“หอการค้าไทย-จีน” หวั่นการเมืองกระทบลงทุนแนะรัฐขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ

Published on

หอการค้าไทย-จีน เปิดผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่น ไตรมาส 4/2563 มองว่าเศรษฐกิจจีนทั้งการค้าและการลงทุนจะดีขึ้น ซึ่งจะสะท้อนให้การส่งออกระหว่างไทยจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ ขณะที่มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายปีนี้มีโอกาสทรงตัวและดีขึ้นมากกว่าถดถอย ผลสำรวจตอกย้ำความกังวลสถานการณ์การเมือง มีผลต่อความเชื่อมั่นต่อการลงทุน หนุนรัฐเร่งแก้ไขปากท้องชาวบ้านเร่งด่วน และผ่อนคลายการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติภายในไตรมาส 4 ปีนี้เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยถึง ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย-จีน ที่ได้จากการสำรวจความเห็นจาก คณะกรรมการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการบริหาร สมาชิกหอการค้า และ ผู้นำของสมาพันธ์หอการค้าไทยจีน ซึ่งเป็นผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็ก กลางและใหญ่ ในช่วงกลางไตรมาส 3 ของปี 2563 เพื่อประเมินผลทางเศรษฐกิจไตรมาส 4 พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่าเศรษฐกิจจีนทั้งการค้าและการลงทุนไตรมาส 4 ปี 2563 จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ส่งผลให้การนำเข้าและส่งออกระหว่างไทยกับจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยและทิศทางตลาดหุ้นไตรมาสสุดท้ายปีนี้มีโอกาสทรงตัวและปรับตัวดีขึ้นมากกว่าโอกาสที่จะถดถอย โดยแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าจะเคลื่อนไหวระหว่าง 30.85-31.35 บาทต่อเหรียญสหรัฐอเมริกา

“รอบ 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.63) การส่งออกไทยไปตลาดจีนขยายตัว 4.5% หรือเป็นสัดส่วน 12.8% ของการส่งออกทั้งหมดของไทย จึงมีส่วนที่จะเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนการส่งออกไทยได้ระดับหนึ่งและเมื่อเศรษฐกิจจีนมีทิศทางดีขึ้นก็ย่อมส่งผลต่อการค้าและส่งออกของไทยกับจีนจะเติบโตเช่นกัน แต่ในมุมมองเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ยอมรับว่าผลสำรวจไม่มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะดีขึ้นหากแต่โอกาสที่จะลดลงมีไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับโอกาสที่จะทรงตัวและดีขึ้นรวมกัน” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้แม้ว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 ปีนี้จะหดตัว 12.2% แต่ก็เริ่มมีสัญญาณบวกจาก ความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลควรเร่งแก้ไขไตรมาส 4 โดยเร็ว ด้วยการเร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน รวมถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศที่แม้ว่ารัฐบาลจะได้ดำเนินการอยู่แต่ยังไม่เพียงพอที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยได้จึงจำเป็นต้องผลักดันมาตรการผ่อนคลายการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 4 ปี 2563 นี้ด้วย

ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาพำนักในประเทศไทยในระยะยาว อย่างไรก็ตามเมื่อได้มีการสอบถามถึงการเปิดให้ต่างชาติมาท่องเที่ยวในไทยเกินครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามให้ข้อคิดเห็นว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาต้องมาจากพื้นที่ที่ปลอดจากโควิด ระยะเวลาที่เหมาะสมตามที่ทางการแพทย์ยอมรับได้ และต้องมีการกักตัวในระยะสั้น และระยะเวลาการกักตัวนั้นขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของประเทศ ทั้งนี้ ต้องมีการหารือในระดับท้องที่เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นให้ความยอมรับในการเปิดพื้นที่ และมีการจำกัดบริเวณการเดินทางให้อยู่เฉพาะภายในพื้นที่ เป็นต้น

