มทร.ล้านนาตั้งเป้าผลิตนักวิจัยหน้าใหม่ หวังของบวิจัยเพิ่ม 30-40%

Published on

รศ.ดร.อุเทน คำน่าน รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา เปิดเผยว่าม ทร.ล้านนาให้ความสำคัญในการสนับสนุน และส่งเสริมให้คณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัยได้ทำวิจัยด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนากำลังตามความต้องการของประเทศสอดคล้องกับความเป็นมหาวิทยาลัยกลุ่มสอง งานวิจัยเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีจึงเป็นไปตามแผนปฏิรูปความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัย “ครีเอทีฟล้านนา” ซึ่งสัมพันธ์กับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ได้มีการแบ่งพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ Northern Economic Corridor: NEC – Creative LANNA ถูกกำหนดไว้ 4 จังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน

“มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากภาครัฐปีละ 50-60 ล้านบาท จากงบประมาณรายได้ทั้งหมด 400-600 ล้านบาท หรือ 10% ของรายได้มหาวิทยาลัย ซึ่งงบประมาณดังกล่าว มทร.ล้านนาคาดหวังว่าจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 30-40% แต่การจะทำให้งบวิจัยเพิ่มขึ้นได้นั้น จะต้องมีการส่งเสริมและสร้างนักวิจัยหน้าใหม่เพิ่มขึ้นซึ่งนี่เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งของมทร.ล้านนา ในการสร้างนักวิจัยหน้าใหม่ และส่งเสริมให้อาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัยทำงานวิจับร่วมกับผู้ประกอบการมากขึ้น เพราะนอกจากงบประมาณจากภาครัฐ กองทุนวิจัยแล้ว ส่วนหนึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการ SME ร่วมด้วย”รักษาการอธิการบดี มทร.ล้านนา กล่าว

รศ.ดร.อุเทน กล่าวต่อว่าการทำงานวิจัยของนักศึกษา คณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัย จะต้องคำนึงถึง 2 ประเด็นหลัก คือ วิจัยเพื่อใช้ประโยชน์เรื่องอะไร และใครที่จะได้ผลประโยชน์จาองานวิจัยดังกล่าว นั่นคือ แผนงานวิจัย ต้องทำให้เห็นชัดเจนว่ามีผู้ใช้หรือไม่ และต้องรู้ว่าใครจะเอาไปใช้ประโยชน์ เช่น งานด้านวิศวกรรมของอาจารย์ท่านหนึ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชนในการจัดทำเสื้อทำกระสุน เวลาเขียนแผนงานวิจัยจะมีเป้าหมายชัดเจน และมีการทำ IP Plan รวมถึงการใช้เครื่องมือในการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP Tools) เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้ประโยชน์จากงานวิจัย ต้องได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์นักวิจัย หรือบริษัทที่เข้ามาสนับสนุน ร่วมมือในการทำงานวิจัย และนำไปใช้ได้จริงในท้องตลาด ดังนั้น งานวิจัยของมทร.ล้านนา จะมีเรื่องของเทคโนโลยี นวัตกรรมทางการเกษตร ภาคบริการ Arts Design & Architecture เป็นต้น เป็นการสนับสนุนงานวิจัยของทั้งครูอาจารย์ นักศึกษา และเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยในแต่ละคณะ

รักษาการอธิการบดีมทร.ล้านนา กล่าวต่อว่า นอกจากส่งเสริมให้อาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัยทำวิจัยแล้ว ยังสนับสนุนให้เป็นสตาร์ทอัปร่วมด้วย ซึ่งอาจารย์ และนักศึกษาต้องสร้างธุรกิจ เพื่อที่จะทำให้พวกเขามีอาชีพ มีรายได้ เกิดการลงทุนกับนักลงทุนที่อยู่ภายนอกมหาวิทยาลัย เป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกการทำงาน ฉะนั้น นักศึกษาและอาจารย์ที่ทำงานวิจัยร่วมกับผู้ประกอบการ นักลงทุนจะต้องออกไปนำเสนองาน และเกิดการทำสัญญาร่วมกัน พัฒนาจากงานวิจัยกลายเป็นโปรดักส์ที่จำหน่ายได้จริงๆ

รศ.ดร.อุเทน คำน่าน

“การลงทุนงานวิจัยมีการกำหนดในการดำเนินการไม่เกิน 8-9 เดือน การทำสตาร์ทอัปใน1 โปรดักส์ จะต้องมีการฝึกอบรม สัมมนา ให้ความรู้ และต้องมีความชัดเจนว่าสิ่งที่ค้นพบนั้นสามารถนำไปสู่โปรดักส์หรือขายได้ รวมถึงการสร้างเชื่อมโยงกับ SMEs ภาคเหนือให้ปรับเปลี่ยนจากธุรกิจเดิมสู่การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้ ทางมหาวิทยาลัยได้มีการรวบรวม พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ งานวิจัยที่สามารถสร้างรายได้ และสร้างงานให้แก่อาจารย์ นักศึกษา สตาร์ทอัป และชุมชนได้มากขึ้น” รศ.ดร.อุเทน กล่าว

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this