สังคมสูงวัย เทรนด์ Longevity Economy เลือกที่อยู่อาศัยอย่างไรเมื่อชีวิตยืนยาว

Published on

เมื่อความก้าวหน้าทางการแพทย์ได้ช่วยให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น ประกอบกับจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) โดยมีประชากรอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั่วประเทศ

ข้อมูลจากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 20.2% ของประชากรทั้งประเทศ หรือกว่า 14 ล้านคน และคาดการณ์ว่าจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) ซึ่งมีผู้สูงอายุเกิน 28% ในปี 2574

ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ผู้สูงอายุจึงมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้น ข้อมูลจากการศึกษาเศรษฐกิจสูงวัยของไทยในปี 2566 ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่า ในปี 2566 มีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคสำหรับผู้สูงอายุกว่า 2.18 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวเป็น 3.5 ล้านล้านบาท ในปี 2576 หรือเฉลี่ย 4.83% ต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ควรมองข้าม

ส่งผลต่อเนื่องให้เกิด “เศรษฐกิจอายุวัฒน์ หรือ Longevity Economy” ที่ระบบเศรษฐกิจได้ถูกขับเคลื่อนโดยกำลังซื้อของกลุ่มประชากรที่มีอายุยืนยาวขึ้นพร้อมทั้งมีสุขภาพกายและใจที่ดี ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกมิติ ไม่ใช่แค่การมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้นอย่างเดียว จึงเป็นโอกาสให้ธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตเข้ามาทำตลาดกลุ่มนี้มากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการมีที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตในระยะยาวได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัย

เกษียณแล้วไปไหน?  

ข้อมูลจากแบบสำรวจพฤติกรรมการซื้อ-เช่าอสังหาฯ และการวางแผนอนาคตของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย พบว่า เกือบ 9 ใน 10 (88%) ของผู้ตอบแบบสำรวจฯ เริ่มนึกถึงการวางแผนเกษียณแล้ว โดย 38% ยอมรับว่านึกถึงการวางแผนเกษียณตลอดเวลา สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองว่าการเกษียณเป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป และหันมาให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมรับมือวัยเกษียณโดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเวลา

ขณะที่เป้าหมายหลังเกษียณของผู้บริโภคส่วนใหญ่นั้นให้ความสำคัญกับ “การมีเงินออมเพียงพอสำหรับดูแลสุขภาพ” มาเป็นอันดับ 1 รองลงมาอันดับ 2 คือ อยากมีอิสรภาพทางการเงิน, อันดับ 3 ต้องการใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงมากขึ้น, อันดับ 4 อยากใช้ชีวิตแบบปลอดหนี้ และอันดับ 5 วางแผนจะท่องเที่ยวเป็นประจำ จะเห็นว่าเป้าหมายส่วนใหญ่นั้นล้วนเกี่ยวข้องกับการวางแผนการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคจึงจำเป็นต้องเริ่มวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายชีวิตที่ตั้งใจไว้ได้ในอนาคต

สำหรับเมืองที่ผู้บริโภคต้องการไปใช้ชีวิตหลังเกษียณมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (33%) ด้วยจุดเด่นของการเป็นเมืองหลวงที่มีความพร้อมรอบด้าน ทั้งระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน ตลอดจนสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย จึงสามารถรองรับการดูแลสุขภาพในระยะยาวได้อย่างมั่นใจ รองลงมาคือ เชียงใหม่ (9%), นครราชสีมา (7%),ชลบุรี นนทบุรี สมุทรปราการ (สัดส่วนเท่ากันที่ 6%) และภูเก็ต (4%) ขณะที่อีก 11% เผยว่าไม่มีทำเลไหนที่สนใจเป็นพิเศษ ขอแค่อยู่ในประเทศไทยก็พอ

ด้านผู้พัฒนาอสังหาฯ ต่างหันมาให้ความสำคัญกับเทรนด์ Longevity เช่นกัน ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พบว่าผลการสำรวจที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ณ ปี 2568 ทั่วประเทศ เปิดบริการรวม 1,040 โครงการ เพิ่มขึ้น 4.4% แยกเป็นโครงการ Nursing Home จำนวน 944 โครงการ เพิ่มขึ้น 4.4% และโครงการ Residence จำนวน 96 โครงการ เพิ่มขึ้น 4.3% สะท้อนให้เห็นว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาวหลังเกษียณ

