ตลาดกาแฟพร้อมดื่มลุ้นแตะ 6.5 แสนล้านปี 73 นวัตกรรม – แพ็กเกจรักษ์โลกโดนใจคนรุ่นใหม่

Published on

เต็ดตรา แพ้ค หนุนผู้ประกอบการเครื่องดื่มในประเทศไทย คว้าโอกาสในตลาดกาแฟพร้อมดื่มแบบพรีเมียม หรือ Premium Ready-to-Drink Coffee ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมจัดกิจกรรม “Tetra Pak Coffee Express: Explore the World of RTD Coffee” ณ ศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า กรุงเทพฯ (Customer Innovation Centre – CIC Bangkok) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ทดลองและต่อยอดผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มที่ตรงใจผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมกาแฟพร้อมดื่มและโซลููชันแบบครบวงจร

ตลาดกาแฟพร้อมดื่มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยมีแนวโน้มเติบโตแตะมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 6 แสนห้าหมื่นล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2573 ด้วยอัตราขยายตัวเฉลี่ยถึง 5.26 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

ขณะที่ในประเทศไทย กระแสการเติบโตเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่กำลังมองหากาแฟพร้อมดื่มรูปแบบใหม่ ๆ ที่มีความแตกต่างทั้งด้านรสชาติ การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และการมอบคุณประโยชน์เสริมด้านสุขภาพ

ซึ่งตรงกับงานวิจัยจาก Mintel ที่ระบุว่า 52% ของผู้บริโภครุ่นใหม่ในประเทศไทยต้องการทดลองผลิตภัณฑ์กาแฟที่มีหลากหลายรสชาติและรูปแบบที่แตกต่าง และรายงานจาก First Insight ที่ระบุว่าผู้บริโภค Gen Z มากกว่า 60% ต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม[1]

กระแสดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมกาแฟพร้อมดื่มในมิติใหม่ ๆ ทั้งในด้านรสชาติ คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ และการใช้บรรจุภัณฑ์ที่พกพาสะดวกและใส่ใจเรื่องความยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จในตลาดกาแฟพร้อมดื่มในปัจจุบันไม่ได้อาศัยเพียงการขยายช่องทางจำหน่ายอย่างเดียว หากแต่ยังขึ้นอยู่กับวิธีที่แบรนด์สามารถผสมผสานจุดเด่นด้านคุณประโยชน์ รสชาติ และเรื่องราวของแบรนด์เข้าด้วยกัน เพื่อเชื่อมโยงถึงไลฟ์สไตล์และค่านิยมของผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างตรงจุด

“กาแฟพร้อมดื่มในวันนี้ไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายอีกต่อไป แต่ได้กลายมาเป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้คน และสามารถส่งมอบคุณประโยชน์ต่าง ๆ เช่น พลังงาน สมาธิ และสุขภาวะที่ดีให้แก่ผู้ดื่มได้ในทุกจิบ”  สุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

“ผู้บริโภคในปัจจุบันกำลังมองหากาแฟพร้อมดื่มที่เข้ากับวิถีชีวิตที่เร่งรีบและค่านิยมส่วนตัว ตั้งแต่เรื่องความยั่งยืน คุณประโยชน์ด้านสุขภาพ ไปจนถึงประสบการณ์ระดับพรีเมียม กระแสความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือโอกาสสำคัญสำหรับแบรนด์ไทยที่จะแสดงศักยภาพในการเป็นผู้นำนวัตกรรมในตลาดกาแฟพร้อมดื่ม”

“สำหรับ เต็ดตรา แพ้ค หน้าที่ของเราเป็นมากกว่าผู้ให้บริการโซลูชัน เรามุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ที่พร้อมเดินหน้าไปพร้อมกับผู้ประกอบการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านการตลาด วัตถุดิบ ไปจนถึงการนำเสนอโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์ไอเดียสู่การผลิตจริงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เราเชื่อว่าความร่วมมือที่แข็งแกร่งนี้จะช่วยเปลี่ยนความต้องการของผู้บริโภคให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จได้จริง” สุภนัฐ กล่าวเสริม

ในส่วนของกิจกรรม “Tetra Pak Coffee Express: Explore the World of RTD Coffee” ที่จัดขึ้นที่ CIC Bangkok เต็ดตรา แพ้ค ได้เปิดบ้านต้อนรับลูกค้าและพันธมิตรมาร่วมเดินทางสู่โลกของกาแฟพร้อมดื่มผ่านการสัมผัสประสบการณ์ที่ผสมผสานทั้งข้อมูลเชิงลึก ไอเดียเพื่อต่อยอดนวัตกรรม และสาธิตกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วม หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมคือเวิร์กช็อปสุดพิเศษจากคุณแทน แทนพงศ์ ทรงพานิช บาริสต้าและโค้ชด้านกาแฟเจ้าของรางวัลระดับโลก และผู้ร่วมก่อตั้งร้าน Fika & Co. Café และ Niko Neko Matcha Thailand

