ม.มหิดล ร่วม พันธมิตร ผลักดันโครงการสเปซ-เอฟ (SPACE-F) สู่ระดับโลก

Published on

3 องค์กรพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้งโครงการสเปซ-เอฟ : สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัวพันธมิตรใหม่จากภาคเอกชน เพื่อร่วมสนับสนุนโครงการสเปซ-เอฟ รุ่นที่ 2

โครงการสเปซ-เอฟ (SPACE-F) เป็นโครงการบ่มเพาะและเร่งการเติบโตทางธุรกิจเทคโนโลยีอาหารระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพในการสร้างนวัตกรรมอาหารที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงและมีการพัฒนาต่อยอดทางธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ห่วงโซ่อุปทานอาหารของโลกที่ต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีความปลอดภัย โดยในระยะแรกเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทั้ง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

โดย มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหน่วยงานแห่งเดียวที่เป็นสถาบันการศึกษาร่วมก่อตั้ง ซึ่งเป็นผลต่อยอดจากความร่วมมือเดิมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ของโครงการ Global Innovation Incubator ที่ดำเนินการโดย คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกันระหว่าง 4 ภาควิชา ได้แก่ เทคโนโลยีชีวภาพ ชีวเคมี เคมี และสรีรวิทยา และในปีนี้ได้มีการขยายเป็นความร่วมมือของโครงการสเปซ-เอฟ มาสู่ระดับมหาวิทยาลัย โดยมี สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล (iNT) เป็นหน่วยงานประสานงานหลัก ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยการจัดการ และ สถาบันโภชนาการ

และเป็นที่น่ายินดีที่โครงการสเปซ-เอฟในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรใหม่เพิ่มเติมอีก 3 บริษัทได้แก่ บริษัท ไทย เบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมเป็นหุ้นส่วนร่วมจากภาคเอกชน (Corporate Partner) อีกทั้งมีการร่วมสนับสนุนจาก บริษัท เบทาโกร จำกัด และ บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ จำกัด ในฐานะผู้ให้การสนับสนุน (Supporting Partner) ที่เป็นกำลังสำคัญร่วมผลักดันโครงการ SPACE-F เพื่อสร้างการยอมรับในระดับสากลในด้านการพัฒนา และการลงทุนด้านนวัตกรรมอาหาร

ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยมหิดล มีงานวิจัย และองค์ความรู้ต่างๆ ที่จะสนับสนุนธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งขยายขอบเขตตามนโยบายรัฐจากการเป็นครัวของโลก (Kitchen of the World) สู่การส่งเสริมสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอาหาร (Foodtech Startup) ซึ่งเป็นแนวโน้ม (trend) ต่อไปในอนาคตที่ก่อให้เกิดระบบการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมา จากผลสัมฤทธิ์ของโครงการสเปซ-เอฟ รุ่นแรก มหาวิทยาลัยมหิดล มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านวิชาการและองค์ความรู้ด้านวิจัยทางอาหารให้กับสตาร์ทอัพต่างๆ ที่เข้าร่วม ทั้งระดับผู้ผลักดัน (accelerator) และผู้บ่มเพาะทางธุรกิจ (incubator) ทั้งจากไทยและนานาประเทศ ซึ่งผลจากการดำเนินโครงการในรุ่นแรก นอกจากจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับสตาร์ทอัพ ยังทำให้เกิดการจับคู่ลงทุนทางธุรกิจต่างๆ สำหรับนักลงทุนอีกด้วย

“สำหรับโครงการสเปซ-เอฟ รุ่นที่ 2 ได้มีการขยายผลเปิดกว้างให้ผู้สนใจจากทั่วโลกมาเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นการส่งเสริม Entrepreneurial Mindset หรือ ความคิดในรูปแบบของการเป็นผู้ประกอบการให้กับคนรุ่นใหม่ โดยในส่วนของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลหากผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ ก็จะมีโอกาสได้เพิ่มศักยภาพสู่การเป็นสตาร์ทอัพในระดับสากล ซึ่งจะเป็นการเพิ่มการเป็นที่รู้จัก (visibility) ให้กับมหาวิทยาลัยมหิดลสู่การเป็น 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยโลกได้ต่อไป” ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง กล่าวทิ้งท้าย

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this