มีอะไรขายดี ใน Kaidee สินค้าเกษตรก็ขายได้ด้วยนะ

Published on

มีสิ่งของหลายอย่างที่เราซื้อหาหรือได้มา แล้วยังไม่ได้ใช้ หรือใช้แล้วก็ไม่ใช้อีกต่อไป บางชิ้นก็อาจจะลืมมันไปจนกลายเป็นแค่ของรกๆ ในห้องเก็บของ แต่ใครจะรู้ว่าสินค้าเหล่านั้น อาจจะเป็นที่ต้องการของคนอีกมากมาย

แน่นอนว่ามีคนรู้ เพราะเดิมทีเราก็มีตลาดสินค้ามือสองหรือการนำของในบ้านออกมาขายกันตามตลาดทั่วไป  และเมื่อช่องทางออนไลน์พัฒนาขึ้น จึงเกิดเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หรือ “มาร์เก็ตเพลส” และไม่ได้ขายแค่ของชิ้นเล็กๆ อย่างรองเท้า นาฬิกา เสื้อผ้า กระเป๋า แต่ขยายความนิยมไปถึงสินค้าขนาดใหญ่ อย่างเฟอร์นิเจอร์ ยานพาหนะ ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ จนผู้ที่มีแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่าง “ขายดี” (Kaidee) ขายดีตามชื่อด้วยการกวาดยอดซื้อขายไปถึง 1 แสนล้านบาทในปีที่ผ่านมา คิดเป็นอัตราการเติบโต 144%

ทิวา ยอร์ค

จากการเปิดเผยของ นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/เฮดโค้ช Kaidee  ระบุว่า ผลการดำเนินงานปี 2560  Kaidee มีผู้ใช้งานมากกว่า 35 ล้านคน  มีการเข้าใช้งานกว่า 361 ล้านครั้ง เฉลี่ยเดือนละประมาณ 30 ล้านครั้ง มีรายการประกาศใหม่กว่า 12 ล้านประกาศ และขายได้บน Kaidee กว่า 1.85 ล้านประกาศ รวมมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท โดยเฉลี่ยทุกวันมีของขายได้ที่ Kaidee วันละ 5,065 รายการ

ทั้งนี้ 50% ของการเข้าใช้งานทั้งหมดเป็นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน และเพียงแค่ปี 2560 มีคนไทยดาวน์โหลดแอปฯ Kaidee เพิ่มขึ้นอีกกว่า 3.3 ล้านครั้ง รวมแล้วมีการดาวน์โหลดแอปฯ เพื่อใช้งานกว่า 12 ล้านครั้ง

คำค้นหายอดนิยมจากผู้ใช้งาน Kaidee ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ PCX, MSX, Coach, Adidas และ บ้านเช่า ตามลำดับ ส่วนหมวดยอดนิยมที่มีคนเข้ามาใช้งานมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. RodKaidee
  2. MocyKaidee
  3. อสังหาริมทรัพย์
  4. มือถือและแทบเล็ต
  5. อะไหล่รถ ประดับยนต์

ด้านตลาด RodKaidee ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่ผ่านมานั้น มีผู้ใช้งานกว่า 60 ล้านครั้ง เฉลี่ย 5 ล้านครั้งต่อเดือน มีรถยนต์ลงขายกว่า 800,190 คัน และมีรถที่ขายได้ที่นี่กว่า 132,752 คัน (เฉลี่ยเดือนละ 11,000 คัน) รวมมูลค่ากว่า 38,500 ล้านบาท ส่วนแบรนด์รถยอดนิยม ได้แก่ โตโยต้า, ฮอนด้า, อีซูซุ, นิสสัน และมิตซูบิชิ ตามลำดับ ส่วนคำค้นหายอดฮิต 5 อันดับแรกในตลาดนี้ ได้แก่

