สสส. หนุน “ทต.พุเตย” ผนึกกำลังทุกหน่วยงาน ตั้งศูนย์ “โควิด-19”

Published on

สสส. หนุน “ทต.พุเตย” ผนึกกำลังทุกหน่วยงาน ตั้งศูนย์ “โควิด-19” บล๊อก ไม่ให้โควิด-19 เข้าสู่ชุมชน เคร่งครัดสวมหน้ากาก ล้างมือ ชื่นชมคนกลับบ้านเกิดยอมกักตัว 14 วัน เพื่อความปลอดภัยส่วนรวม

นางจินตนา ทองใจสด นายกเทศมนตรีตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ 1 ใน 55 ศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชน (ศจค.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสุนการสร้างเสริมสขภาพ (สสส.) กล่าวถึงแผนรับมือกับโควิด-19 ในพื้นที่ว่า หลังทราบถึงการแพร่ระบาดเกี่ยวกับโควิด-19 ก็เริ่มประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรับรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจ และป้องกันตัวเองในเบื้องต้น เมื่อเริ่มเห็นตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้น จึงตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการระบาดไวรัส โควิด-19 เพื่อเตรียมรับมือ

โดยศูนย์เฝ้าระวังฯดังกล่าว เป็นการทำงานร่วมกันของเทศบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อสม. กรรมการชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และตำรวจ โดยมีศูนย์เฝ้าระวังฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์อำนวยการวางแผน ติดตาม การเฝ้าระวังการระบาด จัดทำแผนปฏิบัติการ ใช้สื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์เพื่อให้เกิดการตระหนักและเข้าใจ เช่น ใช้เสียงตามสายเน้นย้ำวันละ 3 เวลา สื่อแผ่นพับแจกชาวบ้าน ใช้การสื่อสารผ่านสื่อโซเชียล อย่าง FB และ Line จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจยิ่งขึ้น

“เราจะมีการประชุมสรุปรายงานผลทุกวัน ผ่านการสื่อสารทางไลน์กลุ่มของคณะทำงาน แบ่งงานกันทำตามบทบาทหน้าที่ เทศบาลจะเป็นจุดอำนวยการ วางแผนการทำงาน ขณะเดียวกัน รพ.สต. และ อสม. จะลงพื้นที่ให้ความรู้ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการชุมชน และชาวช้านจะช่วยกันเฝ้าระวังในพื้นที่ของตัวเอง ถ้ามีใครเข้ามาในหมู่บ้านก็จะต้องแจ้งหรือรายงานให้ผู้ใหญ่บ้านทราบก่อนเลย” นางจินตนา กล่าว

จินตนา ทองใจสด

นางจินตนา กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ในการดูแลของเทศบาลตำบลพุเตย มีทั้งหมด 9 ชุมชน 6 หมู่บ้าน ประชากรรวม 7,800 คน แต่มีคนที่อยู่ในพื้นที่จริงประมาณ 3,000 คน ที่เหลือก็ออกไปทำงานนอกพื้นที่ จากการเฝ้าระวังที่ผ่านมา ยังไม่พบผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 แต่มีเคสที่ต้องเฝ้าระวังและกักตัวไว้ 14 วัน แบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่กลับมาจากต่างประเทศ คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ เกาหลี และ ญี่ปุ่น 7 ราย ซึ่งพ้นกำหนดการกักตัว 14 วันไปแล้ว 5 ราย ยังคงเหลืออีก 2 รายที่ต้องเฝ้าระวังต่อ ส่วนอีกกลุ่มเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 22 มีนาคม 2563 มีจำนวน 67 ราย ขณะนี้ยังต้องกักตัวเอง 14 วัน เพื่อเฝ้าดูอาการ และทุกวันก็จะมี อสม. รพ.สต. กำนัน และ ผู้ใหญ่บ้าน ลงไปตรวจเยี่ยมวัดไข้

“การกักตัวและเฝ้าดูอาการทำทั้งการแยกห้อง ใส่หน้ากาก แยกจาน ชาม ทานอาหารแยกกับครอบครัว และถ้าเป็นไปได้ก็ให้อยู่เฉพาะในห้องตัวเอง ซึ่งทุกคนก็ให้ความร่วมมือ เพราะที่ผ่านมาเคยมีกรณีไม่ให้ความร่วมมือ เจ้าหน้าที่ก็ลงพื้นที่และนำตำรวจลงไปช่วยเจรจา ทำความเข้าใจ ตอนนี้ชาวบ้านและผู้นำชุมชน ช่วยกันเฝ้าระวัง ไม่ออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น หากไปซื้อของในตลาดสด ถ้าใครไม่สวมหน้ากากอนามัย แม่ค้าจะไม่ขายของให้ ชาวบ้านที่นี่จึงสวมหน้ากาก และ หมั่นล้างมือ เพราะ เขากลัวกัน ส่วนสภาพในหมู่บ้านตอนนี้ เงียบ ทุกคนพยายามอยู่ในบ้าน ระมัดระวัง เพราะกลัว เขาก็ปฏิบัติตัวกันอย่างเคร่งครัด ทั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน หมอ อสม.ทำงานหนักมาก แต่ก็ช่วยกันทุกคน เพื่อให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ด้วยกัน”นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพุเตย กล่าว

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this