โอทิส ประเทศไทย เปิดตัวลิฟต์ Gen3™ ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล รับตลาดเติบโต 10%

Published on

โอทิสจัดงานเปิดตัวลิฟต์ รุ่น Gen3™ ภายใต้ชื่องาน “แพลตฟอร์มเพื่อความเป็นไปได้”  เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ที่เชื่อมต่อการทำงานของลิฟต์ เสริมมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย สุขอนามัยที่ดี รองรับการเติบโตด้านการคมนาคม-อสังหาริมทรัพย์ คาดตลาดในเมืองไทยเติบโต 10%

วรพันธ์ เขมะสิงคิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอทิส เอเลเวเทอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัท โอทิส เวิลด์ไวด์ คอร์ปอเรชั่น (NYSE: OTIS) เป็นผู้ผลิตลิฟต์ บันไดเลื่อนและทางเลื่อนชั้นนำรายหนึ่งของโลก ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20% มีการเคลื่อนย้ายผู้คนมากถึง 2.3 พันล้านคนต่อวัน และให้บริการบำรุงรักษากว่า 2.3 ล้านยูนิตทั่วโลก  โดยมีการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของสินค้ามาอย่างต่อเนื่อง

โดยลิฟต์โดยสารรุ่นใหม่นี้ต่อยอดการพัฒนามาจากลิฟต์รุ่น Gen2 ซึ่งได้รับการยอมรับในเรื่องของการออกแบบและเทคโนโลยีสายพานแบบแบนและเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของโอทิส  สำหรับลิฟต์ Gen3 นี้มีทั้งรุ่นที่มีห้องเครื่องหรือไม่มีห้องเครื่อง เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น อาคารเชิงพาณิชย์ ที่พักอาศัย โรงแรม โรงพยาบาลและอุตสาหกรรม

“ประเทศไทยยังคงเดินหน้าเรื่องการสร้างเมืองอัจฉริยะให้เพิ่มมากขึ้นในเขตเมืองใหญ่ การลงทุนในสาธารณูปโภคแบบอัจฉริยะก็เป็นสิ่งจำเป็น บริษัทโอทิส มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนลูกค้าด้วยแพลตฟอร์มของลิฟต์รุ่น Gen3 ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์และทำงานสอดคล้องกันอย่างดีกับระบบของตัวอาคาร  ลิฟต์รุ่นใหม่นี้จะทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การใช้ลิฟต์โดยสารที่ยอดเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ก้าวหน้าไปอีกระดับ”

วรพันธ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน บริษัท โอทิส ผลิตและจำหน่ายลิฟต์โดยสาร 2 แบรนด์ คือ OTIS และ SIGMA  มีการทำตลาดในประเทศไทยมากว่า 60 ปี ปัจจุบันได้ทำการติดตั้งไปแล้วกว่า 8,000 ยูนิต  โดยคาดว่าในปีนี้ภาพรวมตลาดลิฟต์โดยสารในประเทศไทยจะเพิ่มจำนวนอีกกว่า 4,000 ยูนิต หรือคิดเป็นการเติบโตราว 10% จากปีที่ผ่านมา  เนื่องจากทิศทางการลงทุนด้านการคมนาคม โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง  ถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ยกระดับการเชื่อมต่อให้ก้าวไปอีกขั้น

ลิฟต์รุ่น Gen3 ที่ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล IoT (Internet of Things) ของ Otis ONE™ จะช่วยตรวจสอบการทำงานและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ตลอด 24 ชั่วโมงแบบเรียลไทม์ ข้อมูลดังกล่าวสามารถใช้ได้ทันทีผ่านพอร์ทัลและแอปพลิเคชันเพื่อให้มองเห็นการทำงานของลิฟต์โดยสารเพื่อช่วยให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การมองเห็นอุปกรณ์การทำงานของลิฟต์ได้อย่างชัดเจนยังทำให้ผู้เชี่ยวชาญภาคสนามของโอทิสตรวจสอบการทำงานของระบบและอุปกรณ์ได้จากระยะไกล สามารถระบุถึงปัญหา และแจ้งถึงชิ้นส่วนที่ต้องเตรียมการซ่อมล่วงหน้า  เพื่อทำให้ลิฟต์สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติทันท่วงที

ลิฟต์โดยสารรุ่น Gen3 นี้จะเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ของผู้ใช้ให้มากกว่าเดิมด้วยโซลูชันต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นมา ประกอบด้วย:

