“อาทร่วมใจ ไล่ยุงร้าย สู้ภัยไข้เลือดออก” ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

Published on

โรคไข้เลือดออก มีสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ แบ่งเป็นยุงลายบ้านและยุงลายสวน ซึ่งยุงทั้งสองชนิดพบในพื้นที่เขตร้อนทั่วโลกและมักจะกัดคนในเวลากลางวัน ดังนั้นการป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ดีที่สุด คือ การป้องกันตัวเองจากยุงลาย

บริษัท เอิร์ธ ประเทศไทย จำกัด เล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันยุงลายที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก ในปีนี้ได้ จัดกิจกรรมทำความดีคืนสู่สังคมไทย “อาทร่วมใจ ไล่ยุงร้าย สู้ภัยไข้เลือดออก” ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ นำโดย เค็นทาโร่ ซาโตะ ประธาน บริษัท เอิร์ธ (ประเทศไทย) จำกัด ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับสำนักงานเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของจังหวัดที่พบผู้ป่วยไข้เลือดออกมากที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่เขตร้อนชื้น จึงแพร่ขยายพันธุ์ยุงลายได้ง่าย

พร้อมกันนี้ยัง ส่งมอบผลิตภัณฑ์กันยุง “อาทพลัส” ยาจุดกันยุง และ “โอเอซิส” โลชั่นทากันยุง สูตรธรรมชาติ ให้แก่ 5 สถานที่สำคัญ ในจังหวัดเมืองแม่ฮ่องสอน ได้แก่ โรงเรียนห้องสอนศึกษา, ตลาดสายหยุด, โรงพยาบาลศรีสังวาล, หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยปูแกง และบ้านปางหมู อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงพิมพ์พรรณ พิสุทธิ์ศาล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเดินทางและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมให้สาระความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก เพื่อให้คนในชุมชนตระหนักและพร้อมรับมือ ในการป้องกันตัวเองให้ห่างไกล จากยุงลายอีกด้วย

ประธาน บริษัท เอิร์ธ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อาทภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมดี ๆ คืนสู่สังคมไทย เรามีความตั้งใจอย่างมากในการจัดกิจกรรมนี้ และจะดำเนินการจัดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ในฐานะบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่พัฒนาสินค้า พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย โดยอาทได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์กันยุงซึ่งมีให้เลือกใช้หลายชนิด ทั้งแบบนอกบ้านและในบ้าน ซึ่งคำนึงถึงความปลอดภัย

ได้แก่ “อาทพลัส” ยาจุดกันยุง โดย 1 ขดสามารถจุดได้นานต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง ป้องกันได้ทั้งยุงลายและยุงก้นปล่อง ซึ่งเป็นสูตรของอาทที่มีสารออกฤทธิ์ Metofluthrin (เมโทฟลูทริน) สูงที่สุด เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการกำจัดยุงได้สูงสุด นอกจากนี้ ยังมี “โอเอซิส” ผลิตภัณฑ์เจลหอมที่คิดค้นมาเพื่อกำจัดยุงไปพร้อม ๆ กับการสร้างบรรยากาศให้ห้องมีกลิ่นหอมและผ่อนคลายโดยใช้ธรรมชาติ จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย

” รวมทั้ง “โอเอซิส” โลชั่นกันยุงสูตรธรรมชาติ สำหรับใช้ทาผิว ป้องกันยุงในยามที่มีกิจกรรมนอกบ้านนานถึง 7 ชั่วโมง พกพาสะดวกไปได้ทุกที่ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของอาทมีส่วนช่วยให้คนไทยมีสุขภาพดีมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายขึ้น จึงเป็นตัวช่วยที่ดีและสะดวกเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย” เค็นทาโร่ ซาโตะ

ด้าน แพทย์หญิงพิมพ์พรรณ พิสุทธิ์ศาล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเดินทางและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า มาตรการในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก จะเน้นการควบคุมยุงลายด้วยวิธีการที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของยุงลายที่ชอบกินเลือดคนมากกว่าเลือดสัตว์ ชอบออกหากินในเวลากลางวัน ชอบเกาะพักตามวัสดุห้อยแขวนและเพาะพันธุ์ในภาชนะน้ำขัง ซึ่งวิธีการควบคุมยุงลายที่ทุกคนทำได้ง่ายและต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ นั่นก็คือการกำจัดลูกน้ำยุงลายในภาชนะน้ำขังที่อยู่ในบ้าน

“การเทน้ำทิ้งไม่ให้มีน้ำขังในภาชนะ การเปลี่ยนน้ำในภาชนะอย่างน้อยทุกๆ 7 วัน หรือแม้แต่การเลี้ยงปลาเพื่อให้กินลูกน้ำในอ่างบัว ซึ่งจะช่วยตัดวงจรการเพาะพันธุ์ยุงลายได้ และที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวไม่ให้ถูกยุงกัด”แพทย์หญิงพิมพ์พรรณ กล่าว

Latest articles

ซัมเมอร์นี้เก็บกระเป๋าไปฮ่องกงกับ Trip.com จัดดีลคุ้ม 2 ต่อ รับส่วนลดสูงถึง 50%

ซัมเมอร์นี้ Trip.com ชวนนักเดินทางชาวไทยสัมผัสสีสันแห่งฤดูร้อนในฮ่องกง พร้อมอีเวนต์ระดับนานาชาติ กิจกรรมความบันเทิง และสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวตลอดฤดูกาล ภายใต้แคมเปญ “Hong Kong Summer Fun” โดย Trip.com ได้จับมือกับการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) เปิดตัวดีลท่องเที่ยวสุดพิเศษตลอดทั้งแคมเปญ

Deloitte’s 2025 Asia Pacific Tax and Tariff Complexity Survey Pinpoints the Threshold That Triggers C-suite Action

Deloitte’s 2025 Asia Pacific Tax & Tariff Complexity Survey finds that 41% of business leaders would consider significant supply chain realignment even with cost increases below 20%, and another 42% capping their tolerance for tariff-related cost increase at 40% - a threshold far lower than expected.

ดีลอยท์ชี้ต้นทุนพุ่ง 21-40% ดันธุรกิจเกือบครึ่งในเอเชียแปซิฟิก ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่

ดีลอยท์เปิดเผยผลสำรวจ Deloitte Asia Pacific Tax & Tariff Complexity Survey 2025 พบว่า ร้อยละ 41 ของผู้นำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมพิจารณาปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นไม่ถึงร้อยละ 20 ขณะที่อีกร้อยละ 42 ระบุว่า สามารถรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีศุลกากรได้ไม่เกินร้อยละ 40 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

เทรนด์โภชนาการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของคนไทย

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากเทรนด์ที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และมองหาทางเลือกด้านโภชนาการที่ทั้งสะดวกและสอดรับกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เต็ดตรา แพ้ค เผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอาหารเสริมและโภชนาการ (Food Supplement and Nutrition: FSN) พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคผ่านนวัตกรรมเครื่องดื่มพร้อมดื่ม

More like this