แทนพงศ์ ผู้ชนะเลิศจากเวที FHA Singapore Barista Challenge 2024 และโค้ชมืออาชีพที่อยู่เบื้องหลังแชมป์บาริสต้าหลายคนทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ได้พาผู้เข้าร่วมงานสัมผัสประสบการณ์กาแฟพร้อมดื่มสุดพิเศษ ผ่านกิจกรรม Omakase Coffee Experience และ Coffee Mixology Session ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลิ้มลองกาแฟพร้อมดื่มสูตรต้นแบบ และร่วมสร้างสรรค์สูตรกาแฟในแบบของตนเอง

นอกจากนี้ ยังได้แบ่งปันเทคนิคการชงกาแฟ การปรับสมดุลของรสชาติ และแนวทางพัฒนารสชาติใหม่ ๆ พร้อมจุดประกายไอเดียให้ผู้ประกอบการมองเห็นความเป็นไปได้ในการต่อยอดกาแฟคุณภาพระดับบาริสต้า ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มที่พร้อมออกสู่ตลาดอย่างแท้จริง

“ตลาดกาแฟพร้อมดื่มของไทยยังเต็มไปด้วยโอกาส หน้าที่ของเราคือการช่วยให้ลูกค้าปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ เพื่อคว้าโอกาสและก้าวหน้าสู่ความสำเร็จ” สุทธินันท์ เตชะทยานนท์ ผู้จัดการ ฝ่าย Customer Experience บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

“ศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าที่กรุงเทพฯ และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะเปิดตัวในจังหวัดระยอง จะทำหน้าที่เป็นศูนย์พัฒนานวัตกรรมแบบครบวงจรที่เหมาะสำหรับการทดลอง การพัฒนาสูตร และการทดลองตลาดในช่วงเริ่มต้นสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟผสมนมธัญพืช กาแฟสูตรน้ำตาลต่ำ หรือกาแฟที่มอบคุณประโยชน์ต่อสุขภาพเฉพาะด้าน เต็ดตรา แพ้ค พร้อมเดินเคียงข้างผู้ประกอบการไทย ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทดลองสูตร ไปจนถึงวันที่ผลิตภัณฑ์ประสบความสำเร็จ”

นอกจากการสนับสนุนนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์แล้ว เต็ดตรา แพ้ค ยังมีโซลูชันบรรจุภัณฑ์และการแปรรูปสำหรับกาแฟพร้อมดื่มที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ผลิตในทุกระดับ โดยมีตัวเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับทุกโอกาส เช่น

Tetra Prisma® Aseptic Edge บรรจุภัณฑ์สำหรับกาแฟพร้อมดื่มแบบพกพา (grab-and-go) ที่สะดวกต่อการถือดื่มระหว่างวัน

Tetra Classic® Aseptic Base Plus บรรจุภัณฑ์สำหรับกาแฟเข้มข้นแบบช็อต เหมาะกับผู้บริโภคที่ต้องการความกระปรี้กระเปร่าในปริมาณที่พอดี

Tetra Rex® และ Tetra Brik® Aseptic Edge บรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับครอบครัว ที่มอบประสบการณ์การดื่มกาแฟคุณภาพระดับคาเฟ่ ในรูปแบบที่สะดวกยิ่งขึ้น

ในส่วนของกระบวนการผลิต เต็ดตรา แพ้ค ได้พัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปที่ล้ำสมัย ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถมั่นใจในคุณภาพ ความปลอดภัย และอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นระบบยูเอชที (Ultra-high Temperature – UHT) ที่ใช้สำหรับการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิสูง ระบบสกัดเมล็ดกาแฟ (Coffee Extraction Unit) เพื่อคงรสชาติและกลิ่นกาแฟไว้ครบถ้วน และระบบผสมแบบต่อเนื่อง (Continuous Blending Unit) ที่ช่วยให้กระบวนการผสมส่วนประกอบเป็นไปอย่างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพ จนได้ผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มที่มีคุณภาพคงที่ มีความปลอดภัย และสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็นและไม่ต้องใช้วัตถุกันเสีย


[1] Mintel: คาดการณ์พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกปี 2026

Latest articles

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ชี้โครงสร้างพื้นฐาน AI โตไม่หยุด ดันเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 401 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทเทคฯ เร่งวางรากฐานให้ AI

Gartner Says Worldwide AI Spending Will Total $2.5 Trillion in 2026

AI Infrastructure Drives AI Spending; Adds $401 Billion in Spending as Technology Providers Continue to Build Out AI Foundations

โบลท์ (Bolt) มอบส่วนลดสูงสุด 50% เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ระหว่างวันที่ 1-8 กุมภาพันธ์ 2026 ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร สามารถใช้ส่วนลดสำหรับบริการ มอเตอร์ไซค์ของ Bolt เพื่อเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง โบลท์ (Bolt) แพลตฟอร์มเรียกรถชั้นนำ เตรียมมอบส่วนลดโดยสารสำหรับบริการมอเตอร์ไซค์เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางไปยังคูหาเลือกตั้งได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัดมากขึ้น ในวันเลือกตั้ง...

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ชวนชอป “D.I.Y. LOVE COLLECTION” รวมไอเดียของขวัญวาเลนไทน์

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ชวนทุกคนส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านสินค้า “D.I.Y. LOVE COLLECTION รวมไอเดียของขวัญแทนใจ”(1) ในวันวาเลนไทน์ คัดสรรของขวัญและของตกแต่งจำนวน 38 รายการ ในราคาถูกคุ้มเสมอ

More like this