OMODA & JAECOO อวดยอดขาย 15,088 คัน ขึ้น Top 2 Motor Show 2026

Published on

OMODA & JAECOO ตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ครองความเชื่อมั่นด้วยยอดจอง 15,088 คัน ภายในช่วงงาน Bangkok International Motor Show 2026 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569

ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ OMODA & JAECOO อยู่ในอันดับที่ 2 ในกลุ่มแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดภายในงาน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อแบรนด์ ตลอดจนความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยได้อย่างตรงจุดทั้งด้านดีไซน์ที่ทันสมัย และเทคโนโลยีอัจฉริยะ

แรงขับเคลื่อนสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้มาจากสองโมเดลหลักที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นำทัพโดย JAECOO 5 EV ซึ่งขึ้นแท่นเป็นรุ่นยอดนิยมสูงสุดภายในบูธ พร้อมเครื่องหมายการันตีความสำเร็จด้วยยอดจดทะเบียนรถไฟฟ้าในประเทศไทยสูงสุดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2569 ความนิยมของรุ่นนี้มาจากการนำเสนอแนวคิด “Accessible Premium” ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงความหรูหราและเทคโนโลยีอัจฉริยะในราคาที่เหมาะสม ครบครันทั้งฟีเจอร์ ระบบความปลอดภัยเหนือระดับ และการออกแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวไทยยุคใหม่

ขณะที่ THE NEW OMODA C5 EV ได้รับความนิยมเป็นอันดับสอง โดยประสบความสำเร็จในการดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าระดับราคาเริ่มต้น ด้วยอุปกรณ์และฟังก์ชันที่ครบครัน มาพร้อมกับสมรรถนะและระบบความปลอดภัยที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผสานดีไซน์ ROBOSHARK ที่โดดเด่น สะท้อนความทันสมัยและความพรีเมียม ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการคุณค่าสูงสุดจากการลงทุน

นอกเหนือจาก JAECOO 5 EV และ THE NEW OMODA C5 EV สองรุ่นยอดนิยมภายในงาน Motor Show ปีนี้ OMODA & JAECOO ยังนำเสนอไลน์อัพ JAECOO 6 EV และ JAECOO 6T EV รถออฟโรดพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมดีไซน์ One Box Style อันเป็นเอกลักษณ์ ที่เสริมความเท่ ดุดัน สะท้อนความแข็งแกร่งและตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

ความสำเร็จของยอดขายในครั้งนี้ สะท้อนความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มีต่อ OMODA & JAECOO และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของบริษัทฯ ในการพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย มาตรฐานความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม และเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม

นอกจากนี้ การประกอบรถยนต์ในประเทศ (KD) ซึ่งเริ่มทยอยส่งมอบในเดือนเมษายน 2569 ควบคู่กับแผนการเปิดโรงงานประกอบรถยนต์อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 เมษายน 2569 จะช่วยเสริมศักยภาพในการผลิต การส่งมอบ และการบริการหลังการขาย เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา พร้อมยกระดับการสนับสนุนลูกค้าในระยะยาว เพื่อเสริมทัพความแกร่งที่มากขึ้นด้วยการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศเป็น 90 แห่งภายในกลางปีนี้ รองรับการเติบโตของตลาดและยกระดับความพร้อมด้านบริการให้กับผู้บริโภค สอดรับกับแผนการเติบโตของบริษัทฯ ในประเทศไทย

Latest articles

ซัมเมอร์นี้เก็บกระเป๋าไปฮ่องกงกับ Trip.com จัดดีลคุ้ม 2 ต่อ รับส่วนลดสูงถึง 50%

ซัมเมอร์นี้ Trip.com ชวนนักเดินทางชาวไทยสัมผัสสีสันแห่งฤดูร้อนในฮ่องกง พร้อมอีเวนต์ระดับนานาชาติ กิจกรรมความบันเทิง และสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวตลอดฤดูกาล ภายใต้แคมเปญ “Hong Kong Summer Fun” โดย Trip.com ได้จับมือกับการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) เปิดตัวดีลท่องเที่ยวสุดพิเศษตลอดทั้งแคมเปญ

Deloitte’s 2025 Asia Pacific Tax and Tariff Complexity Survey Pinpoints the Threshold That Triggers C-suite Action

Deloitte’s 2025 Asia Pacific Tax & Tariff Complexity Survey finds that 41% of business leaders would consider significant supply chain realignment even with cost increases below 20%, and another 42% capping their tolerance for tariff-related cost increase at 40% - a threshold far lower than expected.

ดีลอยท์ชี้ต้นทุนพุ่ง 21-40% ดันธุรกิจเกือบครึ่งในเอเชียแปซิฟิก ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่

ดีลอยท์เปิดเผยผลสำรวจ Deloitte Asia Pacific Tax & Tariff Complexity Survey 2025 พบว่า ร้อยละ 41 ของผู้นำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมพิจารณาปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นไม่ถึงร้อยละ 20 ขณะที่อีกร้อยละ 42 ระบุว่า สามารถรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีศุลกากรได้ไม่เกินร้อยละ 40 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

เทรนด์โภชนาการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของคนไทย

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากเทรนด์ที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และมองหาทางเลือกด้านโภชนาการที่ทั้งสะดวกและสอดรับกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เต็ดตรา แพ้ค เผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอาหารเสริมและโภชนาการ (Food Supplement and Nutrition: FSN) พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคผ่านนวัตกรรมเครื่องดื่มพร้อมดื่ม

More like this