นอกจากนี้จากการสอบถามถึงความเชื่อมั่นในการงทุนพบว่า ปัจจัยสำคัญสุดคือการ แก้ไขปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองและการประท้วงหากคลี่คลายได้จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ซึ่งให้ความสำคัญมากกว่าปัจจัยลำดับที่สองคือการทดลองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในคนได้อย่างสมบูรณ์ โดยนักธุรกิจที่ตอบการสำรวจคาดว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 9-12 เดือนที่จะทำให้เกิดความมั่นใจในการลงทุนเพิ่มขึ้น

สำหรับผลสำรวจไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 นักธุรกิจหอการค้าไทยจีนยังมีความเชื่อมั่นในธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจพืชผลทางการเกษตร บริการสุขภาพ โลจิสติกส์ และธุรกิจสินค้า เกษตรแปรรูปที่ยังสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ในทางตรงกันข้าม ได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วนในธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง และภาคอุตสาหกรรมการผลิต

“การสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย-จีนเป็นการสำรวจความเห็น โดยวัดความรู้สึกจากผู้ประกอบการตัวจริง ที่มีประสบการณ์ธุรกิจมายาวนานมีความใกล้ชิดกับภาครัฐและเอกชนจีน และชาวจีนโพ้นทะเล ซึ่งได้ดำเนินการเพื่อสานต่อจากอดีตประธาน โดยปรับปรับรูปแบบและการสำรวจความเห็นการตอบแบบสอบถามพร้อมกัน และบางส่วนเป็นการตอบแบบสอบถามผ่านระบบออนไลน์ประกอบด้วย 4 ส่วนได้แก่ 1. ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจไทย- จีน 2.ตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจไทย 3.ตัวชี้วัดปัจจัยเกื้อหนุน และ 4 ประเด็นและ เหตุการณ์เฉพาะกิจ” ณรงค์ศักดิ์กล่าว

Latest articles

โอซีซี ฉลองครบรอบ 53 ปี พร้อมก้าวสู่อนาคต

  ธีรดา อำพันวงษ์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) จัดงาน “O.C.C. 53rd Anniversary” ฉลองครบรอบ 53 ปี...

“สหพัฒนพิบูล” ส่ง “iSnack” รสต้มยำ มาในขนาดใหม่ 20 กรัม ราคาเพียง 5 บาท

เปลี่ยนโมเมนต์ธรรมดาให้มีสีสันขึ้นได้ง่าย ๆ เมื่อ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคชั้นนำของไทย ส่ง “iSnack” ขนมบะหมี่กรอบปรุงรส รสต้มยำ ขนาดใหม่ 20 กรัม

เลอโนโว เสริมทัพกลุ่มผลิตภัณฑ์เกมมิ่ง เปิดตัวพีซี LOQ Essential และจอมอนิเตอร์ Legion

เลอโนโวเปิดตัวสินค้าใหม่สำหรับเกมเมอร์มือใหม่ ประกอบด้วยกลุ่มแล็ปท็อปและพีซีจากซีรี่ส์ LOQ และจอมอนิเตอร์ 2 รุ่นจากซีรี่ส์ Legion เพื่อการเริ่มต้นประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงยิ่งขึ้น

HPE ผนึก Oracle ดันความร่วมมือด้านเครือข่าย เร่งเครื่องโครงสร้างพื้นฐาน AI รองรับการประมวลผลระดับกิกะวัตต์

HPE (NYSE: HPE) ประกาศขยายความร่วมมือกับ Oracle สนับสนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ Oracle ในระดับโลก ด้วยการติดตั้ง HPE Juniper Networking ใน AI Data Center ของ Oracle ทั้งหมด การขยายความร่วมมือนี้ต่อยอดจากงานด้านวิศวกรรมระหว่าง Oracle และ Juniper Networks ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี ซึ่งครอบคลุมบริการสนับสนุนด้านเครือข่ายและโซลูชันด้านการเงิน

More like this