สานแนวคิด Craft Destination ปลุกความอาร์ตแล้วไปชมวิถีคนคราฟต์

Published on

 

ถือเป็นกิจกรรมประจำปีที่ทุกคนรอคอยไปแล้ว สำหรับงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ซึ่งจัดขึ้นทุกต้นปีที่สวนลุมพินี นอกจากผู้เข้าร่วมงานจะได้ชมการแสดงทางวัฒนธรรมจากทุกถิ่นทั่วไทยแล้ว ยังมีร้านจำหน่ายสินค้า ทั้งของกินของใช้ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เรียกได้ว่าเป็นมหกรรมการช้อปสไตล์ไทยๆ อันยิ่งใหญ่ อีกรายการแห่งปี

หนึ่งในนั้นคือผลงานศิลปหัตถกรรมไทยจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นอีกสินค้าหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในตลาดสากล  มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาพัฒนา ต่อยอด และเพิ่มศักยภาพให้กับผู้รังสรรค์ผลงานในทุกระดับ เช่นเดียวกับ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT

และในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561(Thailand Tourism Festival 2018)  นี้ SACIT ก็ได้เข้าร่วมงานภายใต้แนวคิด  “ชวนเที่ยว เรียนรู้ สู่วิถีคนคราฟต์”   มุ่งสร้างการรับรู้และการยอมรับในภูมิปัญญาของงานศิลปหัตถกรรมไทย ผ่านการท่องเที่ยว โดยงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 21 มกราคม 2561 ที่สวนลุมพินี

อัมพวัน พิชาลัย

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในปี 2561 SACICT มีแนวทางในการผลักดันชุมชนหัตถกรรมให้เกิดความเชื่อมโยงกับ การท่องเที่ยว โดยการสนับสนุนให้ชุมชนเป็นจุดหมายไปพร้อมๆ กับการท่องเที่ยว (Craft Destination)  ที่นำเสนอคุณค่า และภูมิปัญญาของการสร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมภายในชุมชน

การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561  SACICT  ได้คัดเลือก 4 ชุมชนที่มีจุดเด่นอันเป็นอัตลักษณ์ และมีจุดขายที่แตกต่างกันเข้าไปร่วมจัดแสดงและจำหน่ายภายในงานฯ ภายใต้แนวคิด “ชวนเที่ยว เรียนรู้ สู่วิถีคนคราฟต์” (Travel & Learn หมายถึง Travel ออกไปเที่ยว ออกไปสัมผัสวิถีไทย เติมความสุขใจ ด้วยงานคราฟต์ และ Learn ออกไปเรียนรู้ ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง มี Moment of Silence แบบวิถีคนทำคราฟต์) ประกอบด้วย

 

ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มชุมชนบ้านหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ

กลุ่มชุมชนหนองบัวแดง  การทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ และเทคนิคการทอผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม ที่มีการทอผ้าที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ปลอดสารเคมีในทุกขั้นตอน ลักษณะเด่นของผ้าทอมือหนองบัวแดง คือ การสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าของคนในชุมชนและสืบทอดวิธีการทอและลวดลายลงบนผืนผ้าที่ย้อมจากวัสดุจากธรรมชาติ โดยมี นางสาวอนัญญา เค้าโนนกอก ครูช่างศิลปหัตถกรรมประจำปี 2554 ได้รวมกลุ่มชาวบ้านหนองบัวแดงตั้งเป็นกลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติโดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น สีครามที่มาจากต้นคราม สีเหลืองจากแก่นขนุน สีดำจากผลมะเกลือ สีแดงจากครั่ง และสีม่วงจากเปลือกมังคุด เป็นต้น และจุดสำคัญในการย่อมผ้าทอมือหนองบัวแดง คือ โคลน ทุกขั้นตอนใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น และมีขั้นตอนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผ้าบาติก ลายโบราณ จ.กระบี่

ผ้าบาติก เริ่มเข้ามาทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้รับอิทธิพลมาจากมาเลเซีย ซึ่งมาเลเซียเองก็ได้รับอิทธิพลมาจากอินโดนีเซียอีกทอดหนึ่ง คนไทยรู้จักผ้าบาติกในลักษณะของ “ผ้าพันหรือผ้าปาเต๊ะพัน” โดยเรียกตามวิธีนุ่ง คือ พันรอบตัว คำว่า “โสร่ง” ก็มาจากภาษาอินโดนีเซียเช่นเดียวกัน หมายถึง ผ้านุ่ง คนในท้องถิ่นภาคใต้ เรียกบาติกว่า “ผ้าปาเต๊ะ” หรือ “ผ้าบาเต๊ะ”  โดยนายธนพล รักษาวงศ์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2559 ผู้สืบทอดลวดลายผ้าบาติกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของภาคใต้ต่อกันมาหลายชั่วอายุคน

จุดเด่นของผ้าบาติกโบราณใช้เทคนิคการพิมพ์ลายด้วยการสร้างบล็อกโลหะให้เกิดลวดลายต่างๆ โดยการสร้างสรรค์ลวดลายมักได้แรงบันดาลใจจาก พืชพรรณธรรมชาติ สถานที่สำคัญและสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยปัจจุบันได้พัฒนางานผ้าบาติกจากเดิมที่เป็นผ้าผืนให้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถตอบสนองกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น โดยยังคงการออกแบบลาย และทำบล็อกโลหะด้วยตนเองตามแบบภูมิปัญญาในนามกลุ่ม “มูราบาติก”

