สธ.ระดมสมอง “ก้าวข้ามความท้าทาย สู่อนาคตสาธารณสุขไทย”

Published on

กระทรวงสาธารณสุขระดมสมองผู้บริหาร/ผู้ปฏิบัติงานจากกรมวิชาการ เขตสุขภาพ และอสม. จัดทำแผนงานรองรับนโยบายสำคัญปีงบ 2564 ภายใต้แนวคิด “ก้าวข้ามความท้าทาย สู่อนาคตสาธารณสุขไทย” ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนางานสาธารณสุขตามแนวพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ พร้อมขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ เพื่อคนไทยแข็งแรง เศรษฐกิจไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง

ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ร่วมเปิดงานแสดงผลงานวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบัติงานเพื่อจัดทำแผนงานรองรับนโยบายสำคัญด้านสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ภายใต้แนวคิด ก้าวข้ามความท้าทาย สู่อนาคตสาธารณสุขไทย (Fly Together to the Future “New Normal Healthcare”) โดยมีอธิบดี ผู้บริหาร/ ผู้แทนกรมวิชาการและเขตสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 600 คน
.
นายอนุทินกล่าวว่า ตลอด 1 ปีที่ตนได้เข้ามาทำงาน ได้เห็นพลังที่เข้มแข็งของคนกระทรวงสาธารณสุข ที่สามารถฟันฝ่าวิกฤตมาได้หลายเหตุการณ์ ด้วยการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งในระดับนโยบาย ระดับหน่วยงานในจังหวัดและพื้นที่ ตลอดจน อสม. จึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมการสาธารณสุขไทยจึงประสบความสำเร็จ รวมทั้งความร่วมมือและใส่ใจในสุขภาพของประชาชน ทั้งตนเอง ครอบครัว และชุมชน ทำให้ไทยเป็นผู้นำการให้บริการด้านสุขภาพ เป็นที่ยอมรับในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุด ถือเป็นการพลิกโฉมการสาธารณสุขครั้งใหม่ที่จะก้าวข้ามความท้าทายที่เกิดขึ้นสู่บริบทใหม่ นอกเหนือจากองค์กรผู้นำด้านสุขภาพสู่บทบาทสำคัญการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจของประเทศ คนไทยแข็งแรง เศรษฐกิจไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง

ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่อนาคตสาธารณสุขไทย ในปีงบประมาณ 2564 ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนางานสาธารณสุขตามแนวพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติเพื่อเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และกำหนดจุดมุ่งเน้นประเด็นสำคัญเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ได้แก่ การสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิเข้มแข็ง พัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถให้กับ อสม. หมอประจำบ้าน เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนคนไทยทุกครอบครัว มีหมอประจำตัวครบ 3 คน ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสุขภาพ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและเพิ่มมูลค่านวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการสุขภาพ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ผลักดัน สมุนไพร กัญชา กัญชง เพื่อสุขภาพ เร่งวิจัยและคิดค้นผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อน 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างมีคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำ ยึดหลัก ธรรมาภิบาลโปร่งใส ในการบริหาร ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องสร้าง “กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแห่งความสุข” เพราะบุคลากรถือเป็นหัวใจขององค์กร

นายอนุทินกล่าวต่อว่า วันที่ 1 ตุลาคม 2563 จะเริ่มปีงบประมาณใหม่ พร้อมด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ ผู้บริหารชุดใหม่ ให้สานต่อนโยบายที่ทำดีอยู่แล้วให้สำเร็จ โดยร่วมมือกัน ทั้งภายในและภายนอกกระทรวง เช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โรงเรียนแพทย์ หน่วยบริการสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร กระทรวงหลาโหม เป็นต้น โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานงานระบบสาธารณสุขของประเทศ

สำหรับเรื่องงบประมาณขอให้เร่งรัดการใช้งบประมาณที่ค้างท่อให้เกิดประโยชน์ต่อการบริการประชาชน หากยังค้างท่อก็จะประสบปัญหาในการทำงบประมาณขาขึ้นได้ โดยเฉพาะงบก่อสร้างของโรงพยาบาลต่างๆ ที่ประสบปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน หากผู้รับเหมาไม่ทำตามสัญญาขอให้ยกเลิกสัญญา ไม่ต้องกังวลเรื่องการฟ้องร้อง กลับกันยังสามารถเรียกเงินค้ำประกันคืน ระงับการชำระค่างวด ไม่มีทางเสียเปรียบ หากเอาจริงเอาจังงานก็จะขับเคลื่อนไปได้

“การขับเคลื่อนการสาธารณสุขไทยในอนาคตอีก 1 ปีข้างหน้า เป็นการส่งมอบของขวัญด้านสุขภาพให้กับประชาชน จากแรงกายแรงใจของชาวกระทรวงสาธารณสุข บุคลากรทุกคนถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการก้าวข้ามความท้าทายสู่อนาคตการสาธารณสุขไทย” นายอนุทินกล่าว

ด้านดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วิกฤตสุขภาพจากสถานการณ์โรคโควิด 19 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนหันมารักษาสุขภาพและดูแลสุขอนามัยตนเองเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสอันดีที่จะขับเคลื่อนด้านการส่งเสริมสุขภาพให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม ให้มีสุขภาพแข็งแรง ลดการเจ็บป่วย ลดการสูญเสียงบประมาณไปกับการรักษาโรค โดยมุ่งเน้น 4 ประเด็นคือ 1. สุขภาพดีวิถีใหม่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแบบ New Normal ใช้หลัก 3 อ. คือ อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ ซึ่งแต่ละคนมีอาชีพและไลฟ์สไตล์ต่างกัน จะต้องส่งเสริมกระตุ้นให้ออกกำลังกายตามแบบที่ชอบและสะสมจนเป็นนิสัย

นอกจากนี้ ดูแลสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัย อย่างเป็นระบบโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กปฐมวัยและ ผู้สูงวัย ทั้งด้านกาย จิต สังคม ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์มาช่วยในการบริการประชาชน ลดแออัด ลดรอคอย เข้าถึงบริการได้มากขึ้น เป็น New Normal Medical Care ซึ่งได้นำร่องที่ปัตตานี เพิ่มความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน โดยขอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลต่างๆ ปรับปรุงระบบข้อมูลภายใน 1 ปี ให้เป็น Digital Health Platform เดียวกัน

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this