ถอดรหัส “นาโยงบูรณาการลดอุบัติเหตุ” รับเทศกาลปีใหม่

Published on

สสส. ชู ต.นาข้าวเสีย จ.ตรัง ต้นแบบ “ตำบลปลอดเหล้าเข้าพรรษา” ใช้พลังสตรีขับเคลื่อนขบวนการ “สาวพักตับฯ” จากพื้นที่สีแดงกลายเป็นพื้นที่คนงดเหล้ามากที่สุดในจังหวัด พร้อมชื่นชมการขับเคลื่อนอำเภอต้นแบบการจัดการความปลอดภัยทางถนนรับเทศกาลปีใหม่ ถอดรหัส “นาโยงบูรณาการลดอุบัติเหตุ” ได้สำเร็จ

นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการศึกษาดูงานพื้นที่ต้นแบบด้านการจัดการความปลอดภัยเชิงบูรณาการประเด็นแอลกอฮอล์และอุบัติเหตุในพื้นที่ อบต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง ว่า สสส. ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดหล้า (สคล.) ริเริ่มโครงการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 เพื่อเชิญชวนให้คนไทย ลด ละ เลิก การดื่มเหล้า โดยใช้แนวทางจากการสร้างชุมชนคนสู้เหล้า

โดยมีแกนนำชุมชน อสม. และแกนนำนักรณรงค์คนหัวใจเพชร(เลิกเหล้าตลอดชีวิต) ที่เป็นจิตอาสา ช่วยสื่อสารและร่วมขับเคลื่อนงานรณรงค์เลิกเหล้าในชุมชนโดยชวนให้งดเหล้าเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นของการงดตลอดชีวิต พื้นที่ต.นาข้าวเสีย ถือเป็นหนึ่งใน 892 ชุมชนทั่วประเทศที่ร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาของ สสส. และประสบความสำเร็จในการกระตุ้นให้ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการแก้ปัญหาประเด็นเหล้า โดยสร้างแกนนำในชุมชนเป็นพี่เลี้ยง ชี้ชวนให้ตระหนักถึงผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อชีวิตของตนและครอบครัว

“ขอชื่นชม ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง เคยได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่สีแดงของจำนวนผู้ติดสุราและขึ้นชื่อว่ามีภาษีสรรพสามิตมากที่สุด แต่ปัจจุบันตำบลแห่งนี้สามารถแก้ปัญหาที่น่าสนใจ โดยใช้พลังของสตรีขับเคลื่อนผ่านขบวนการ “สาวพักตับ ช่วย ชม เชียร์ คนสู้เหล้า” ภายใต้โครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ที่สสส. สคล. ให้การสนับสนุน ซึ่งสามารถเข้าถึงคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี จนได้รับการยอมรับให้เป็นต้นแบบของตำบลปลอดเหล้าเข้าพรรษา” นพ.คำนวณกล่าว

นพ.คำนวณ กล่าวต่อว่า จากการประเมินผลการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาปี 2562 โดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) และสสส. พบมีผู้ร่วมงดเหล้าเข้าพรรษา 53.5% แบ่งเป็น ผู้ที่งดเหล้าตลอดพรรษา 31% และผู้ที่งดบางช่วงและลดการดื่ม 22.5% กลุ่มที่ลด ละ เลิกดื่ม ส่วนใหญ่ระบุว่าทำให้สุขภาพร่างกายดีขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ เฉลี่ยรายละ 1,284 บาท ภาพรวมทั้งประเทศประหยัดค่าใช้จ่ายได้นับหมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบว่าในเดือนที่มีรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ช่วยลดผู้เสียชีวิตจากทุกสาเหตุลง 9% การเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ลดลง 25% และยังส่งผลให้การดื่มลดลง 10% อีกด้วย นอกจากนี้ ผลสำรวจตั้งแต่ปี 2559-2561 พบว่า มีคนอยากเลิกดื่มตลอดชีวิต 13% อยากลดปริมาณลง 58% แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างมีแนวโน้มที่จะลด ละ เลิกดื่มมากถึง 71%

นางพยอม หนูนุ่ม ชาวบ้าน ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง หนึ่งในสมาชิกสาวพักตับผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการดำเนินงานขบวนการ “สาวพักตับ ช่วย ชม เชียร์ คนสู้เหล้า” กล่าวว่า คำว่าสาวพักตับได้เรียกติดปากกันมาตั้งแต่ปี 2558 มาจากเครือข่ายอาสาสมัครสตรี ซึ่งเป็นแกนนำชวนเลิกเหล้า เริ่มจากชักชวนคนใกล้ตัวคือสามีเข้าร่วมกิจกรรม จากนั้นชวนลูกหลาน คนใกล้บ้านเข้าร่วม ระยะแรกมีคนต่อต้านและมีผู้เข้าร่วมเพียงเล็กน้อย จึงได้พัฒนากลยุทธ์สำคัญคือการสร้างพลังทางใจและแรงจูงใจให้กับผู้ดื่มเหล้า ช่วยให้คนที่อยากเลิกเหล้าทำสำเร็จ ทำให้มีจำนวนผู้ดื่มเหล้าลงลงทุกปี

