“คุณมาดี”  เดินหน้าสำรวจ “สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม”

Published on

สำนักงานสถิติแห่งชาติ เดินหน้าจัดทำ “สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2565” พบกับ “คุณมาดี” มาทำสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2565 (การนับจด) ระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2564 เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของสถานประกอบการธุรกิจทางการค้า ธุรกิจทางการบริการ และอุตสาหกรรมการผลิต ทั้งที่อยู่ในระบบทะเบียนและนอกระบบทะเบียน ทุกแห่งทั่วประเทศ โดยใช้แท็บเล็ตในการจัดเก็บข้อมูล

จึงขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริง เพื่อให้ภาครัฐใช้ในการวางแผนและกำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศและระดับท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ นอกจากนี้ภาคเอกชนใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การลงทุน/การบริหารกิจการ ตลอดจนเป็นการเพิ่มโอกาสในการประกอบกิจการให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากภาครัฐ ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติขอให้ผู้ประกอบการมั่นใจในการเก็บรักษาข้อมูล ข้อมูลที่จัดเก็บจะนำไปประมวลผลเป็นภาพรวมและใช้ประโยชน์ทางสถิติเท่านั้น

นางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดทำสำมะโนด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2507 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยจัดทำทุก 5-10 ปี ตามข้อแนะนำขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้ประเทศมีข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจที่เป็นมาตรฐาน โดยดำเนินการจัดเก็บข้อมูลจากสถานประกอบการทั้งที่อยู่ในทะเบียน และนอกทะเบียน เพื่อแสดงให้เห็นสถานการณ์ภาพรวมธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ และจากการที่ประเทศไทยมีนโยบายบูรณาการการใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงาน สำนักงานสถิติแห่งชาติ ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นดังกล่าว ดังนั้น การดำเนินงานโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรมครั้งนี้ จึงเป็นครั้งแรกที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้นำข้อมูลจากระบบทะเบียนมาบูรณาการร่วมกับฐานข้อมูลสถานประกอบการของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อให้การจัดทำโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดภาระการตอบแบบสอบถาม โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ลงไปเก็บข้อมูล/ตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่จริง จะทำให้ทราบข้อมูลสถานประกอบการที่เลิกกิจการ ปรับเปลี่ยนกิจการ หรือดำเนินกิจการใหม่ สำหรับนำมาปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงภาพรวมโครงสร้างและการกระจายตัวของธุรกิจและอุตสาหกรรมในประเทศไทย สามารถใช้ในการกำหนดนโยบายของประเทศได้อย่างมีทิศทางยิ่งขึ้น

สำนักงานสถิติแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการ ให้ข้อมูลโครงการสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 สำนักงานสถิติแห่งชาติ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการลงพื้นที่เก็บข้อมูล โดยคุณมาดีที่ลงไปเก็บข้อมูลจะสวมใส่ mask พกเจลแอลกอฮอล์เพื่อทำความสะอาดมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล และปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด ขอให้ท่านมั่นใจว่า ข้อมูลที่ให้มาจะถูกเก็บเป็นความลับและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรการของภาครัฐ และไม่นำไปเชื่อมโยงกับการเก็บภาษีอย่างแน่นอน

Latest articles

SAM ผนึกศาลแพ่งตลิ่งชัน แก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ในงาน “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”

SAM ร่วมมือกับ ศาลแพ่งตลิ่งชัน แก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศ เปิดพื้นที่จัดงาน “ปิดหนี้ไวใกล้บ้าน” ขยายโอกาสให้ลูกหนี้หรือประชาชนทั่วไปที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และมีสถานะหนี้ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568 สามารถ Walk-in เข้ามาตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”

“SHEEP 555” เปิดคอลเลกชันใหม่ TOY STORY 5  ส่งต่อความสนุกที่เป็นมากกว่าเคส

แนวคิดของงาน SHEEP 555 เกิดจากความตั้งใจที่อยากนำเสนอ 3 มิติของแบรนด์ไปพร้อม ๆ กัน  ตั้งแต่ตัวตนของ SHEEP ผ่าน BRAND ELEMENT การต่อยอดสู่สินค้า Original Design  และการสร้างประสบการณ์ใหม่ผ่านคอลเลกชัน TOY STORY 5   

เดลต้า ประเทศไทย ชูโซลูชัน ขับเคลื่อนโรงงานอัจฉริยะและยั่งยืน ในงาน Manufacturing Expo 2026

เดลต้า อีเลคโทรนิคส์  จัดแสดงโซลูชันการผลิตอัจฉริยะแบบบูรณาการในงาน Manufacturing Expo 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “ยกระดับความเป็นเลิศด้านการผลิตอัจฉริยะและยั่งยืนด้วยโซลูชันระบบอัตโนมัติแบบบูรณาการ” โดยการจัดแสดงในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่เดลต้าช่วยให้ผู้ผลิตสามารถยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เสริมสมรรถนะด้านความยั่งยืนทั่วทั้งโรงงาน ผ่านการผสานระบบอัตโนมัติ การตรวจสอบคุณภาพด้วย AI เทคโนโลยี Digital Twin ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ และโซลูชันการจัดการพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนโรงงานสู่ระบบการผลิตอัจฉริยะแบบบูรณาการอย่างครบวงจร

อุตสาหกรรมสเต็มเซลล์ก้าวสู่ยุค“ต้องมีมาตรฐานและกฎหมายรับรอง”

“จุดเปลี่ยนสำคัญของความเชื่อมั่นของการแพทย์ขั้นสูง” เมื่ออุตสาหกรรมสเต็มเซลล์ก้าวสู่ยุคที่ “ต้องมีมาตรฐานและกฎหมายรองรับ” อย่างเป็นรูปธรรม หลังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ากำหนดมาตรฐานธนาคารเซลล์ เพื่อยกระดับความปลอดภัย คุณภาพ และความน่าเชื่อถือของการจัดเก็บเซลล์ทางการแพทย์ รองรับการเติบโตของเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ของภูมิภาค

More like this