มาร์ส เพ็ทแคร์ (ประเทศไทย) เปิดตัว SWAP Recycling แอปพลิเคชั่นรีไซเคิลเพื่อผู้บริโภค

Published on

มาร์ส เพ็ทแคร์ ประเทศไทย เปิดตัวแอปพลิเคชั่นรีไซเคิลขยะพลาสติกภายใต้ชื่อ “SWAP Recycling” ซึ่งเป็นเฟสที่สองของความร่วมมือกับ Second Life ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการเก็บคัดแยกและการรีไซเคิลพลาสติก SWAP Recycling คือแอปพลิเคชันดิจิทัลสำหรับสมาร์ทโฟน พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถส่งบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้แล้วมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้ประโยชน์ได้ต่อไป

เฟสแรกของโครงการ SWAP Recycling เปิดตัวไปเมื่อปี 2564 โดยมาร์ส เพ็ทแคร์สามารถรวบรวมถุงบรรจุภัณฑ์พลาสติกอาหารสัตว์เลี้ยงที่ใช้แล้วจำนวนกว่า 35,000 ถุงจากโครงการ และส่งต่อไปยังศูนย์รีไซเคิลที่จังหวัดลำพูน เพื่อแปรรูปบรรจุภัณฑ์ให้เป็นผลิตภัณฑ์บล็อกปูพื้นรูปแมวซึ่งได้นำไปใช้ปูทางเดินนอกอาคาร ณ โรงงานของมาร์ส เพ็ทแคร์ ที่จังหวัดชลบุรี

โครงการ SWAP Recycling เฟสที่สอง สานต่อวิสัยทัศน์ของ มาร์ส เพ็ทแคร์ และ Second Life ที่ต้องการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะไม่กลายเป็นขยะอีกต่อไป โดยสามารถนำมารีไซเคิล นำกลับมาใช้ซ้ำ หรือย่อยสลายได้ทางชีวภาพ จากการร่วมมือกับ Second Life ในครั้งนี้ มาร์ส เพ็ทแคร์ (ประเทศไทย) เป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาดิจิทัลแอปพลิเคชั่นที่ง่ายต่อการใช้งานและเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคส่งบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใดก็ได้ไปยังศูนย์รีไซเคิล “Green Road” ที่จังหวัดลำพูน เพื่อสะสมคะแนนแลกรับรางวัลหรือรับส่วนลดของผลิตภัณฑ์จากมาร์ส เพ็ทแคร์ และแบรนด์อื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ผู้บริโภคสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น SWAP Recycling ผ่าน iOS App Store และ Google Play Store

รัชกร เจนพัฒนพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและอินโดจีน มาร์สไทยแลนด์อิงค์ กล่าวว่า มาร์ส เพ็ทแคร์ ประเทศไทย ผู้นำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพและโภชนาการของสัตว์เลี้ยงทั่วโลก ในฐานะผู้ร่วมสร้างแอปพลิเคชั่น รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการเปิดตัวแอปพลิเคชั่น SWAP Recycling  เราคาดการณ์ว่าจะมีผู้ร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 3,000 รายและสามารถรวบรวมจำนวนพลาสติกที่ใช้แล้วจำนวน 100 ตัน

ในปีแรกของโครงการ ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อหรือแลกคะแนนเพื่อรับผลิตภัณฑ์รีไซเคิลเหล่านี้ผ่านแอปพลิเคชั่น โดยผลิตภัณฑ์รีไซเคิลส่วนหนึ่งจะนำไปมอบให้กับโรงเรียน วัดและสถานที่อื่นๆ ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ต่อไป

มาร์ส เพ็ทแคร์ในฐานะบริษัทระดับโลก มุ่งมั่นในการสร้างโลกที่น่าอยู่และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เราร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทั่วโลกในการผลักดันการจัดการขยะและสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการรีไซเคิล สำหรับประเทศไทย เราต้องการที่จะช่วยส่งเสริมพฤติกรรมผู้บริโภคให้หันมารีไซเคิลมากขึ้นผ่านโครงการ SWAP Recycling ร่วมกับ Second Life

“เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ความร่วมมือระหว่าง Second Life และมาร์ส เพ็ทแคร์ได้เดินทางมาถึงเฟสที่สอง มาร์ส เพ็ทแคร์ทำงานร่วมกับเราอย่างใกล้ชิดในการสนับสนุนการพัฒนาดิจิทัลแอปพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟน เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคส่งขยะพลาสติกไปยังศูนย์รีไซเคิล เพื่อแลกกับสิทธิพิเศษมากมาย เพราะ Second Life และมาร์ส เพ็ทแคร์ต่างมีวิสัยทัศน์ร่วมกันคือ ไม่อยากเห็นพลาสติกจากบรรจุภัณฑ์เป็นขยะอีกต่อไปในอนาคต” นายทริสตัน เลอคอมต์ ผู้อำนวยการ Second Life กล่าวปิดท้าย

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this