  1. 4WD
  2. รถกระบะ
  3. รถตู้
  4. Coupe
  5. CR-V

ในตลาด MocyKaidee ที่เปิดตัวไปช่วงปลายปี 2560 นั้นก็ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานไม่แพ้ตลาดรถยนต์ โดยในปีที่ผ่านมามีผู้ใช้งานกว่า 42 ล้านครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 3.6 ล้านครั้ง มีรถมอเตอร์ไซค์ลงขายกว่า 394,659 คัน และมีรถมอเตอร์ไซค์ขายได้ผ่านตลาด MocyKaidee กว่า 102,170 คัน (เฉลี่ยเดือนละ 8,500 คัน) รวมมูลค่ากว่า 3,600 ล้านบาท แบรนด์ยอดนิยมก็ได้แก่ ฮอนด้า, คาวาซากิ, ยามาฮ่า, ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน และดูคาติ ตามลำดับ ส่วน 5 คำค้นหายอดนิยมได้แก่

  1. PCX
  2. MSX
  3. Z800
  4. R1
  5. KR

ส่วนมอเตอร์ไซค์โมเดลที่ได้รับการค้นหามากที่สุด คือ ยามาฮ่า R-Series

“เราได้เปิดตัว RodKaidee และ MocyKaidee ในแต่ละเดือนเรามีคนเข้ามาใช้บริการในทั้ง 2 แพลตฟอร์มรวมกันกว่า 8.6 ล้านครั้ง มียานยนต์ทั้งหมดที่ลงขายกับเราในปีที่ผ่านมากว่า 1.2 ล้านคัน และขายได้กว่า 230,000 คัน รวมมูลค่ากว่า 42,000 ล้านบาท เท่ากับว่าเราสามารถทำหน้าที่ของเราในการนำผู้ซื้อมาเจอผู้ขายบนแพลตฟอร์มได้ดีและรวดเร็ว ซื้อง่ายขายคล่อง ส่งผลให้เรากลายเป็นตลาดซื้อ-ขายยานยนต์ที่ดีและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย”  นายทิวา กล่าว

สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์บน Kaidee นั้น ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กับตลาดยานยนต์ของ แต่ละเดือนมีคนไทยเข้ามาใช้งานกว่า 2.5 ล้านครั้ง มีรายการประกาศใหม่ทั้งหมดในปี 2560 ถึง 766,377 ประกาศซึ่งขายได้บน Kaidee ทั้งหมด 23,538 รายการ รวมมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท หมวดนี้ยังเป็นหมวดที่มีผู้เข้ามาใช้งานมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของแพลตฟอร์ม โดยล้วนแต่เป็นการเติบโตแบบออร์แกนิคนั่นคือผู้ใช้งานเข้ามาใช้งานเองทั้งหมด

ในส่วนของรายได้ของ Kaidee ในปี 2560 เพิ่มจาก 2559 กว่า 144% จาก 2 แหล่งรายได้ นั่นคือ

  1. บริการพิเศษ ทั้งเลื่อนประกาศ บริการ Top Ad ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้บริการนี้ได้ในทุกหมวดหมู่ และค่าลงประกาศ ในหมวดรถยนต์ และหมวดอสังหาริมทรัพย์
  2. โฆษณาดิสเพลย์ ที่แบรนด์และธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีความต้องการหรือกำลังตัดสินใจซื้อ-ขายสินค้า/บริการต่างๆ บนแพลตฟอร์ม

แผนการดำเนินงานในปี 2561 นี้ Kaidee ยังคงรุกหน้าเสริมทัพเข้าสู่การเป็น “มาร์เก็ตเพลส” เพื่อคนไทยอย่างเต็มรูปแบบ โดยทุกคนทุกอาชีพสามารถเข้ามาซื้อ-ขายของออนไลน์บน Kaidee ได้โดยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นพ่อค้า แม่ค้า เจ้าของกิจการ หรือนักธุรกิจ ดังนี้

