วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงอาคารถล่มจากพายุฤดูร้อน

Published on

จากเหตุการณ์พายุพัดถล่มทำให้หลังคาโรงเอนกประสงค์ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิจิตร พังถล่มเมื่อเย็นวันที่ 22 พ.ค.2566 ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายนั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ศาสตราจารย์สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้วิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการพังถล่มของอาคารโดยแบ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความแรงพายุ และ ความแข็งแรงของโครงสร้าง

โดยสรุปไว้ 5 ปัจจัยได้แก่

  1. ความแรงของพายุฤดูร้อน สำหรับประเทศไทยในช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดูจากฤดูร้อนไปสู่ฤดูฝน ประมาณช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ทุกปี จะได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนรุนแรงโดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือและภาคอีสาน เนื่องจากมีกระแสลมที่แปรปรวนเกิดขึ้น พายุฤดูร้อนมีความรุนแรงมากกว่าลมปกติทั่วไป 2-3 เท่า แม้จะเกิดในบริเวณแคบๆ ในระยะเวลาสั้น แต่ด้วยความแรงที่สูง ก็สามารถทำให้โครงสร้างพังถล่มได้ ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตแล้วหลายครั้ง
  2. ลักษณะทางกายภาพของโครงสร้างที่มีพื้นที่ปะทะลมมาก เช่น โครงหลังคา หรือ ป้ายโฆษณา ซึ่งแรงลมที่ปะทะเข้ามาก็จะเพิ่มขึ้นตามพื้นที่รับลม ดังนั้นโครงสร้างหลังคาที่มีช่วงยาวมาก ก็ย่อมมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น
  3. การออกแบบโครงสร้างไม่ได้คำนึงถึงพายุฤดูร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างที่ก่อสร้างมาก่อนปี 2550 ซึ่งมาตรฐานหรือกฎกระทรวงกำหนดที่กำหนดค่าแรงลมสำหรับการออกแบบโครงสร้างในสมัยก่อน ไม่ได้คำนึงถึงแรงลมจากพายุฤดูร้อน จึงทำให้ค่าแรงลมที่ใช้ในการออกแบบต่ำกว่าความเป็นจริง 2-3 เท่า
  4. การก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน สังเกตจากรูปอาคารที่ถล่มพบว่า เสาคอนกรีตหักโค่นลงมา แล้วทำให้หลังคาพังถล่มตามมา ซึ่งบ่งชี้ว่ากำลังรับน้ำหนักของเสาไม่เพียงพอ ประกอบการโครงหลังคาค่อนข้างสูง ความชะลูดของเสาทำให้กำลังรับน้ำหนักลดลงไปมาก ดังนั้นเมื่อมีแรงลมมาปะทะ ทำให้เสาเกิดการโย้ตัว และด้วยน้ำหนักที่มากของโครงหลังคาทำให้เสาหัก โครงหลังคาจึงตกลงมากระแทกพื้นดิน
  5. คุณภาพของวัสดุและการก่อสร้างอาจไม่ได้มาตรฐาน สังเกตได้จากคอนกรีตที่แตกหักเป็นชิ้นๆ แสดงว่าคอนกรีตที่ใช้อาจมีกำลังอัดที่ต่ำ ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้รับน้ำหนักไม่ได้เช่นกัน

ทั้ง 5 ปัจจัยนี้ เป็นเพียงการวิเคราะห์ในเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าสาเหตุที่ทำให้โครงหลังคาถล่มอาจเกิดจากหลายๆปัจจัยร่วมกัน หรืออาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ ต้องรอผลการตรวจสอบและการวิเคราะห์โดยละเอียด และต้องได้ข้อมูลจากสถานที่จริง แบบก่อสร้าง คุณภาพวัสดุ เศษซากปรักหักพังของคอนกรีตและเหล็กเสริม เพื่อนำมาวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ยังระบุต่อว่าพายุฤดูร้อนเป็นภัยร้ายแรงที่ประมาทไม่ได้ และยังมีความเสี่ยงในช่วงนี้อยู่มาก เพราะยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดู คาดว่ายังมีอาคารอีกหลายหลังที่เข้าข่ายความเสี่ยงดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่ใช้แบบมาตรฐานที่ก่อสร้างคล้ายๆกัน ตลอดจนยังมีโครงสร้างประเภทอื่นที่มีความเสี่ยง เช่น ป้ายโฆษณา เป็นต้น ซึ่งข้อแนะนำเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย คือไม่ควรเข้าไปอยู่ในพื้นที่โครงหลังคาเมื่อเกิดพายุ แต่ควรหลบอยู่ในอาคารที่แข็งแรง เช่น อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นต้น นอกจากนี้แล้ว ภายหลังเหตุการณ์นี้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบความแข็งแรงของโครงหลังคาที่ก่อสร้างไปแล้ว และต้องทำการเสริมกำลังให้กับโครงสร้างอาคารตามหลักวิศวกรรมต่อไป

Latest articles

ห้างเซ็นทรัล–โรบินสัน ขับเคลื่อน 5 มิชชั่นรักษ์โลก  เดินหน้าสู่ Green Retail

ห้างเซ็นทรัล–โรบินสัน เดินหน้าสู่ Green Retail ขับเคลื่อน “5 มิชชั่นรักษ์โลก” สร้างผลกระทบเชิงบวกจากพื้นที่ค้าปลีก สู่ชุมชน ผืนป่า ท้องทะเล และพลังงานสะอาดทั่วประเทศ ล่าสุด ขยาย Solar Rooftop ครอบคลุม 21 สาขาทั่วประเทศ ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดราว 14 ล้านหน่วยต่อปี

เติมเต็มความสุขในวันครอบครัว กับแกรนด์บุฟเฟต์มื้อกลางวันวันอาทิตย์ ณ ห้องอาหารเวนติซี  

ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอชวนคุณพร้อมครอบครัวร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยครั้งใหม่กับ “แกรนด์บุฟเฟต์มื้อกลางวันวันอาทิตย์” ที่รวบรวมเมนูความอร่อยจากทั่วทุกมุมโลกระดับพรีเมียมมาไว้ในที่นี้ที่เดียว

เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือ AIS จัดโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ร่วมแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์

ปัจจุบัน ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งโทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่มือถือ สายชาร์จ หูฟัง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กอื่น ๆ หากกำจัดไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารอันตราย

ฟิลิปส์ เปิดตัว Transcend Plus เวอร์ชั่นใหม่ สำหรับอัลตราซาวด์ วินิจฉัยโรคหัวใจได้อย่างแม่นยำ

เทคโนโลยี Transcend Plus ช่วยเพิ่มความคมชัด ค่าคอนทราสต์ (Contrast) และรายละเอียดของภาพทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ได้อย่างชัดเจน โดยเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งในรุ่น EPIQ CVx และ Affiniti CVx

More like this