วีซ่าชูศักยภาพไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำ ผนึกผู้นำหลายภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนอนาคตการท่องเที่ยว

Published on

วีซ่ายกระดับบทบาทของ Visa Destinations ประเทศไทย ในฐานะกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนอนาคตการท่องเที่ยวไทย โดยรวบรวมผู้นำจากภาคบริการทางการเงิน การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และภาครัฐ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองว่า นวัตกรรม ความร่วมมือ และระบบการค้าที่เชื่อมโยงถึงกัน จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางและเสริมศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำของโลกได้อย่างไร

Visa Destinations ประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของวีซ่าในการสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ผ่านการช่วยดึงดูดนักเดินทาง ยกระดับประสบการณ์ของผู้มาเยือน และขยายโอกาสให้แก่ธุรกิจและชุมชนท้องถิ่น ในช่วงเวลาที่การเดินทางขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ และเชื่อมต่อด้วยดิจิทัลมากยิ่งขึ้น โครงการนี้จึงมุ่งเสริมศักยภาพให้กับทุกช่วงของเส้นทางการเดินทาง ผ่านนวัตกรรมการชำระเงิน ข้อมูลเชิงลึก ความร่วมมือในระบบนิเวศ และการขยายการรับชำระเงินของร้านค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

สตีเฟน คาร์พิน ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของวีซ่า

วีซ่ายังได้เผยแนวโน้มการเดินทางล่าสุดที่กำลังกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ของการเติบโต โดยมีแรงหนุนจากนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น รวมถึงผู้บริโภคกำลังซื้อสูงที่มีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันของจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง จุดเน้นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้มาเยือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ขยับไปสู่การสร้างการมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งขึ้น การใช้จ่ายที่สูงขึ้น และการกลับมาเยือนซ้ำด้วยเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก และประสบการณ์ที่หลากหลายตั้งแต่มรดกทางวัฒนธรรม อาหาร เวลเนส ความบันเทิง ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ ประเทศไทยจึงมีศักยภาพสูงในการต่อยอดจากแนวโน้มเหล่านี้ ประกอบกับฐานนักท่องเที่ยวนานาชาติที่มีความหลากหลาย ประเทศไทยจึงยังคงเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์

นอกจากนี้ วีซ่ายังเปิดเผยผลการศึกษาจากรายงาน Thailand Travel Pulse 2026 ฉบับล่าสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวไทย ควบคู่ไปกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยรายงานระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคข้ามพรมแดนในประเทศไทยเติบโต 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงแรงส่งอย่างต่อเนื่องของการเดินทางระหว่างประเทศ และความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของนักเดินทางทั่วโลก

ข้อมูลดังกล่าวยังตอกย้ำถึงเสน่ห์ของประเทศไทยที่ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยสหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่ใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรและเยอรมนี อย่างไรก็ดี ประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่าจำนวนผู้เดินทาง คือการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มที่กลับมาเยือนซ้ำ ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของมูลค่าทางการท่องเที่ยว แม้กลุ่มนี้จะคิดเป็นเพียง 20% ของผู้ถือบัตรทั้งหมด แต่กลับสร้างการใช้จ่ายขาเข้ารวมสูงถึง 34%

ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นอีกว่า นักเดินทางได้สัมผัสกับประเทศไทยในมิติที่หลากหลายและเชื่อมโยงกับท้องถิ่นมากขึ้น แม้ว่าการช้อปปิ้งและที่พักยังคงเป็นหนึ่งในหมวดการใช้จ่ายหลัก แต่หมวดที่เติบโตโดดเด่นกลับรวมถึงกิจกรรมไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหารบริการด่วน การซื้ออาหารและของชำ ตลอดจนประสบการณ์ด้านอาหารและการกินดื่ม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวในการเข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตประจำวันอย่างแท้จริงและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำประเทศ วีซ่า ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาภาคการท่องเที่ยว ขณะที่ความคาดหวังของนักเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป กำลังเปิดโอกาสใหม่ให้กับจุดหมายปลายทาง ธุรกิจ และชุมชนทั่วประเทศ เมื่อการเดินทางขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ และเชื่อมต่อผ่านดิจิทัลมากขึ้น โอกาสสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นและคุ้มค่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางไม่เพียงแค่มาเยือน แต่ยังอยากมีส่วนร่วมกับจุดหมายปลายทางอย่างลึกซึ้ง และพร้อมออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ ๆ ในประเทศไทยมากขึ้น และกลับมาเยือนบ่อยขึ้น ที่วีซ่า เรามุ่งมั่นทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศ เพื่อช่วยปลดล็อกการเติบโตระยะต่อไปของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคโดยรวม”

