สายเห็ดต้องรู้ เก็บเองเสี่ยงมาก ปรุงสุกไม่สุกก็อย่าไว้ใจ

Published on

อากาศที่ร้อนชื้นสลับกับฝนตก เป็นสภาวะที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเห็ด ซึ่งเห็ดหลายชนิดก็รับประทานได้ แถมยังให้คุณค่าทางอาหาร และมีประโยชน์ต่อร่างกายมากๆ  แต่เห็ดบางชนิดก็ให้โทษ และอาจจะอันตรายถึงชีวิต แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า เห็ดนั้นมีพิษหรือไม่ เพราะคนทั่วไปอาจจะแยกแยะไม่ออกว่าเห็ดอะไรเป็นเห็ดอะไร บางชนิดก็หน้าตาคล้ายกันมาก ซึ่งชาวบ้านทั่วไป ที่นิยมเก็บเห็ดกินเอง จึงต้องระวังเรื่องเหล่านี้ให้มาก

นายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษจากการรับประทานเห็ดพิษ ในปี 2560  พบเหตุการณ์ทั่วประเทศทั้งหมด 30 เหตุการณ์ โดยพบมากที่สุดภาคเหนือ 19 เหตุการณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 เหตุการณ์ และภาคใต้ 3 เหตุการณ์ และพบผู้เสียชีวิต 11 ราย ปัจจุบันพบการกระจายของโรคได้ตลอดทั้งปีตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละพื้นที่ ซึ่งพบสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน  ส่วนในปี 2561 นี้ พบว่ามีรายงาน 1 เหตุการณ์ในเดือนมีนาคม ไม่มีผู้เสียชีวิต

การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าอาจพบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษจากการรับประทานเห็ดพิษได้ เนื่องจากในช่วงนี้ประเทศไทยได้รับอิทธิพลพายุฤดูร้อน ทำให้มีอากาศร้อนชื้น สลับกับมีฝนตกในบางพื้นที่ ซึ่งในช่วงหลังฝนตก 1- 2 วัน เป็นช่วงที่เห็ดมีการเจริญเติบโตและแพร่กระจายตามธรรมชาติทั้งเห็ดที่รับประทานได้และเห็ดพิษ

ข้อมูลพบว่าผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมักเก็บเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น เห็ดป่า เห็ดที่ขึ้นใกล้ที่พักอาศัยมาปรุงอาหาร ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่พบการเกิดโรคอาหารเป็นพิษจากเห็ดมักเกิดจากการขาดประสบการณ์ในการสังเกตและจำแนกชนิดของเห็ดที่รับประทานได้และรับประทานไม่ได้ หรือรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

เรื่องที่สำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดว่า การต้มให้เห็ดสุกจะสามารถสลายพิษของเห็ดได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง อีกทั้งการรับประทานเห็ดที่ไม่มีพิษแบบสุกๆ ดิบๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายได้

การรับประทานเห็ดพิษเข้าไป จะมีอาการที่แสดงออกมา คือ  อาการคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว ปวดท้อง เป็นตะคริวที่ท้อง ภายใน 6–24 ชั่วโมง หากเกิน 24 ชั่วโมงจะทำให้เกิดภาวะไต/ตับวายจนทำให้เสียชีวิตได้

การปฐมพยาบาลเมื่อมีอาการดังกล่าว ต้องทำให้อาเจียนออกมาให้มาก โดยรับประทานไข่ขาวดิบ 3-4 ฟอง หรือดื่มน้ำอุ่นผสมผงถ่านหรือเกลือ แล้วไปพบแพทย์โดยเร็ว และให้ประวัติการรับประทานอาหารย้อนหลัง  พร้อมเก็บตัวอย่างเห็ดและอาหารที่เหลือจากการรับประทานไว้ด้วย

ดังนั้นต้องระมัดระวังการเก็บเห็ดจากธรรมชาติมารับประทานในช่วงนี้ ควรเลือกเห็ดที่มาจากการเพาะขยายพันธุ์ เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง มารับประทานเพื่อความปลอดภัย

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลพิษวิทยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขได้แยกแยะลักษณะเบื้องต้นของเห็ดมีพิษและไม่มีพิษไว้ดังนี้