ปัจจุบันขบวนการ “สาวพักตับ ช่วย ชม เชียร์ คนสู้เหล้า” มีสมาชิก 110 คน โดยปี 2562 นี้ ได้ชักชวนคนเลิกเหล้ารวม 66 คน สามารถเลิกเหล้าตลอดพรรษาเป็นคนหัวใจหิน 56 คน และสามารถเลิกเหล้าตลอดชีวิตเป็นคนหัวใจเพชร 10 คน จากการได้ติดตามผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมพบว่าครอบครัวประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 2,000-3,000 บาทต่อเดือน ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ครอบครัวไม่ทะเลาะกัน สร้างความอบอุ่นในครอบครัว นอกจากนี้ กลุ่มสาวพักตับยังได้ร่วมกิจกรรมสาธารณประโยชน์อื่นๆ ในอ.นาโยง เช่น การช่วยเหลือ เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ยากไร้ เมาไม่ขับ ขับปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย มอบอาหารเครื่องดื่มให้กับจุดตรวจช่วงสงกรานต์ ปีใหม่ ฯลฯ

ต่อมาเวลา 13.30 น. คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานจัดการด้านความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ อ.นาโยง จ.ตรัง เพื่อเตรียมความพร้อมมาตรการรับเทศกาลปีใหม่ โดยนพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรมัย คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเพื่อความปลอดภัยทางถนน โดยได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน สนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนกลไกการจัดการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอและพื้นที่

เนื่องจากถนนในประเทศไทย 78% เป็นถนนของ อปท. และในช่วงเทศกาลอุบัติเหตุส่วนใหญ่มักเกิดในถนนสายรองกว่า 60% ซึ่งหากระดับอำเภอและพื้นที่มีมาตรการเฉพาะของพื้นที่ จะช่วยลดความสูญเสียลงได้ โดย อ.นาโยง เป็นหนึ่งในอำเภอที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นอำเภอต้นแบบการจัดการความปลอดภัยทางถนน ที่สสส. ได้สนับสนุนมีคณะทำงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด (สอจร.) เป็นกลไกทำงานระหว่าง ตำรวจจราจร ชุมชน อำเภอ โรงพยาบาล ร่วมกันแก้ไขจุดเสี่ยง

รณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนและเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ร่วมกับส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนและเกิดความสูญเสียต่อชีวิต จึงจัดทำ “โครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน” ขึ้น โดยขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย และประชาชนในชุมชนจัดทำและหามาตรการป้องกัน จนสามารถลดผู้เสียชีวิตในปี 2559 จาก 16 ราย เหลือ 9 รายในปี 2562 (ม.ค.-พ.ย.) และยังลดอุบัติเหตุในจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุสูงได้อย่างมีนัยสำคัญ

​ด้าน ร.ต.อ.ปรีชา ศรีเมือง สารวัตรจราจร สภ.นาโยง กล่าวว่า อ.นาโยง มีการจัดตั้งคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ (ศปถ.อำเภอนาโยง) โดยมีภาคราชการ เอกชน ภาคประชาชน ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ ดำเนินการร่วมกัน ได้ถอดรหัส “นาโยงบูรณาการลดอุบัติเหตุ” และมีการดำเนินการขับเคลื่อนมาโดยตลอด มุ่งเน้นการปลูกจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่ในการใช้รถใช้ถนน แก้ไขจุดเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ การตั้งด่านจุดตรวจ จุดสกัดของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการประชุมปรึกษาหารือกันโดยตลอด มีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

อีกทั้งทาง อบต.ละมอ ร่วมกับ อ.นาโยง จัดทำโครงการรณรงค์ให้ความรู้และส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยกับ เด็ก ครู ผู้ปกครอง ซึ่ง อบต.ละมอ ได้ให้ความสำคัญ และสามารถทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้สวมหมวกกันน็อกได้ 100% ซึ่ง อ.นาโยง เตรียมขยายผลให้ครบทุกศูนย์เด็กเล็ก และเร่งสนับสนุนให้ทุกท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนต่อไป

Latest articles

MALEEปั้นนวัตกรรมสุขภาพเชิงคุณค่าจากธรรมชาติ มุ่งเป้ายกระดับชีวิตผู้คนทั่วโลก

‘บมจ. มาลี กรุ๊ป’ หรือ MALEE เปิดแผนธุรกิจปี 2569 มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ผสานองค์ความรู้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) จากศูนย์วิจัย MAS เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์สุขภาวะแบบองค์รวมยุคใหม่ตลอดทั้งปี

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ชี้โครงสร้างพื้นฐาน AI โตไม่หยุด ดันเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 401 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทเทคฯ เร่งวางรากฐานให้ AI

Gartner Says Worldwide AI Spending Will Total $2.5 Trillion in 2026

AI Infrastructure Drives AI Spending; Adds $401 Billion in Spending as Technology Providers Continue to Build Out AI Foundations

โบลท์ (Bolt) มอบส่วนลดสูงสุด 50% เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ระหว่างวันที่ 1-8 กุมภาพันธ์ 2026 ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร สามารถใช้ส่วนลดสำหรับบริการ มอเตอร์ไซค์ของ Bolt เพื่อเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง โบลท์ (Bolt) แพลตฟอร์มเรียกรถชั้นนำ เตรียมมอบส่วนลดโดยสารสำหรับบริการมอเตอร์ไซค์เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางไปยังคูหาเลือกตั้งได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัดมากขึ้น ในวันเลือกตั้ง...

More like this