เดอะมอลล์ สนับสนุน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติรวม ส่งมอบเลือดกว่า 2 ล้านซีซี

Published on

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เดินหน้าช่วยเหลือสังคมครอบคลุมทุกมิติ ส่งมอบโลหิตสนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติรวมกว่า 2 ล้านซีซี เพื่อช่วยบรรเทาวิกฤตขาดแคลนเลือด หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ปริมาณโลหิตในคลังลดลง พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคต่อเนื่องผ่านห้องรับบริจาคโลหิตในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป 4 สาขา

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผย ว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป
เราเป็นองค์กรภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญของการได้เป็นสื่อกลางในการจัดหาโลหิตเพื่อนำไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มาโดยตลอด โดยเราได้ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ร่วมกันดำเนินงานในโครงการ “M Heart สายโลหิต สายใจ สายใยแห่งความผูกพัน” มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 และยังเป็นห้างสรรพสินค้าที่จัดทำห้องบริจาคโลหิตถาวร (Fixed Station) เพื่อเปิดให้บริการ 365 วัน เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และหลังจากเราได้ทราบข้อมูลของ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ที่ระบุว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบให้ปริมาณโลหิตในคลังลดลง เนื่องจากมีผู้บริจาคโลหิตลดลงเป็นจำนวนมาก หากแต่ในขณะเดียวกันยังมีผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตอยู่เป็นประจำ

“เราจึงไม่นิ่งนอนใจ โดยหลังจากมีประกาศกรุงเทพมหานคร, จังหวัดนนทบุรี และ จังหวัดนครราชสีมา เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในวงกว้าง โดยกำหนดให้ปิดสถานที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดนนทบุรี และ จังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งห้างสรรพสินค้าเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม จนถึง 30 เมษายน 2563 เราจึงตัดสินใจเปิดห้องรับบริจาคโลหิตถาวรขึ้นอีกครั้ง เพื่อช่วยบรรเทาวิกฤตขาดแคลนเลือด พร้อมอำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถบริจาคโลหิตผ่านห้องรับบริจาคโลหิตถาวรในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, บางแค, บางกะปิ และนครราชสีมา อีกทั้ง ยังได้ออกมาตรการป้องกันความปลอดภัยและสุขอนามัยเชิงรุกตามแนวทางปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าห้องรับบริจาคโลหิตถาวร ในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุกแห่ง เป็นสถานที่ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19”

โดยหลังจากกลับมาเปิดให้บริการห้องรับบริจาคโลหิต ทั้ง 4 สาขา ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา (รวม 30 วัน) มีผู้สนใจร่วมบริจาคโลหิตกว่า 5,000 ราย และได้ส่งมอบโลหิตสนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติแล้วกว่า 2 ล้านซีซี หากแต่ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยที่มีสุขภาพแข็งแรงร่วมสร้างกุศลช่วยต่อชีวิตให้กับเพื่อนมนุษย์ ด้วยการร่วมบริจาคโลหิตทุกๆ 3 เดือน

ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนโลหิตและการจัดหาโลหิตที่ไม่สม่ำเสมอได้ โดยสามารถมาบริจาคได้ทุกวัน ที่ห้องรับบริจาคโลหิตถาวร เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน (ชั้น 5), เดอะมอลล์ บางแค (ชั้น P ล็อบบี้), เดอะมอลล์ บางกะปิ (ชั้น 3A) และเดอะมอลล์ นครราชสีมา (ชั้น 2) ตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น. ทั้งนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขอให้คำมั่นว่าจะยังคงเดินหน้าทำทุกวิถีทางเพื่อให้ความช่วยเหลือสังคมในทุกมิติและจะอยู่เคียงข้างประเทศไทยและประชาชนคนไทยในทุกสถานการณ์ อีกทั้ง จะยังคงมุ่งมั่นให้บริการด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดดังเช่นที่ผ่านมา และเราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this