เห็ดพิษ

  • ส่วนใหญ่เจริญงอกงามในป่า
  • ก้านสูง ลำต้นโป่งพองออก โดยเฉพาะที่ฐาน กับที่วงแหวนเห็นชัดเจน
  • สีผิวของหมวกมีได้หลายสี เช่น สีมะนาว ถึงสีส้ม สีขาวถึงสีเหลือง
  • ผิวของหมวกเห็ดส่วนมากมีเยื่อหุ้มดอกเห็ดเหลืออยู่ในลักษณะที่ดึงออกได้ หรือเป็นสะเก็ดติดอยู่
  • ครีบแยกออกจากกันชัดเจน มักมีสีขาว บางชนิดสีแดงหรือสีเขียวอมเหลือง
  • สปอร์ใหญ่มีสีขาวหรือสีอ่อน มีลักษณะใส ๆ รูปไข่กว้าง

เห็ดไม่มีพิษ

  • ส่วนใหญ่เจริญในทุ่งหญ้า
  • ก้านสั้น อ้วนป้อมและไม่โป่งพองออก ผิวเรียบไม่ขรุขระ ไม่มีสะเก็ด
  • สีผิวของหมวกส่วนใหญเป็นสีขาวถึงสีน้ำตาล
  • ผิวของหมวกเห็ดเรียบจนถึงเป็นเส้นใยและ เหมือนถูกกดจนเป็นแผ่นบาง ๆ ดึงออกยาก
  • ครีบแยกออกจากกัน ในระยะแรกเป็นสีชมพู แล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
  • สปอร์สีน้ำตาลอมม่วงแก่รูปกระสวยกว้าง

นอกจากนั้นยังแนะนำไว้ว่า การรับประทานอาหารที่ประกอบขึ้นด้วยเห็ด ควรจะรับประทานแต่พอควร อย่ารับประทานจนอิ่มมากเกินไป เพราะเห็ดเป็นอาหารที่ย่อยยาก อาจจะทำให้ผู้มีระบบย่อยอาหารที่อ่อนแอเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ ควรระมัดระวัง คัดเห็ดที่เน่าเสียออกเพราะเห็ดที่เน่าเสียจะทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ปรุงขึ้นสุก ๆ ดิบ หรือเห็ดดิบดอง เพราะเห็ดบางชนิดยังจะมีพิษอย่างอ่อนเหลืออยู่ ผู้รับประทานจะไม่รู้สึกตัวว่ามีพิษ จนเมื่อรับประทานหลายครั้งก็สะสมพิษมากขึ้น และเป็นพิษร้ายแรงถึงกับเสียชีวิตได้ในภายหลัง

ผู้ที่รู้ตัวเองว่าเป็นโรคภูมิแพ้เกี่ยวกับเห็ดบางชนิด หรือกับเห็ดทั้งหมด ซึ่งถ้ารับประทานเห็ดเข้าไปแล้ว จะทำให้เกิดอาการเบื่อเมา หรืออาหารเป็นพิษ จึงควรระมัดระวัง รับประทานเฉพาะเห็ดที่รับประทานได้โดยไม่แพ้ หรือหลีกเลี่ยงจากการรับประทานเห็ด

ข้อสำคัญอย่างมากคือ  อย่ารับประทานเห็ดพร้อมกับดื่มสุรา เพราะเห็ดบางชนิดจะเกิดพิษทันที ถ้าหากดื่มสุราหลังจากรับประทานเห็ดแล้วภายใน 48 ชั่วโมง เช่น เห็ดหิ่งห้อย เห็ดน้ำหมึกหรือเห็ดถั่ว (Coprinus atramentarius ) แม้แต่เห็ดพิษอื่นทั่วไป หากดื่มสุราเข้าไปด้วย ก็จะเป็นการช่วยให้พิษกระจายได้รวดเร็วและรุนแรงขึ้นอีก

เรื่องของเห็ดอาจจะมีความใกล้ตัวอยู่มาก เพราะเป็นอาหารที่อยู่ในต้มผัดแกงทอดที่คุ้นเคยกันทุกครัวเรือน เห็ดพื้นฐานทั่วไปที่อยู่ในท้องตลาด น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่อย่างไรก็ตามกรรมวิธีการปรุงให้สุกและทำตามข้อแนะนำข้างต้นก็จะเป็นการดี

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this