เลือกที่อยู่อาศัยอย่างไรให้ตอบโจทย์

เมื่อการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพคือหัวใจสำคัญของ Longevity Economy ดังนั้น การเตรียมความพร้อมด้านที่อยู่อาศัยจึงไม่ใช่เพียงการมองหาที่พักอาศัยเท่านั้น แต่คือการสร้างพื้นที่ใช้ชีวิตที่ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เผยแนวทางการออกแบบและปรับพื้นที่บ้าน/คอนโดฯ ให้ตอบโจทย์เทรนด์ Longevity เน้นการสร้างพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ รองรับการอยู่อาศัยในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

  • Universal Design อยู่สบายทุกช่วงวัย แนวคิด “อารยสถาปัตย์ หรือ Universal Design” เป็นแนวคิดเรื่องการออกแบบสิ่งแวดล้อม การสร้างสถานที่ และสิ่งของต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่จำกัดอายุ เพศ หรือลักษณะทางร่างกาย ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์การอยู่อาศัยในปัจจุบันที่ต้องการความปลอดภัยในระยะยาว

เทรนด์ Universal Design จะเน้นการออกแบบที่รองรับการอยู่อาศัยของผู้บริโภคทุกช่วงวัยได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ จึงต้องเพิ่มระบบความปลอดภัยในจุดเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพื้นกันลื่น ราวจับในจุดสำคัญ มีระบบแสงสว่างที่เพียงพอ และมีอุปกรณ์แจ้งเหตุฉุกเฉินในห้องนอนหรือห้องน้ำ การเพิ่มฟังก์ชันความปลอดภัยในทุกตารางนิ้ว ไม่เพียงแต่ช่วยลดอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังเป็นการคืนความมั่นใจให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตประจำวันด้วยตัวเองได้อย่างมีความสุข

  • เลือกเฟอร์นิเจอร์ตามหลักการยศาสตร์ การยศาสตร์ (Ergonomics) คือศาสตร์ว่าด้วยการออกแบบและปรับสิ่งของ สภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับสรีระและการใช้งานของมนุษย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรมจากการทำงานหน้าจอเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเลือกเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน/คอนโดฯ ได้อีกด้วย

โดยผู้บริโภคควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงสุขภาพและรองรับสรีระของผู้ใช้ได้อย่างเหมาะสม เช่น เลือกเตียงนอนและหมอนสุขภาพที่ช่วยพยุงกระดูกสันหลัง, โซฟาที่ไม่อ่อนหรือแข็งเกินไปจนทำให้ปวดเมื่อยเมื่อนั่งเป็นเวลานานหรือลุกได้ยาก รวมถึงโต๊ะรับประทานอาหารที่มีความสูงพอดี ไม่ต้องก้มมากเกินไปขณะรับประทานอาหาร เป็นต้น ซึ่งหลักการเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการปวดเมื่อยและบาดเจ็บจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน ถือเป็นการเริ่มต้นดูแลสุขภาพที่คุ้มค่าในระยะยาว

  • อุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้สถานพยาบาล การเลือกโครงการบ้าน/คอนโดฯ ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ จะช่วยให้การใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์เป็นไปได้อย่างราบรื่น และช่วยลดความเสี่ยงในการขับรถเองหากสภาพร่างกายไม่อำนวย อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการเลือกโครงการที่ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาลหรือศูนย์บริการสุขภาพ จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน และรับบริการตรวจสุขภาพได้อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ การเลือกโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงวัยที่มาพร้อมบริการด้านสุขภาพ ผ่านการร่วมมือกับโรงพยาบาล/ศูนย์บริการสุขภาพที่เพิ่มบริการทางการแพทย์ไว้ด้วย ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการดูแลสุขภาพในระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น

ธรรมชาติบำบัดส่งเสริมสุขภาพกายใจ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านเป็นหลัก การมีสภาพแวดล้อมที่ดีจึงมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างทั้งสุขภาพกายและใจ ดังนั้นการจัดให้มีพื้นที่สีเขียวในบ้าน/คอนโดฯ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสวน หรือตกแต่งห้องด้วยต้นไม้

นอกจากจะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดีแล้ว ยังมีผลทางจิตวิทยาทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังสามารถใช้เวลาว่างในการทำสวนปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรกหรือพักผ่อนให้ธรรมชาติบำบัด ขณะเดียวกัน การเลือกโครงการที่มีสวนหย่อมส่วนกลาง หรือตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการไปออกกำลังกาย หรือพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้เช่นขึ้น

  • ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยี ปัจจุบันเทรนด์บ้านอัจฉริยะ (Smart Home) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี ผู้บริโภคสามารถนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมแสงสว่างหรือเปิด/ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชัน ดูแลสุขภาพด้วยเครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องปรับอากาศที่มีระบบฆ่าเชื้อโรคในอากาศ รวมไปถึงเสริมระบบความปลอดภัยด้วยกลอนประตูดิจิทัล (Digital Door Lock), เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว หรือกล้องวงจรปิด

นอกจากนี้ เทคโนโลยียังเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุได้อีกด้วย อย่างการติดตั้งลิฟต์บันได (Stairlift) จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถขึ้นลงชั้นบนและชั้นล่างได้สะดวกและปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้บันไดได้

  • สร้างพื้นที่สานสัมพันธ์ในครอบครัว การจัดสรรพื้นที่เพื่อทำกิจกรรมสุขภาพและสานสัมพันธ์ในครอบครัวถือเป็นอีกหัวใจสำคัญของการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ โดยควรออกแบบห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกให้รองรับการสังสรรค์และทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร พักผ่อนดูซีรีส์ หรือทำงานอดิเรกร่วมกัน เพื่อสร้างความอบอุ่นและลดความรู้สึกโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ พื้นที่สำหรับออกกำลังกายและกายภาพบำบัดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรมีมุมสำหรับโยคะ พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายที่เหมาะสมกับทุกช่วงวัย เช่น ลู่เดินแบบลดแรงกระแทก การผสมผสานพื้นที่เหล่านี้เข้าด้วยกันจะช่วยให้ทุกกิจกรรมของสมาชิกในบ้านดำเนินไปอย่างสมดุลและมั่นคงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

Latest articles

บีโอไออนุมัติ 3 โครงการใหญ่ PCB ขยายลงทุนเฟสสอง 2 หมื่นล้าน เชื่อมห่วงโซ่ AI–Data Center

บีโอไอไฟเขียว 3 โครงการใหญ่ “คอมเปค – มัลติฟายน์ไลน์ – โกลด์ เซอร์คิท” ผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) อันดับต้นๆ ของโลกจากจีนและไต้หวัน ขยายลงทุนต่อเนื่องเฟสสองอีกกว่า 22,000 ล้านบาท จ้างงานเพิ่มกว่า 5 พันคน

The Celebration: Right to Love 2026  เดินหน้าสู่ Bangkok World Pride 2030

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลัง บางกอกไพรด์ สร้างปรากฏการณ์ Pride Month ระดับโลก พร้อมจัด “The Celebration: Right to Love 2026” เดินหน้าสู่ Bangkok World Pride 2030

ภูเก็ตเปิดงาน “เปิดตัวแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และบ้านศิลปินหลักในจังหวัดภูเก็ต”

จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต จัดพิธีเปิดงาน “เปิดตัวแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และบ้านศิลปินหลักในจังหวัดภูเก็ต” ภายใต้โครงการ “ยลงานศิลป์ วิถีถิ่นภูเก็ต สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”

วิริยะประกันภัย อาสาทำดีแต้มสีเติมฝันให้น้อง รร.วัดทุ่งพิชัย จ.นครปฐม

กิจกรรม “อาสาทำดีแต้มสีเติมฝันให้น้อง” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “รวมพลังจิตอาสา ขับเคลื่อนสังคมยั่งยืนตามแนวคิด ESG” ของบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งทีมงาน S-SPIRIT จัดตั้งขึ้นภายใต้แนวคิด 3 แกนหลัก

More like this