การเสวนาในหัวข้อดังกล่าวเกิดขึ้นภายในงาน Visa Client Connect 2026 ซึ่งเป็นเวทีประชุมระดับภูมิภาคประจำปีของวีซ่า ที่รวบรวมผู้นำจากภาคการชำระเงิน ธนาคาร เทคโนโลยี และการท่องเที่ยว โดยภายในงานมีผู้บริหารระดับสูง
จากวีซ่า สถาบันการเงิน บริษัทฟินเทค ผู้ประกอบการค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคการท่องเที่ยวจากประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางที่จุดหมายปลายทางต่าง ๆ จะสามารถคว้าโอกาสการเติบโตระยะต่อไปของการเดินทาง ผ่านนวัตกรรม ความร่วมมือในระบบนิเวศ และการยกระดับประสบการณ์ของนักเดินทาง

ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เปิดตัว Visa Destinations สะท้อนถึงความสำคัญของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาค และความมุ่งมั่นของวีซ่าในการสนับสนุนการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว โดยโครงการ Visa Destinations นี้ วีซ่าร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ยกระดับประสบการณ์ของผู้มาเยือน และสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจและชุมชนท้องถิ่น โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกจาก VisaNet นวัตกรรมการชำระเงิน ความร่วมมือในระบบนิเวศ และการขยายการรับชำระเงินดิจิทัล เพื่อสนับสนุนทุกช่วงของการเดินทาง ตั้งแต่การวางแผนและจองทริป ไปจนถึงการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวในทุกจุดหมายปลายทาง

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของโครงการคือการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวพำนักนานขึ้น เพิ่มการกลับมาเยือนซ้ำ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการค้าจำนวนมากขึ้นสามารถมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ภายใต้ Visa Destinations ประเทศไทย วีซ่าได้ขยายเครือข่ายผู้ประกอบการค้าในย่านทรงวาดแล้วกว่า 50 ราย ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้ค้นพบหนึ่งในย่านวัฒนธรรมที่กำลังได้รับความสนใจของกรุงเทพฯ พร้อมทั้งรองรับการชำระเงินดิจิทัลที่สะดวกและราบรื่นยิ่งขึ้น

เพื่อสานต่อแรงขับเคลื่อนดังกล่าว วีซ่าตั้งเป้าขยายการรับชำระเงินดิจิทัลไปยังธุรกิจขนาดเล็กจำนวน 56,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ร้านค้าในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร ค้าปลีก ที่พัก การขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว เวลเนส และประสบการณ์ท้องถิ่น ความพยายามเหล่านี้สะท้อนบทบาทของวีซ่าในการสนับสนุนความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการรักษาสถานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่น คุ้มค่า และครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยว ธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่น

Latest articles

กรมการพัฒนาชุมชน ชวนช้อปสินค้า OTOP ในงาน “OTOP Trader Connect” 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดงาน “OTOP Trader Connect : เชื่อมตลาด สร้างคู่ค้า ขยายโอกาสธุรกิจ” ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2569 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต

เอกชน ชี้เศรษฐกิจ-ส่งออกไทย โตแบบ K-Shape แนะทางรอดประเทศ การเมืองนิ่ง-ปราบคอร์รัปชัน เน้นร่วมมือรัฐ-เอกชน ฝ่าวิกฤต

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 10 เดือนของปีนี้มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทย (GDP) ทั้งปีนี้จะขยายตัวได้ราว 2.1-2.5%

“เอกนิติ” กางยุทธศาสตร์ “Thailand Next Economy 2027 ดันไทยสู่ Second Take-off รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก

“เอกนิติ” ชี้ไทยต้องใช้โอกาสจากเวที IMF-World Bank สร้างความเชื่อมั่นต่อยอดลงทุน ย้ำโลกผันผวนต้องอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ ช่วยเหลือประชาชนตรงกลุ่ม เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน พร้อมยกระดับทักษะแรงงาน หวังสร้าง Second Take-off ให้เศรษฐกิจไทย

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จัดใหญ่ “Thailand Next Economy 2027”พร้อมมอบรางวัล CEO Econmass Awards 2026

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) , สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดงานสัมมนาใหญ่เศรษฐกิจไทย ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “Thailand Next Economy 2027

More like this