ผู้นำทางธุรกิจ ต้องไม่ตกขบวนเมตาเวิร์สและ Web 3.0

Published on

ผู้นำในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การตลาด และธุรกิจไอที 85% ระบุว่าในช่วงเวลาอีก 2 ปีข้างหน้านี้ เทคโนโลยีล้ำยุคอย่างเช่น เมตาเวิร์ส (85%) และ Web 3.0 (87%) จะมีความจำเป็นต่อธุรกิจของพวกเขา เพื่อช่วยปลดล็อคกระแสรายได้ใหม่ๆ และเป็นหลักประกันว่าในอนาคตบริษัทของพวกเขาจะไม่ตกยุค

AI ขึ้นนำเป็นอันดับหนึ่ง โดยผู้นำกว่า 9 ใน 10 คน (91%) มองว่าเทคโนโลยีนี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จ ของบริษัท นอกจากนี้ AI ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นเทคโนโลยีที่บริษัทต่างๆ จะทำงานด้วยได้อย่างสบายใจมากที่สุด โดยบริษัทในประเทศจีน 71% มั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถทำงานกับเทคโนโลยีนี้ได้ เทียบกับในสหรัฐฯซึ่งมีบริษัท 67% และในสหราชอาณาจักรที่มีเพียง 11% ที่รู้สึกเช่นนั้น ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำทางธุรกิจในประเทศจีน 67% ยังได้เริ่มทำงานกับ AI แล้ว และมี 44% ที่ใช้เมตาเวิร์สแล้ว ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับบริษัทในสหรัฐฯและสหราชอาณาจักร

งานวิจัยชื่อ The Disruptive Technologies ที่ดำเนินการศึกษาโดย วันเดอร์แมน ธอมสัน คอมเมิร์ซ แอนด์ เทคโนโลยี (Wunderman Thompson Commerce & Technology) ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้นำทางด้านไอที อีคอมเมิร์ซ และการตลาดในสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และจีน และพบว่าในจำนวนเทคโนโลยี 6 ด้านที่กำลังก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ (Disruptive Technology)

ได้แก่ AI, Web 3.0, เมตาเวิร์ส, บล็อกเชน, เทคโนโลยีการระบุตัวตนแบบกระจายศูนย์ (Decentralised Identity Technology) และเทคโนโลยีความจริงขยาย (Extended Reality – XR) ผู้ตอบแบบสอบถาม 92% ได้เริ่มนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้แล้วหรือกำลังดำเนินการเพื่อเริ่มนำมาใช้อย่างน้อย 1 ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Web 3.0 (70%) และ เมตาเวิร์ส (65%) ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่ผู้นำธุรกิจยกให้เป็นสิ่งที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อไป

สำหรับในประเทศจีน การวิจัยครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่าผู้นำธุรกิจเชื่อว่าเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นเหล่านี้จะช่วยสร้างกระแสรายได้ใหม่ๆ โดยผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจด้านไอทีในจีน 40% มองว่าเทคโนโลยี XR คือประตูสู่โอกาสในการเจาะตลาดใหม่ๆ และ 37% กล่าวว่า Web 3.0 จะมีบทบาทแบบเดียวกัน นอกจากนี้ ธุรกิจในประเทศจีน 31% เชื่อว่าเมตาเวิร์สจะช่วยให้พวกเขาสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ (เทียบกับ 19% ในสหราชอาณาจักร และ 24% ในสหรัฐฯ)

เทวินทร์ ทัศนเจริญ กรรมการผู้จัดการ มายรัม ประเทศไทย ดิจิทัลเทคฯ เอเยนซีของ วันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ในปัจจุบัน เทคโนโลยี 6 ด้านที่กำลังก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เช่น AI และ XR ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้จริงแล้วอย่างแพร่หลายในธุรกิจต่างๆ และนำไปสู่การยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ให้ดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการดำเนินงาน ตลอดจนเพิ่มรายได้มากขึ้นจากโมเดลธุรกิจใหม่ๆ และแม้ว่า บางเทคโนโลยี เช่น บล็อกเชน เมตาเวิร์ส และ Web 3.0 จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นสำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจ แต่ก็เชื่อว่า จะเป็นเทคโนโลยีสำหรับสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อไป ดังนั้น เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ได้จริง บริษัท และแบรนด์ต่างๆ จะต้องเข้าใจถึงความสามารถของเทคโนโลยีแต่ละอย่าง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ และเป้าหมายทางธุรกิจอย่างเหมาะสม โดยการดำเนินการสามารถเริ่มต้นเป็นโครงการนำร่อง เพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้และแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว จากนั้น ศึกษาผลลัพธ์ รวบรวมข้อเสนอแนะจากลูกค้า เพื่อปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างแท้จริงในการดำเนินธุรกิจขนาดใหญ่หรือเต็มรูปแบบ”

