IWG มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชั่นสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์การทำงานที่ให้ความยืดหยุ่นได้ให้กับลูกค้าที่หลากหลาย พร้อมมอบการบริการแบบครบวงจรด้วยการออกแบบหลักสรีรศาสตร์และ มีสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่ที่เหมาะสมทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้คุณและธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จในระยะยาว

ปัจจุบัน IWG บริษัทผู้ดูแลและบริหารแบรนด์พื้นที่สำนักงานชั้นนำพร้อมเปิดให้บริการแล้วกว่า 3,300 แห่ง ใน 1,100 เมืองใน 120 ประเทศ โดยลูกค้าในประเทศไทยสามารถเลือกใช้บริการได้ตามที่เอื้อต่อการทำงานจาก 3 แบรนด์ที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ IWG อย่าง รีจัส (Regus) สเปซเซส (Spaces) และ เอชคิว (HQ) ทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่และศรีราชา โดยแต่ละแห่งจะตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางธุรกิจที่เหมาะแก่กลุ่มผู้ประกอบการ (Entrepreneurs), สตาร์ทอัพ (Startup), เอสเอ็มอี (SMEs) ไปจนถึงบริษัทข้ามชาติรายใหญ่

Latest articles

KitKat® และ Formula 1® ชวนคนรุ่นใหม่อย่าลืมที่จะพัก เหมือนนักแข่งที่ต้องเข้าพิตสต็อป

คิทแคท (KitKat®) โดย บริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด นำความร่วมมือระดับโลก ระหว่าง คิทแคท และ ฟอร์มูล่า วัน (Formula 1®) ที่ทุกคนรอคอยมาเปิดตัวที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ชวนติดตามการโคจรมาพบกันของแบรนด์ช็อกโกแลตที่จริงจังเรื่อง “การพัก” ที่สุดอย่างคิทแคท และ ฟอร์มูล่า วัน มอเตอร์สปอร์ตที่เร็วแรงและขึ้นแท่นป๊อบคัลเจอร์ที่ฮ็อตเกินกว่าใครจะต้านในเวลานี้ ถ่ายทอดแนวคิด “พักเข้าพิต (Pit) คิดถึง

STARLUX Airlines คว้า SKYTRAX 5 ดาว 2 ปีซ้อน พร้อมเปิดเส้นทางใหม่ “ปราก”

STARLUX Airlines สายการบินพรีเมียมจากไต้หวัน ตอกย้ำความสำเร็จบนเวทีการบินระดับโลก หลังได้รับการจัดอันดับ SKYTRAX ระดับ 5 ดาว ประจำปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศ ด้วยการเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงสู่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป นับเป็นจุดหมายปลายทางแห่งแรกของสายการบินในทวีปยุโรป

GIA จับมือ GENESENN เปิดตัว “GIA by GENESENN” The Urban Longevity House ยกระดับจาก Aesthetic Clinic สู่ศูนย์ออกแบบสุขภาพชีวิต

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดสุขภาพและความงามทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ผู้คนมุ่งเน้นการดูแลรูปลักษณ์ภายนอก สู่การให้ความสำคัญกับสุขภาพภายใน คุณภาพชีวิต และการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthy Longevity) เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว GIA คลินิกความงามระดับพรีเมียม จึงประกาศความร่วมมือกับ GENESENN ผู้เชี่ยวชาญด้าน Precision Health, Longevity Medicine และ Life Health Design เปิดตัว “GIA by GENESENN – The Urban Longevity House” ศูนย์ดูแลสุขภาพและความงามรูปแบบใหม่ ใจกลางสุขุมวิท 29

Webull Thailand ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพบ กมธ. ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินฯ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับแนวปฏิบัติ KYC/CDD

บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ "Webull Thailand" ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Webull Corporation (NASDAQ: BULL) เจ้าของแพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ Webull...

More like this