กลุ่มอนุรักษ์ผีตาโขน จ.เลย

ประเพณีแห่ผีตาโขนจัดเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญประเพณีใหญ่  หรือที่เรียกว่า “งานบุญหลวง” หรือ “บุญผะเหวด” ซึ่งตรงกับเดือน 7 มีขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และจัดเป็นการละเล่นที่ถือเป็นประเพณีทุกปี เกี่ยวโยงกับงานบุญพระเวสหรือเทศน์ มหาชาติประจำปีกับพระธาตุศรีสองรัก กระบวนแห่ผีตาโขนโดยแต่งกายคล้าย ผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์มีลวดลายที่งดงามแตกต่างกันไป นายอภิชาติ คำเกษม ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2556 และเป็นประธานกลุ่มอนุรักษ์ผีตาโขน จังหวัดเลย ได้รักษาประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมของจังหวัดเลยไว้ ด้วยการใช้ความชำนาญในงานเซรามิคพัฒนาหน้ากากผีตาโขนในรูปแบบต่างๆ เช่น โคมไฟ แก้วเซรามิค ทำให้ประเพณีโบราณกลมกลืนไปกับการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

กลุ่มรุ่งอรุณของเล่นโบราณ จ.กรุงเทพมหานคร

ของเล่นโบราณ เป็นของเล่นที่เกิดจาก  ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษปู่ย่าตายาย สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของท้องถิ่นนั้นๆ เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความสุข ความสนุกสนาน ตลอดจน ฝึกพัฒนาการ สร้างเสริมลักษณะนิสัยของเด็กจากของเล่นแต่ละชนิด อีกทั้งยังมีส่วนช่วยสานสัมพันธ์กันในกลุ่มเพื่อนๆ หรือระหว่างลูกหลาน กับพ่อแม่ปู่ย่าตายายได้เป็นอย่างดี นายทวีทรัพย์ นามขจรโรจน์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2560 และผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ของเล่นโบราณ “รุ่งอรุณ” ในเขตทวีวัฒนา จ.กรุงเทพมหานคร ผู้ที่เคยอยู่ในวัยที่เคยสัมผัสภูมิปัญญาพื้นบ้าน ซึ่งอยู่ในของเล่นโบราณหลากหลายชนิดมาก่อน จึงเป็นที่มาให้เกิดการอนุรักษ์งานของเล่นโบราณเอาไว้ เพื่อส่งต่อเรื่องราวให้ลูกหลานได้รู้จักต่อไปในอนาคต ก่อนที่จะสูญหายไปจากสังคมไทย

สนใจก็ไปชมกันได้ แล้วจะเห็นว่าพัฒนาการของงานศิลปหัตถกรรมไทย นอกจากจะมีความวิจิตรบรรจงและทรงคุณค่าแล้ว ยังมีการพัฒนา ประยุกต์ ต่อยอดให้เกิดความทันสมัย มีความน่าสนใจ น่าซื้อหามาใช้หรือเป็นของขวัญของที่ระลึก พบกันได้ที่ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561   ระหว่างวันที่ 17 – 21 มกราคม 2561 ณ สวนลุมพินี สอบถามโทร. 1289 หรือ facebook.com/sacict

Latest articles

เที่ยวหน้าหนาว ชมพืชพันธุ์หายาก ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ดอยอินทนนท์

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยป้องกันการสูญพันธุ์ของกล้วยไม้รองเท้านารี แต่ยังรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศบนดอยอินทนนท์ไว้ ความสำเร็จของโครงการช่วยลดปัญหาการลักลอบค้ากล้วยไม้ป่า

“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” พิเศษรับลมหนาว แบบซองเพียง 39 บาท ที่เซเว่นฯ ทุกสาขา

ลมหนาวมาเยือน อย่าปล่อยให้สุขภาพอ่อนแอ! ช่วงนี้เป็นเวลาที่ร่างกายต้องการการดูแลเป็นพิเศษ วิตามินซีไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด แต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแลผิวพรรณให้สวยสดใส

กพร. โชว์ต้นแบบแบตเตอรี่ EV จากการรีไซเคิล มุ่งต่อยอดเชิงพาณิชย์ หนุน Circular Economy

ปลัดฯ ณัฐพล ชูผลสำเร็จการพัฒนา “ต้นแบบแบตเตอรี่ EV จากการรีไซเคิล” ปลดล็อกเส้นทางสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน หนุนอุตสาหกรรมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

บสย. ส่งมาตรการช่วยลูกหนี้ฝ่าวิกฤตอุทกภัย พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด สูงสุด 12 เดือน

บสย. ส่งมาตรการด่วน ช่วย “ลูกค้า-ลูกหนี้” ฝ่าวิกฤตอุทกภัย พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด อัตโนมัติสูงสุด 12 เดือน

More like this