แต่การนำ Disruptive Technology เหล่านี้มาใช้ก็ยังพบอุปสรรคอยู่บ้าง เช่น ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนดูจะเผชิญปัญหาในเรื่องนี้น้อยที่สุด โดยธุรกิจในจีน 52% ระบุว่าลูกค้าไม่มีความกังวลแต่อย่างใดว่าข้อมูล ของพวกเขาจะถูกนำไปใช้อย่างไร ต่างจากในสหรัฐฯที่ 72% ระบุว่าลูกค้ายังกังวล

เทวินทร์ ทัศนเจริญ

ภาพรวมในจีน

สภาวการณ์ปัจจุบันในด้านการนำเทคโนโลยีแห่งยุคหน้ามาใช้
● ผู้ตอบแบบสอบถามจากประเทศจีนเพียง 4% เท่านั้นที่เห็นว่าเมตาเวิร์สไม่ใช่เรื่องจำเป็น และ 6% รู้สึกแบบเดียวกันกับ XR และ Web 3.0 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าอย่างมากเมื่อเทียบกับในสหราชอาณาจักรที่ผู้ตอบแบบสอบถาม 25% บอกว่าเมตาเวิร์สและ XR “ไม่มีความจำเป็น” ต่อพวกเขา

● ผู้ตอบแบบสอบถาม 70% เชื่อว่า Web 3.0 คือการปฏิวัติเทคโนโลยีเว็บครั้งใหม่ ซึ่งหากพิจารณาเฉพาะผลสำรวจ ในประเทศจีน ผู้ที่ตอบเช่นนี้มีสูงถึง 89%
ธุรกิจพร้อมที่จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้แล้วหรือยัง?

● ผู้ตอบแบบสอบถามจากประเทศจีน 71% มั่นใจว่าพวกเขาสามารถทำงานกับ AI ได้ เทียบกับในสหรัฐฯซึ่งมี 67% และสหราชอาณาจักรที่มีเพียง 11%

● ธุรกิจในประเทศจีนทำงานกับ AI และเมตาเวิร์สอยู่แล้ว คิดเป็นสัดส่วน 67% และ 44% ตามลำดับ
ปัจจัยขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีแห่งยุคหน้ามาใช้

● เมื่อถามว่าบล็อกเชนก่อให้เกิดประโยชน์แก่ธุรกิจของพวกเขาในด้านต้นทุนหรือไม่ ผลสำรวจพบว่าจีน (25%) อยู่ตรงกลางระหว่างสหรัฐและสหราชอาณาจักร

● การสำรวจพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามในจีนมีสัดส่วนสูงที่สุดที่มองว่า AI มีศักยภาพในการช่วยลดต้นทุน (33%) และเป็นวิธีการหนึ่งที่จะสร้างหลักประกันว่าในอนาคตธุรกิจของพวกเขาจะไม่ตกยุค (27%)

เทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นจะช่วยสร้างกระแสรายได้ใหม่
● ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจด้านไอทีในจีน 40% มองว่าเทคโนโลยี XR คือประตูสู่โอกาสในการเจาะตลาดใหม่ๆ และ 37% กล่าวว่า Web 3.0 จะมีบทบาทแบบเดียวกัน

● ธุรกิจในประเทศจีน 31% เชื่อว่าเมตาเวิร์สจะช่วยให้พวกเขาสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ (เทียบกับ 19% ในสหราชอาณาจักร และ 24% ในสหรัฐฯ)

อุปสรรคในการนำเทคโนโลยีมาใช้
● ธุรกิจจีนมีแนวโน้มสูงกว่ามากที่จะประสบกับความสั่นสะเทือนอยู่บ้างเมื่อเริ่มนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ ซึ่งนับว่าเป็นอุปสรรค ซึ่งบริษัทจีนโดยเฉลี่ย 34% เห็นว่าการต้องคอยพึ่งพากันในทุกส่วนของธุรกิจจะเป็นอุปสรรคต่อการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ (เทียบกับบริษัทในสหราชอาณาจักรที่อยู่ในระดับ 14%)

