เฟดเอ็กซ์ เปิดตัว FedEx Import Tool ยกระดับประสิทธิภาพการนำเข้าสินค้า

Published on

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตัว FedEx Import Tool หรือเครื่องมือนำเข้าของ FedEx โซลูชันอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ปัญหาการค้าระหว่างประเทศที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นในประเทศไทย โดยโซลูชันนี้จะช่วยพัฒนากระบวนการนำเข้าให้มีความโปร่งใสตลอดเส้นทางการจัดส่งทุกขั้นตอน ช่วยให้ผู้นำเข้าสามารถตรวจสอบกระบวนการดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและเรียบง่ายมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันโซลูชันดังกล่าวเปิดให้บริการแล้วในประเทศออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดขั้นตอนที่ต้องดำเนินการด้วยตนเองในกระบวนการต่าง ๆ เช่น การจัดเตรียมเอกสารศุลกากรและการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ซึ่งในปีพ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา อัตราการนำเข้าของประเทศไทยเติบโตขึ้น 6.3% แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่มั่นคง และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนากระบวนการนำเข้าให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

โดย FedEx Import Tool จะเปิดให้บริการสู่ตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มเติม รวมถึงประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์

คุณสมบัติหลักของ FedEx Import Tool ได้แก่:

แพลตฟอร์มบริการตนเองแบบครบวงจร เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการจัดส่ง ด้วยการจัดการเอกสารและการติดตามพัสดุไว้ในที่เดียว

แดชบอร์ดที่รวบรวมและแสดงผลข้อมูล เพื่อให้สามารถติดตามกระบวนการนำเข้าได้ทุกขั้นตอน

การแจ้งเตือนเชิงรุก เพื่อเร่งกระบวนการขั้นตอนการผ่านพิธีการศุลกากรและลดความล่าช้า

ระบบการตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ส่งและผู้นำเข้าสามารถติดตามสถานะการจัดส่งของตนเองได้นานถึง 90 วันหลังจากรับสินค้า

“FedEx Import Tool ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับภาคธุรกิจไทย ผ่านการนำเสนอโซลูชันที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการบริหารจัดการการนำเข้าสินค้า” ศศธร ภาสภิญโญ กรรมการผู้จัดการ เฟดเอ็กซ์ ประเทศไทย กล่าว “ด้วยการลดขั้นตอนที่ต้องดำเนินการด้วยตนเอง และการให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ จะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถรับมือกับความท้าทายด้านกฎระเบียบข้อบังคับ ลดความล่าช้า และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในตลาดโลก”

ด้วยพันธกิจในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้มีความชาญฉลาดมากขึ้นสำหรับทุกภาคส่วน เฟดเอ็กซ์ จึงได้คิดค้นดิจิทัลโซลูชันเพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถประเมินความท้าทายและรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้ พร้อมด้วยเครื่องมือดิจิทัลอื่น ๆ ได้แก่ FedEx Ship Manager™ ที่ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสามารถบริหารจัดการการจัดส่งของตนผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งผู้ใช้บริการยังมีตัวเลือกในการยื่นเอกสารการจัดส่งสินค้าข้ามพรมแดนผ่าน FedEx Electronic Trade Document ซึ่งจะช่วยลดการใช้กระดาษได้อย่างมาก

และเฟดเอ็กซ์ ยังนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างแมชชีนเลิร์นนิงมาใช้ เพื่อแจ้งกรอบเวลาการจัดส่งล่วงหน้า 4 ชั่วโมง ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถวางแผนการรับพัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายและเครื่องมือต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับทุกความต้องการและความท้าทายของผู้ใช้บริการในอนาคต

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this