ผลสำรวจ เผยผู้บริโภค เชื่อผิด ๆ จากข้อมูลโภชนาการในโซเชียลมีเดีย

Published on

ผลสำรวจของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น เผยผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกหาข้อมูลโภชนาการในโซเชียลมีเดีย แต่ความเชื่อผิด ๆ ที่เผยแพร่เต็มโลกออนไลน์ทำให้พลาดข้อมูลโภชนาการที่ถูกต้อง

ฮ่องกง- เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น (Herbalife Nutrition) บริษัทโภชนาการระดับโลก เผยแพร่ผลสำรวจความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับโภชนาการในเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2563 (Asia Pacific Nutrition Myths Survey 2020) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกหาข้อมูลโภชนาการในโซเชียลมีเดียบ่อยที่สุด โดยเกือบ 7 ใน 10 (68%) ใช้โซเชียลมีเดียรวบรวมข้อมูลโภชนาการทุกเดือน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลและความเชื่อผิด ๆ ที่เผยแพร่เต็มโลกออนไลน์เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดที่ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับความรู้เรื่องโภชนาการที่ถูกต้อง

เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับระดับความรู้เรื่องโภชนาการของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก และเปิดเผยความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับโภชนาการที่พบบ่อยที่สุดในปัจจุบัน เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้ทำการสำรวจผู้บริโภค 5,500 คนในหลายตลาด ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม เมื่อเดือนมีนาคม 2563

ผู้ตอบแบบสำรวจต้องทำแบบทดสอบความรู้เรื่องโภชนาการทั่วไปที่แนบมาพร้อมกับแบบสำรวจ ซึ่งผลปรากฏว่ามีไม่ถึง 1 ใน 4 (23%) ที่ตอบคำถามถูกมากกว่าครึ่งหนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกมีความรู้เรื่องโภชนาการในระดับต่ำ นอกจากนั้นยังมีไม่ถึง 4 ใน 10 (38%) ที่มั่นใจมากว่าตนเองมีความรู้เรื่องโภชนาการ

“แหล่งข้อมูลโภชนาการมีอยู่มากมายมหาศาล แต่ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับโภชนาการก็เผยแพร่เต็มไปหมด ผู้บริโภคจึงเผชิญกับความท้าทายมากกว่าที่เคยในการรับข้อมูลที่ถูกต้อง และต้องแยกความจริงออกจากความเท็จให้ได้ การที่ผู้บริโภคทำแบบทดสอบความรู้เรื่องโภชนาการทั่วไปได้คะแนนต่ำ ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการรับข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้” สตีเฟน คอนจี รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น กล่าว “ข้อมูลเชิงลึกที่ได้มาจากการสำรวจทำให้เราต้องการเผยช่องว่างด้านข้อมูลโภชนาการและช่วยอุดช่องว่างนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความรู้เรื่องโภชนาการที่จำเป็น อันจะนำไปสู่การบรรลุผลลัพธ์สุขภาพตามที่ปรารถนา”

โซเชียลมีเดีย : แหล่งข้อมูลโภชนาการที่ใช้บ่อยที่สุด แต่มีความน่าเชื่อถือน้อยที่สุด
เมื่อถามผู้บริโภคว่าหาข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการจากแหล่งใด:
• 68% ใช้โซเชียลมีเดีย
• 64% ถามคนในครอบครัวและเพื่อนฝูง
• 59% ดูในสื่อสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์อย่างน้อยเดือนละครั้ง

โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข้อมูลโภชนาการที่ใช้บ่อยที่สุด แต่ผู้บริโภคกลับเชื่อมั่นน้อยที่สุดในเรื่องความถูกต้องของข้อมูล
• ผู้บริโภคเพียง 3 ใน 10 (30%) มั่นใจมากในความถูกต้องของข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย
• ผู้บริโภคกว่า 7 ใน 10 (72%) มั่นใจมากในความถูกต้องของข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ
• ผู้บริโภคกว่าครึ่ง (54%) มั่นใจมากในความถูกต้องของข้อมูลจากบริษัทโภชนาการ

