SJWD ปรับโหมดการขนส่งเน้นเรือและอากาศ รับมาตรการคุมเข้มด่านชายแดนไทย-กัมพูชา

Published on

SJWD ชูความพร้อมให้บริการโลจิสติกส์โซลูชัน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการขนส่งเข้าประเทศกัมพูชา นำเสนอบริการขนส่งสินค้าทางเรือ ทางอากาศ และขนส่งข้ามแดนด้วยรถจากประเทศอื่น ในช่วงที่มีการยกระดับการควบคุมด่านชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมประสานเครือข่ายพาร์ทเนอร์เพื่อกระจายสินค้าในกัมพูชาให้ถึงจุดหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลูกค้าบริหารต้นทุนโดยการเจรจากับสายการเดินเรือและผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ

บรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน เปิดเผยว่า จากกรณีการยกระดับมาตรการควบคุมการเข้า-ออกบริเวณด่านชายแดนประเทศไทย-กัมพูชาทุกจุด ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อการขนส่งสินค้าข้ามแดนไปยังกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้วางแผนการให้บริการขนส่งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ลูกค้าและผู้ที่มีความต้องการใช้บริการมั่นใจได้ว่าจะขนส่งสินค้าถึงจุดหมายได้อย่างแน่นอน

บรรณ เกษมทรัพย์

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำเสนอโซลูชันสำหรับการขนส่ง  ในช่วงที่รถขนส่งไม่สามารถผ่านด่านชายแดนไทย-กัมพูชาได้ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าพิจารณา ได้แก่ (1) การขนส่งสินค้าทางเรือ ซึ่งเหมาะกับลูกค้าที่ต้องการควบคุมต้นทุน 2 เส้นทาง ได้แก่ การขนส่งโดยตรงไปยังท่าเรือสีหนุวิลล์ ใช้ระยะเวลา 5-9 วัน และการขนส่งแบบทรานซิส (Transit) ผ่านสิงคโปร์ ใช้ระยะเวลา 9-14 วัน (2) การขนส่งสินค้าทางอากาศ เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความเร่งด่วน และ (3) การขนส่งทางรถจากประเทศต้นทางอื่น ๆ ในกรณีที่ลูกค้าสามารถนำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบจากแหล่งอื่นที่นอกเหนือจากประเทศไทย เช่น ขนส่งจากเวียดนามและผ่านแดนไปยังกัมพูชาโดยพาร์ทเนอร์ด้านโลจิสติกส์ของบริษัทฯ

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ประสานงานกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ในกัมพูชา เพื่อจัดส่งสินค้าให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างมีประสิทธิภาพและตามกำหนด โดยปัจจุบันสามารถกระจายสินค้าในกัมพูชาได้ตามปกติ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการบริหารจัดการด้านต้นทุนค่าขนส่งเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้า โดยการเจรจาต่อรองกับผู้ให้บริการสายการเดินเรือและผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ

“ปัจจุบันบริษัทฯ ยังคงให้บริการขนส่งสินค้าไปยังกัมพูชาได้ตามปกติ แม้มีข้อจำกัดที่เพิ่มขึ้น แต่ขอให้ลูกค้ามั่นใจว่าสินค้าจะถึงจุดหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโซลูชันโลจิสติกส์ที่หลากหลายเพื่อเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า” บรรณ กล่าว

Latest articles

Thailand leads ASEAN in NEV readiness, but infrastructure gaps and brand switching signal intensifying market competition, according to Deloitte survey

Thailand is emerging as the most new energy vehicle (NEV)-ready market in Southeast Asia, with 58 percent of Thai consumers considering hybrid or electric vehicles (EVs) for their next purchase, the highest among Southeast Asian consumers, where the average stands at 42.8 percent.

ดีลอยท์ชี้ไทยขึ้นแท่นผู้นำยานยนต์พลังงานใหม่ในอาเซียน แต่ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและพฤติกรรมเปลี่ยนแบรนด์ สะท้อนการแข่งขันตลาดที่เข้มข้น

ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความพร้อมด้านรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผู้บริโภคไทยร้อยละ 58 ระบุว่ามีแนวโน้มเลือกซื้อรถยนต์ไฮบริดหรือรถ EV ในการซื้อครั้งถัดไป ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในภูมิภาค เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ร้อยละ 42.8

เที่ยวไทยไปตามเส้นทาง GI ผุดไอเดีย วิ่ง กิน เที่ยว นำร่อง 5 จังหวัด

สินค้า GI ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน และสามารถต่อยอดสร้างรายได้ในหลายมิติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหาร การอนุรักษ์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น

สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ แนะตรวจ 3 ประเด็น เหตุรถขนแบตเตอรี่ลิเธียมระเบิด

สำหรับผลกระทบที่เกิดจากไฟหรือความร้อนนั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ อธิบายว่า ความร้อนหรือไฟไหม้มีผลกระทบต่อโครงสร้าง เช่น อาจทำให้คอนกรีตและเหล็กเสริมเสื่อมกำลังลง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่โครงสร้างโดนความร้อน

More like this