  1. การเป็นตลาดซื้อ-ขายออนไลน์สำหรับทุกคน (c2c Marketplace for Thais) โดยที่ Kaidee ยังจะเน้นย้ำในการเป็นพื้นที่กลางสำหรับคนไทยทุกคน หากมีของไม่ได้ใช้ก็สามารถนำมาลงขายได้ หรือว่าหากจะอยากลองเปิดตลาดออนไลน์สำหรับผู้ค้ารายย่อย ที่ Kaidee มีคนเดินตลาดมากกว่า 1 ล้านครั้งต่อวัน ผู้ขายไม่จำเป็นต้องไปทำการตลาดออนไลน์อื่นๆ ให้ยุ่งยาก เพราะที่ตลาดแห่งนี้มีคนเดินอยู่แล้ว รวมไปถึงอาจมีการเปิดบริการเสริมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้ขายในโลกออนไลน์สู่ออฟไลน์มากขึ้น
  2. ตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดในไทย (Best & Largest Online Vehicle Marketplace) นอกจากเป็นตลาดรถที่แข็งแกร่งแล้ว RodKaidee ยังขยายตัวมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มผู้ซื้อ-ขายรถเพื่อการพาณิชย์ (Commercial vehicle) โดยการเพิ่มฟีเจอร์การใช้งานที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อผู้ใช้งานกลุ่มนี้โดยเฉพาะ และในส่วนของ MocyKaidee นั้นก็จะเห็นฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามาอย่างครบครัน ทั้งรุ่นต่างๆ และพิกัดซีซีของการใช้งาน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถหารถที่ต้องการได้ง่าย และผู้ขายสามารถขายรถได้เร็วมากยิ่งขึ้น
  3. เปิดตลาดแนวดิ่งสำหรับคนไทย (Growing More Verticals) จุดแข็งอีกอย่างของ Kaidee คือการที่ผู้ใช้งานเข้ามาใช้งานจากหมวดหมู่หนึ่งสู่อีกหมวดหมู่ ทำให้เป็นตลาดที่มีความคึกคัก ผู้ซื้อ-ผู้ขายเชื่อมต่อกันได้เร็วขึ้น ในปีนี้ Kaidee จะเดินหน้าอย่างเต็มตัวใน 3 ตลาดที่สำคัญ นั่นคือ
  • ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่จะมีบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้นในทุกๆ ประเภทของอสังหาฯ
  • FarmKaidee ตลาดซื้อ-ขายสำหรับภาคเกษตรกรรมออนไลน์ ที่จะถูกออกแบบให้ตอบโจทย์สำหรับเกษตรกรชาวไทยอย่างแท้จริง เพราะตลาดนี้เป็นตลาดที่ใหญ่และสำคัญของคนไทยแต่ความต้องการของเกษตรกรยังไม่ได้ถูกตอบสนองเท่าที่ควร
  • ตลาดอะไหล่รถ ประดับยนต์ ด้วยการใช้งานที่เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นหมวดยอดนิยมอันดับ 5 ของแพลตฟอร์ม ประกอบกับการที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตอะไหล่รถที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน ทำให้ตลาดนี้กลายเป็นอีก 1 ตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
  1. ตลาดออนไลน์คุณภาพสำหรับคนไทย (Quality Marketplace) เรื่องคุณภาพของตลาดเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ Kaidee ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ปีนี้ก็จะยังคงดูแลคุณภาพของตลาดให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทั้งทีมงานที่คอยตรวจสอบดูแลให้มีคุณภาพ และการลงทุนมากขึ้นเพื่อใช้เทคโนโลยี Machine Learning ในการบริการลูกค้าให้ได้เร็วขึ้น ดีขึ้น และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นไปอีก

ด้านโครงการเพื่อสังคมนั้น Kaidee ก็ยังจะสานต่อจากโครงการ “Kaidee จากใจส่งไออุ่น” ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีในปีที่ผ่านมา จากแนวคิดที่จะใช้หมวด “แบ่งปัน” เป็นสื่อกลางให้คนไทยนำของไม่ได้ใช้มาแบ่งปันกัน ทีมงานได้ต่อยอดโดยเชิญชวนให้ผู้ใช้งานนำสิ่งกันหนาวมาบริจาคบนแพลตฟอร์ม หรือส่งมาที่ Kaidee เพื่อมอบให้ผู้ขาดแคลนต่อไป โดยปีที่ผ่านมาเราได้นำไปบริจาคที่บ้านแม่ป๊อก อ. แม่แจ่ม จ. เชียงใหม่ ท้องถิ่นอันทุรกันดารที่ต้องใช้เวลาเดินทางไป-กลับจากตัวเมืองเชียงใหม่ทั้งหมด 17 ชั่วโมง

 

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this