  • APIs (Application Programming Interface) ที่ใช้บนคลาวด์ ช่วยให้การผสานการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์การจัดการอาคาร หุ่นยนต์อัตโนมัติ และเครื่องมือและบริการอื่นๆ ได้อย่างราบรื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตัวอาคาร และสามารถผสานการทำงานกับเทคโนโลยีในอนาคตได้อย่างไร้รอยต่อ
  • จอแสดงผลในลิฟต์ Otis eView™ โดยปกติจะนำเสนอสาระและความบันเทิงให้แก่ผู้โดยสาร รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับอาคาร สภาพอากาศ ข่าวสาร และวิดีโอในกรณีฉุกเฉินสามารถเชื่อมต่อระหว่างผู้โดยสารกับศูนย์บริการ OTISLINE® ได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านทางวิดีโอแชท เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร
  • เทคโนโลยี Compass®360 วิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ลิฟต์โดยสารและจัดกลุ่มผู้โดยสารที่ไปยังปลายทางเดียวกัน เพื่อลดจุดที่ต้องหยุดและพาผู้โดยสารไปถึงที่หมายได้เร็วขึ้นถึง 50% โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน
  • แอปพลิเคชัน Otis eCall™ Plus ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเรียกลิฟต์และกำหนดชั้นจอดจากสมาร์ทโฟน โดยไม่ต้องกดปุ่มเรียกลิฟต์

ส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมและยั่งยืน

เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของโอทิสในด้านความยั่งยืน ลิฟต์รุ่น Gen3 จะขับเคลื่อนด้วย Otis ReGen™ มีไฟ LED และโหมด Sleep เพื่อลดการใช้พลังงานและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของลิฟต์ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบที่ทันสมัยและปรับการใช้งานเฉพาะตัวให้เหมาะกับผู้โดยสาร พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของผู้โดยสาร

  • การออกแบบห้องลิฟต์ Ambiance มีมากกว่า 400,000 รูปแบบ ผสมผสานแนวคิดจากธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และงานศิลปะจากวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก ภายใต้แนวคิดผสมผสาน “การเดินทางไปสู่โลกอื่น”
  • แผงควบคุมลิฟต์ Otis PURE™ แผ่นกระจกที่มีดีไซน์ทันสมัย พร้อมด้วยสแตนเลสผิวขัดลาย ออกแบบเน้นการใช้งานง่าย มีไฟชนิดชั้น LED ที่มองเห็นได้ง่ายและตัวเลือกการปรับแต่งที่ตอบโจทย์การใช้งานของบุคคลหลากหลายประเภท
  • เครื่องฟอกอากาศในลิฟต์ Otis Cab Air Purifier ใช้เทคโนโลยีไอออนชนิด bipolar เพื่อลดจำนวนแบคทีเรียและไวรัสในอากาศภายในลิฟต์อย่างมีนัยยะสำคัญ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลิฟต์รุ่น Gen3 คลิกที่นี่ https://we.tl/t-CVk9HC3hca

เกี่ยวกับโอทิส

โอทิสให้อิสระแก่ผู้คนเพื่อเชื่อมต่อและเจริญก้าวหน้าในโลกที่พัฒนาขึ้น รวดเร็วขึ้น ฉลาดขึ้น เราเป็นผู้นำระดับโลกในการผลิต ติดตั้ง และให้บริการลิฟต์และบันไดเลื่อน เราเคลื่อนย้ายผู้คน 2.3 พันล้านคนต่อวันและให้บริการบำรุงรักษามากกว่า 2.3 ล้านยูนิตทั่วโลก – นับเป็นพอร์ตบริการที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม  ท่านจะพบเราได้ในอาคารที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก เช่นเดียวกับในอาคารที่พักอาศัย อาคารเชิงพาณิชย์ ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและทุกที่ที่มีผู้คนเดินทาง  Otis มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐคอนเนตทิคัต ประเทศสหรัฐอเมริกา เรามีพนักงานทั้งหมด 71,000 คน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญภาคสนามอีก 42,000 คน ซึ่งล้วนทุ่มเทเพื่อจัดการกับความต้องการหลากหลายของลูกค้าและผู้ใช้บริการของเราในมากกว่า 200 ประเทศและดินแดน  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่ www.otis.com และติดตามเราบน LinkedIn, Instagram และ Facebook @OtisElevatorCo.

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this