เมื่อถามถึงประโยชน์ของแหล่งข้อมูลโภชนาการ มีผู้บริโภคไม่ถึงครึ่ง (48%) ที่ระบุว่าข้อมูลจากโซเชียลมีเดียมีประโยชน์มากหรือมากที่สุด โดยผู้บริโภคมองว่าข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ (74%) บริษัทโภชนาการ (60%) รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ (53%) มีประโยชน์มากกว่า

ข้อมูลและความเชื่อผิด ๆ บนโลกออนไลน์ : ขัดขวางการเข้าถึงความรู้เรื่องโภชนาการที่ถูกต้อง
ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกกว่า 7 ใน 10 (72%) กล่าวว่า การได้รับความรู้เรื่องโภชนาการที่ถูกต้องเหมาะสมมีความสำคัญมากหรือมากที่สุด แต่มีผู้บริโภคไม่ถึง 3 ใน 10 (27%) ที่ได้รับข้อมูลโภชนาการอย่างเหมาะสม โดยอุปสรรคสำคัญประกอบด้วย
• ข้อมูลและความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับโภชนาการที่เผยแพร่เต็มโลกออนไลน์ (40%)
• การขาดแคลนข้อมูลโภชนาการจากเว็บไซต์ของภาครัฐและหน่วยงานสุขภาพ (16%)
• การขาดแคลนข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ (16%)

อุดช่องว่างด้านความรู้เรื่องโภชนาการในเอเชียแปซิฟิก
เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพและบริษัทโภชนาการถูกมองว่าเป็นแหล่งข้อมูลโภชนาการที่น่าเชื่อถือมากที่สุด ทั้งสองฝ่ายจึงต้องมีบทบาทมากขึ้นในการมอบข้อมูลและเครื่องมือที่จำเป็นให้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์มากที่สุดจากโภชนาการที่ดี

ผลสำรวจเผยให้เห็นว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในเอเชียแปซิฟิก (65%) สนใจรับคำแนะนำด้านโภชนาการจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น และกว่า 4 ใน 5 (83%) ต้องการรับคำแนะนำด้านโภชนาการเชิงรุกมากขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ ด้วยเหตุนี้ ความพยายามร่วมกันของภาครัฐ สถาบันสุขภาพ และแวดวงโภชนาการ จะช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโภชนาการและประโยชน์ของโภชนาการที่ดี อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

เกี่ยวกับเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น
เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น เป็นบริษัทโภชนาการระดับโลกที่มีความมุ่งหมายในการทำให้ผู้คนทั่วโลกมีสุขภาพที่ดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น บริษัทก่อตั้งขึ้นด้วยพันธกิจด้านโภชนาการ เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนด้วยโภชนาการและแผนการจัดการโภชนาการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 บริษัทร่วมกับผู้จำหน่ายอิสระเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น มีพันธะสัญญาในการนำเสนอทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค เพื่อต่อสู้กับปัญหาที่ผู้คนทั่วโลกกำลังเผชิญ ได้แก่ ภาวะการได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน สภาวะน้ำหนักเกิน การเพิ่มขึ้นของกลุ่มประชากรผู้สูงวัย ค่าใช้จ่ายการดูแลรักษาสุขภาพของภาครัฐที่พุ่งสูงขึ้น และการเติบโตของธุรกิจผู้ประกอบการในทุกช่วงวัย ด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ผ่านการรับรองทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตในโรงงานของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากผู้จำหน่ายอิสระ รวมถึงแนวทางในการสนับสนุนชุมชน ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคได้ใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและมีวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

GO HOTEL ศรีราชา พาลูกรักสี่ขาเข้าพักฟรี! ลัดเลาะเที่ยวฟิน ชิมร้านดัง น้อง ๆ เข้าได้

GO HOTEL ชวนลูกรักสี่ขาออกไปท่องโลกกว้างร่วมกันโดยไม่ต้องทิ้งใครไว้เหงาๆ ที่บ้านและเข้าพักฟรี! แท็กทีมกับ The1 มอบสิทธิ์ใช้คะแนนสะสมแลกรับส่วนลดห้องพักสุดคุ้ม พาน้องๆ ไปปักหมุดกินเที่ยวฟินกับร้านอาหารและคาเฟ่ Pet-Friendly

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

More like this