6 เทรนด์ปฎิวัติการขนส่งเวชภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชีย

Published on

ในปัจจุบันตลาดเวชภัณฑ์ในเอเชียเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด เพราะเป็นหน้าด่านที่ต้องต่อกรกับวิกฤตโควิด-19 โดยตรง ทำให้ตลาดแสดงท่าทีที่จะปฎิวัติตนเองในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการผลิต ซัพพลายเชน และการขนส่งเวชภัณฑ์

1. ผลิตและส่งถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันการผลิตยาจำนวนมากโดยใช้ต้นทุนต่ำได้กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว และถึงแม้ว่าการผลิตเช่นนี้จะก่อให้เกิดการถกเถียงเรื่องราคาและคุณภาพ แต่มันก็ช่วยเร่งการพัฒนานวัตกรรมที่มีความสามารถหลายด้านอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่กำลังค้นหาเทคโนโลยีสำหรับเพิ่มกำลังการผลิตอย่างรวดเร็ว กลุ่มบริษัทขนาดเล็กได้หันมาใช้ปรับซัพพลายเชนของตนเอง เพื่อให้สามารถขนส่งเวชภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็วทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ตลาดยังเกิดการลงทุนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการดูแลสุขภาพ ตลาดธุรกิจ med-tech และตลาดชีวเวทภัณฑ์

2. ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น: ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ดีต่อสภาพแวดล้อม ช่วยผลักโซลูชั่นด้านความยั่งยืน
มีผู้บริโภคจำนวนมากที่ต้องการซื้อสินค้าที่ผลิตผ่านกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน โดยกลุ่มธุรกิจที่ยั่งยืน (Sustainable Companies) ทว่าในปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์ของสินค้ากลุ่มเวชภัณฑ์ก่อให้เกิดปัญหาด้านขยะ ทำให้ต้องพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังคงเก็บรักษาอุณหภูมิไว้ได้ในระยะ 2-8 องศาเซลเซียส
ยกตัวอย่างเช่น บริษัทชีววิทยาศาสตร์ (Life Science) แห่งหนึ่งในเอเชียที่จัดจำหน่ายสารหล่อเลี้ยงเด็กหลอดแก้ว (IVF culture medium) ที่ส่งสินค้าออกไปสู่ 14 ประเทศ โดยสารหล่อเลี้ยงถูกบรรจุและเดินทางนานถึง 96 ชั่วโมงภายใน เม็ดแพค วิค (Medpak VIoC) ซึ่งเป็นโซลูชั่นห่วงโซ่ความเย็นแบบเช่ายืมที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ [อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โซลูชั่นรักษาระดับอุณหภูมิสินค้าระหว่างการขนส่งของเฟดเอ็กซ์]

3. ออกแบบและปรับเปลี่ยนระบบซัพพลายเชน และระบบขนส่งใหม่
ธุรกิจด้านเวชภัณฑ์นั้น ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการวางแผนเพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งการวางแผนนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอุตสาหกรรม และตัวแปรที่ทำให้การจัดการซัพพลายเชนเกิดความวุ่นวายเช่นกัน

วิกฤตโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ทำให้หลายบริษัทเลิกล้มการวางแผนแบบดั้งเดิม และหันมาผลักดันให้ทีมโลจิสติกส์วิเคราะห์ซัพพลายเชนของตัวเอง เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงด้านการปฎิบัติการและการขนส่งมากขึ้น นอกจากนี้เรายังเห็นได้ว่าศูนย์กระจายสินค้าได้เปลี่ยนมามีบทบาทที่สำคัญมากยิ่งขึ้น สำหรับเฟดเอ็กซ์ เราให้ความสำคัญด้านการขนส่งเวชภัณฑ์สำคัญผ่านเครือข่ายของเรา และเน้นการจัดการสินค้าอย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งทางบก ทางอากาศ หรือทางเรือ

4. เร่งพัฒนาความคล่องตัวทางการผลิตแบบถาวร
การแข่งขันด้านการค้นคว้าและพัฒนายาที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ซัพพลายเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างเฉพาะตัวจึงเพิ่มขึ้นมาด้วย การเกิดขึ้นของซัพพลายเชนกลุ่มนี้ไม่ได้มีเพียงในตลาดเวชภัณฑ์เท่านั้น แต่บริการซัพพลายเชนในรูปแบบเฉพาะ หรือ “as-a-service” กำลังปรากฏให้เห็นในทุกกลุ่มของธุรกิจด้านสุขภาพ ทำให้เฟดเอ็กซ์ช่วยจัดการซัพพลายเชนในรูปแบบเฉพาะในกลุ่มยา กลุ่มชีววิทยาศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างทดลอง และกลุ่ม med-tech

วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้หลายบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของความคล่องตัว เนื่องมากจากความหวาดกลัวการขาดแคลนยาฆ่าเชื้อและยาชนิดอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นการปิดตัวลงอย่างยาวนานของโรงงานผลิตในประเทศจีน นอกจากจะทำให้เราสามารถมองเห็นจุดอ่อนของซัพพลายเชนจำพวกเวชภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี ยังทำให้หน่วยงานรัฐบาลและบริษัทจำนวนมากกำลังมองหาตัวเลือกอื่นอีกด้วย [อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โซลูชั่นผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพของเฟดเอ็กซ์]

5. ติดตามนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ
บริษัทจำนวนมากกำลังมองหาช่องทางใหม่ในการยกระดับความยั่งยืนที่คุ้มค่ามากกว่า ทำให้เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเดินทางและขนส่งในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น การทดลองใช้โดรนเพื่อส่งพัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ของเฟดเอ็กซ์ หรือหุ่นยนต์ SameDay Bot ของเฟดเอ็กซ์ที่สามารถนำมาใช้จัดส่งวัคซีน ยา หรือแม้กระทั่งตัวอย่างเลือดและเนื้อเยื่อเพื่อใช้ทำการทดลองทางการแพทย์ในอนาคต [อ่านข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรมโซลูชั่นที่ช่วย ยกระดับการทดลองทางการแพทย์ ของเฟดเอ็กซ์]

6. ความท้าทายด้านการขนส่ง เมื่อตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลาดเวชภัณฑ์จะเติบโตและมีมูลค่าสูงถึง 269.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2567 เนื่องจากหลายบริษัทสามารถผลิตยาใหม่ๆ สำหรับโรคที่ไม่สามารถรักษาได้มาก่อน และการขยายตัวของตลาดจะสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายให้แก่ภูมิภาคเอเชีย เพราะบริษัทจำเป็นจะต้องมองหาซัพพลายเชนที่มีความยืดหยุ่นด้านการจัดการมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การเลือกบริษัทนายหน้าขนส่ง (broker select) ในการขนส่งเวชภัณฑ์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านพิธีการศุลกากร สามารถจัดการระบบการขนส่ง ตรวจสอบคุณภาพได้ บนเครือข่ายที่ไว้วางใจได้อย่างเฟดเอ็กซ์ ท้ายที่สุดนี้ อย่าลืมว่าการพัฒนาระบบซัพพลายเชนขนส่งอุปกรณ์ด้านสุขภาพในอนาคต จะต้องเน้นการขนส่งที่มีคุณภาพและสามารถไว้วางใจได้ ให้มีความสำคัญมากกว่าหรือเท่ากับการขนส่งอย่างรวดเร็ว เช่นกัน


Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this