● บริษัทในจีนเห็นว่า “ความสอดคล้องกันในด้านกลยุทธ์ดิจิทัล” เป็นเรื่องเล็กกว่ากันมาก โดยมีเพียง 7% ที่ระบุว่าแง่มุมนี้อาจเป็นอุปสรรค

ปัจจัยอื่นๆ
● ธุรกิจ 94% (ในจีน สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร) กล่าวว่าผลกระทบจากด้านสภาพแวดล้อมของเทคโนโลยีใหม่ มีความสำคัญต่อพวกเขา

● ความปลอดภัยของข้อมูลเป็นอีกปัจจัยอีกที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจพบว่าความเห็นมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ โดยธุรกิจในจีน 52% ระบุว่าลูกค้าไม่กังวลแต่อย่างใดว่าข้อมูลของพวกเขา จะถูกนำไปใช้อย่างไร ต่างจากในสหรัฐฯที่ 72% ระบุว่าลูกค้ากังวล

นิค แฮร์รี่ หัวหน้าแผนกเทคโนโลยีของวันเดอร์แมน ธอมสัน คอมเมิร์ซ (Nick Harry, Head of Technology, Wunderman Thompson Commerce) กล่าวว่า “เทคโนโลยีช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างโซลูชั่น บริการ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและมักจะเป็นความคาดหวังที่สูงอีกด้วย ขณะนี้พวกเราต่างคาดหวังว่าจะได้เห็นสิ่งที่น่าทึ่งจากเทคโนโลยีล่าสุดและไอเดียใหม่ๆ แต่ก็พร้อมที่จะปลดระวางโซลูชั่นที่ยุ่งยากสับสน เชื่องช้า หรือไม่น่าเชื่อถือออกไปอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน นั่นคือสาเหตุที่เมตาเวิร์สยังคงอยู่ในระยะตั้งไข่ เพราะเป็นเรื่องยาก ที่จะเห็นภาพได้ว่าโลกของการทำงาน ความบันเทิง หรือแม้แต่การช้อปปิ้งจะเป็นอย่างไรในสภาพแวดล้อมที่โลกเสมือนจริง กับโลกทางกายภาพถูกหลอมรวมไว้ด้วยกัน”

“ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใด การก้าวทะยานไปข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยความท้าทายและขาดความเข้าใจ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือการมีพันธมิตรทางด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสม การลงทุนเพื่อสร้างทักษะที่เหมาะสม และการใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจว่านวัตกรรมสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นและมีความสำคัญบนเส้นทางลูกค้า บริษัทต่างๆ จะต้องหาจุดลงตัวและลงทุน ในเทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นหลักประกันว่าธุรกิจของพวกเขาจะไม่ตกยุคในอนาคตและสามารถรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ต่อไปอีกนาน”

Latest articles

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ชี้โครงสร้างพื้นฐาน AI โตไม่หยุด ดันเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 401 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทเทคฯ เร่งวางรากฐานให้ AI

Gartner Says Worldwide AI Spending Will Total $2.5 Trillion in 2026

AI Infrastructure Drives AI Spending; Adds $401 Billion in Spending as Technology Providers Continue to Build Out AI Foundations

โบลท์ (Bolt) มอบส่วนลดสูงสุด 50% เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ระหว่างวันที่ 1-8 กุมภาพันธ์ 2026 ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร สามารถใช้ส่วนลดสำหรับบริการ มอเตอร์ไซค์ของ Bolt เพื่อเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง โบลท์ (Bolt) แพลตฟอร์มเรียกรถชั้นนำ เตรียมมอบส่วนลดโดยสารสำหรับบริการมอเตอร์ไซค์เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางไปยังคูหาเลือกตั้งได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัดมากขึ้น ในวันเลือกตั้ง...

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ชวนชอป “D.I.Y. LOVE COLLECTION” รวมไอเดียของขวัญวาเลนไทน์

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ชวนทุกคนส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านสินค้า “D.I.Y. LOVE COLLECTION รวมไอเดียของขวัญแทนใจ”(1) ในวันวาเลนไทน์ คัดสรรของขวัญและของตกแต่งจำนวน 38 รายการ ในราคาถูกคุ้มเสมอ

More like this