เตือน 4 กลุ่มพึงระวังปัญหาหมอกควันภาคเหนือ

Published on

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนระวังป่วย 4 กลุ่มโรคจากปัญหาหมอกควันทางภาคเหนือ ค่าสูงสุดที่พบคือ 201 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยพบว่ากลุ่มเด็กเสี่ยงป่วยโรคทางเดินหายใจ และกลุ่มผู้สูงวัยเสี่ยงป่วยโรคหัวใจและผิวหนัง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์หมอกควันทางภาคเหนือยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีหลายจังหวัดที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM 10) สูงเกินค่ามาตรฐานในบางพื้นที่ และปัญหาหมอกควันดังกล่าวอาจส่งผลกระทบทางสุขภาพต่อประชาชนได้

ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มีนาคม 2561 ค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานเริ่มส่งผลต่อประชาชนตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2561 เป็นต้นมา จากสถานการณ์การเจ็บป่วยในพื้นที่ 9 จังหวัด ทางภาคเหนือตอนบน ช่วงวันที่ 11-17 มีนาคม 2561 ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ พบว่ากลุ่มเด็กเล็ก (แรกเกิด- 4 ปี) และกลุ่มวัยเรียน (5-14 ปี) ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ ในกลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากที่สุด รองลงมาคือโรคผิวหนังอักเสบ

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรคได้กำชับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่  ดำเนินมาตรการลดความเสี่ยงอย่างเข้มข้นเพื่อดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ ซึ่งค่า PM 10 ในวันที่ 30 มี.ค. 2561 พบสูงสุดคือ 201 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน รองลงมาคือ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ที่ 155 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

4 กลุ่มโรคที่ประชาชนต้องระวังเป็นพิเศษ คือ โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคตาอักเสบ และโรคผิวหนังอักเสบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอด หอบหืด ภูมิแพ้ เป็นต้น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ประสบปัญหาหมอกควัน ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตนตามคำแนะนำ ดังนี้

1. ปิดประตูหน้าต่างบ้านให้มิดชิด หมั่นทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก

2. สวมหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ เช่น N95

3.หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย และการทำงานหนักที่ออกแรงมากหรือที่กลางแจ้ง

4.ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด

“ในโอกาสนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ติดตามสถานการณ์ และเตรียมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลหากมีความจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าเกินมาตรฐาน การขับขี่ยานพาหนะในช่วงที่มีหมอกควันมาก ทัศนะวิสัยไม่ดี ควรเปิดไฟหน้ารถ ขับรถด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ  ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422” นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าว

Latest articles

PT ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่! เปิดสถานีบริการ ลำลูกกา 10 (คลอง 6) อัดโปรโมชั่นสุดคุ้มเอาใจนักเดินทาง

PTG เปิดให้บริการสถานีบริการ พีที สาขาลำลูกกา 10 (คลอง 6) ขยายอาณาจักรความสุขให้กับนักเดินทางอย่างเป็นทางการ พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นด้วยบริการน้ำมันคุณภาพและทัพสินค้า-บริการ Non-Oil สุดคุ้ม!

GIT’s World Jewelry Design Awards 2026 ฉลอง 20 ปี  ตอกย้ำไทยสู่ฮับครื่องประดับโลกอันเฉิดฉาย

การจัดงานทั้งสองไม่เพียงเป็นการแข่งขันเพื่อชิงรางวัลอันทรงเกียรติ แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยให้ก้าวสู่ระดับโลกอย่างสง่างาม พร้อมทั้งสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับของโลก

มิดไนท์บิสกิตฟักทอง เทศกาลฮาโลวีน ที่โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่

ตลอดเดือนตุลาคมนี้ ห้องอาหารรุกข์ คูซีน โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน ชวนสัมผัสอีกหนึ่งสีสันของเทศกาลฮาโลวีน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและธรรมชาติอันเขียวขจีของเขาใหญ่ พร้อมเติมความพิเศษให้มื้ออาหารด้วย Midnight บิสกิตฟักทอง

เติมเต็มชีวิตหลังเกษียณ ชุมชนโฮสต์ Airbnb วัย 60+ ในไทยเติบโตกว่า 15%  

ข้อมูลล่าสุดจาก Airbnb พบว่า เกือบ 1 ใน 10 ของโฮสต์ Airbnb ในประเทศไทยมีอายุ 60 ปีขึ้นไป  และจำนวนโฮสต์ในกลุ่มอายุนี้เพิ่มขึ้นกว่า 15% ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี

More like this