อิเดมิสึจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อวินมอเตอร์ไซค์

Published on

น้ำมันเครื่อง “อิเดมิตสึ” โดย บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ผู้นำด้านน้ำมันเครื่องตัวจริงจากประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบังคับการตำรวจจราจร, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย เปิดตัวโครงการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ครั้งยิ่งใหญ่ ภายใต้รูปแบบการแข่งขันกีฬาชักกะเย่อ ในโครงการ “ซ้อนท้ายวิน ใส่หมวก 100% By IDEMITSU” เพื่อร่วมรณรงค์ให้วินมอเตอร์ไซค์สวมหมวกกันน็อคแก่ผู้โดยสาร พร้อมลุยจัดการแข่งขันชักกะเย่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างกว่า 1,000 คน ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1.2 แสนบาท เป็นครั้งแรกของเมืองไทย ในวันที่ 6 พ.ค.นี้  ณ อาคารนิมิบุตร

พล.ต.ต. ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยว่า สำหรับการแข่งขันกีฬาชักกะเย่อ ในโครงการ “ซ้อนท้ายวิน ใส่หมวก 100% By IDEMITSU” เป็นโครงการจัดการแข่งขันกีฬาชักกะเย่อ สำหรับผู้เข้าแข่งขันที่เป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกีฬาชักกะเย่อให้เป็นที่รู้จักในฐานะกีฬาแห่งพลังความสามัคคี ที่มีความคุ้นเคยกับวิถีชีวิตของคนไทยเรามาเป็นเวลานานแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ถือเป็นโอกาสอันดี ในการร่วมกันรณรงค์เพื่อกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกในการขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์ให้เกิดความปลอดภัย ด้วยการสวมหมวกกันน็อคทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร  เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตลอดจนผู้ร่วมใช้เส้นทางอีกด้วย ซึ่งโครงการฯ ครั้งนี้ เกิดจากจากการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อันประกอบไปด้วย กองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบังคับการตำรวจจราจร, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย, และหน่วยงานผู้สนับสนุนหลักจากภาคเอกชน คือ บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด

ด้าน คุณสุชาติ แจสุรภาพ อุปนายกสมาคมชักกะเย่อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในนามของสมาคมชักกะเย่อแห่งประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งและต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ช่วยกันผลักดันให้กีฬาชักกะเย่อสากลให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะหน่วยงานภาคเอกชน บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ที่สนับสนุนและสร้างโอกาสอันดีให้แก่เยาวชนไทย จนสามารถไปสร้างผลงานและก่อให้เกิดชื่อเสียงอันดีแก่ประเทศไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 3 ได้ในเวทีระดับโลกได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพันธกิจสำคัญของสมาคมฯ ที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับกติกาที่ใช้ในการแข่งขันในครั้งนี้ จะเป็นไปตามกติกาการแข่งขันของสหพันธ์กีฬาชักกะเย่อโลก (TWIF) โดยนำมาปรับแก้กติกาบางประการให้เหมาะสมกับผู้แข่งขันที่เป็นทีมมอเตอร์ไซค์รับจ้างมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย (1) จำนวนผู้เล่นในสนามจำนวน 8 คน/ทีม สำรองอีก 2 คน (2) น้ำหนักรวม 8 คน ต้องไม่เกิน 640 กิโลกรัม หรือเฉลี่ยคนละ 80 กิโลกรัม (3) ระยะการดึงตามกติกาแพ้ชนะที่ระยะ 4 เมตร (4) การแบ่งสายการแข่งขันจะเหมือนกีฬาฟุตบอล มีการนับคะแนนเข้ารอบ แบ่งเป็นสายละ 4 ทีม พบกันในแต่ละสายจนครบ (5) ในการแข่งขันรอบที่ 2 จนถึงรอบชิงชนะเลิศ จะเป็นการแข่งขันแบบ ชนะ 2 ใน 3 ด้านอุปกรณ์ที่ใช้การแข่งขัน เราจะใช้ลู่ยางที่ใช้ในการแข่งขันจริงๆ และอนุญาตให้ผู้ที่เข้าแข่งขันใช้รองเท้าผ้าใบพื้นเรียบ ตลอดจนอนุญาตให้ใช้ถุงมือแบบปลายนิ้วโผล่แบบที่ใช้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ เพื่อลดอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดจากการแข่งขันได้

ดร.ภาวัต กัลล์ประวิทธ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่น “IDEMITSU” (อิเดมิตสึ) “DAPHNE” (ดาฟเน่) ผู้นำด้านน้ำมันเครื่องตัวจริงจากประเทศญี่ปุ่น และผู้สนับสนุนหลักในการจัดการแข่งขันกีฬาชักกะเย่อ โครงการ “ซ้อนท้ายวิน ใส่หมวก 100% By IDEMITSU” ในครั้งนี้ กล่าวว่า “บริษัทน้ำมันอพอลโล (ไทย) อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานร่วม 5 ทศวรรษ เราอยู่เคียงข้างทุกการเดินทางของคนไทยมาโดยตลอด ดังนั้น เราจึงมีความยินดีที่จะนำร่องให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาชักกะเย่อเพื่อวิน มอเตอร์ไซค์อย่างเป็นทางการขึ้นเป็นปีแรกในปีนี้ เนื่องจากบริษัทมีวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม และต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการรณรงค์ให้ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ขับขี่บนท้องถนนหลักกลุ่มใหญ่ในทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนผู้โดยสารของทุกวินได้สวมหมวกกันน็อคเพื่อความปลอดภัย อีกทั้งยังได้ร่วมส่งเสริมการเล่นกีฬาชักกะเย่อที่ถูกวิธี อันเป็นการสร้างความรักความสามัคคีต่อกันในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพขับขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นจำนวนกว่า 1,000 คนด้วย เราจึงรู้สึกเป็นเกียรติให้เกิดการจัดการแข่งขันรายการนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรกของประเทศไทย

สำหรับการแข่งขันชักกะเย่อมอเตอร์ไซค์ โครงการ “ซ้อนท้ายวิน ใส่หมวก 100% By IDEMITSU” จะเป็นการแข่งขันระหว่างวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากทั่วกรุงเทพมหานคร รวมกว่า 100 ทีม มีตัวแทนมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากวินต่างๆ มาร่วมกิจกรรมรวมทั้งหมดกว่า 1,000 คน ซึ่งการแข่งขัน ฯ มีกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม 2561 ณ อาคารนิมิบุตร เพื่อร่วมชิงรางวัลกว่า 100,000 บาท ได้แก่ ทีมชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมถ้วยและเหรียญรางวัล ทีมชนะเลิศรองอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมถ้วยและเหรียญรางวัล และทีมชนะเลิศรองอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยและเหรียญรางวัล นอกจากนี้ ยังมีรางวัล Lucky draw สำหรับจับรางวัลแจกผู้ที่เข้าร่วมงานอีกมากมาย อาทิ รางวัลที่ 1 รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ 110i จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 สร้อยคอทองคำ 1 สลึง จำนวน 4 รางวัล รางวัลที่ 3 LCD TV 32 นิ้ว จำนวน 2 รางวัล รางวัลที่ 4 โทรศัพท์ Samsung Galaxy J7 core จำนวน 2 รางวัล และของรางวัลอภินันทนาการอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this