Goodyear เปิดตัว Cargo Max ยางพรีเมียมรุ่นใหม่ เอาใจผู้รักรถกระบะ

Published on

กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย ส่งยางคาร์โก้ แมกซ์ ยางรถกระบะคุณภาพพรีเมียม ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถกระบะและรถตู้ พร้อมสร้างมาตรฐานคุณภาพใหม่ให้ยางเซ็กเมนท์นี้ เน้นจุดขายเรื่องความทนทาน และใช้งานได้ยาวนานกว่ายางคู่แข่งถึง 20% พร้อมดึงยอดนักชกขวัญใจชาวไทย “บัวขาว” เป็นพรีเซนเตอร์ปี 2563 ย้ำภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง ทนทาน ของยางกู๊ดเยียร์

มร. ลูก้า เครปาโชลี่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดตัว กู๊ดเยียร์ คาร์โก้ แมกซ์ยางสำหรับรถกระบะและรถตู้ รุ่นใหม่ล่าสุด ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ มีความแข็งแกร่งและให้ความทนทานมากขึ้น เสริมสมรรถนะในการบรรทุกสินค้าได้เต็มกำลังและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น จากการใช้เทคโนโลยีแมกซ์โหลด (MaxLoad) เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของกู๊ดเยียร์ ด้วยโครงสร้างยางที่เสริมความแกร่ง อึด ทนทาน จึงทำให้ขีดความสามารถในการรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น และเหมาะสมกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยางกู๊ดเยียร์ คาร์โก้ แมกซ์ ยังออกแบบหน้ายาง และปรับปรุงเนื้อยางสูตรพิเศษ ที่ช่วยลดการสึกหรอ และเพิ่มอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นกว่ายางคู่แข่งถึง 20% ขณะเดียวกันยังรักษาคุณสมบัติที่โดดเด่น ของยางกู๊ดเยียร์ เรื่องการยึดเกาะบนถนนเปียก การรีดน้ำได้เป็นอย่างดี ซึ่งเหมาะกับฤดูฝนของประเทศไทย

กู๊ดเยียร์ คาร์โก้ แมกซ์ ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมให้มีความเหมาะสมกับสภาพถนนของประเทศไทย รวมทั้งพฤติกรรมการขับขี่และการใช้งานรถยนต์ของคนไทยด้วย คาร์โก้ แมกซ์ จึงเป็นยางที่ได้รับการออกแบบมาด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความต้องการในการใช้งานของคนไทย แม้ว่ายางตัวนี้จะผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยแต่ได้รับการออกแบบจากศูนย์นวัตกรรมของกู๊ดเยียร์ในประเทศลักเซมเบิร์ก พร้อมทั้งได้รับการทดสอบสมรรถนะของยางมาอย่างเข้มข้นจากกลุ่มผู้ทดสอบและผู้ขับขี่ที่ใช้งานจริง เพื่อให้แน่ใจได้ว่ายางคาร์โก้ แมกซ์ มีความแข็งแรง ทนทาน และได้รับการปรับแต่งมาเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพถนนของเมืองไทยอย่างแท้จริง

“ปัจจุบันเรามียางรุ่น แอสชัวแรนซ์ ทริปเปิลแมกซ์ (Assurance TripleMax) สำหรับกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และ แรงเลอร์ ทริปเปิลแมกซ์ (Wrangler TripleMax) สำหรับกลุ่มรถยนต์เอนกประสงค์ (SUV) การเปิดตัวกู๊ดเยียร์ คาร์โก้ แมกซ์ สำหรับกลุ่มรถกระบะและรถตู้ จึงทำให้ยางในตระกูลแมกซ์ครอบคลุมทุกกลุ่มการใช้งานในกลุ่มยางพรีเมียมของลูกค้า”

นอกเหนือไปกว่านั้น กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย ได้ดึงยอดนักชกชาวไทยอย่าง “บัวขาว บัญชาเมฆ” มาเป็นแบรนด์พรีเซนเตอร์ของกู๊ดเยียร์ เพื่อเสริมภาพลักษณ์อันแข็งแกร่ง ทนทาน สอดคล้องกับแคมเปญการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง กู๊ดเยียร์ คาร์โก้ แมกซ์ โดยแคมเปญนี้จะถูกเผยแพร่ออกไปตามสื่อต่างๆ รวมทั้งกิจกรรมทางการตลาดครอบคลุมหลายพื้นที่ตลอดปี 2563 นี้

กรรมการผู้จัดการ กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย กล่าวถึงการดึงบัวขาวมาเป็นพรีเซนเตอร์ว่า “บัวขาวมีความเหมาะสมกับแบรนด์กู๊ดเยียร์ เราเป็นแบรนด์ชั้นนำในด้านนวัตกรรมระดับโลกมากว่า 120 ปี ขณะที่บัวขาวเป็นยอดนักชกที่โด่งดังท่ามกลางบรรดายอดนักชกมวยไทยมากว่า 30 ปี พร้อมทั้งมีสถิติคว้าชัยชนะในการขึ้นชกระดับโลกมาแล้วอีกนับครั้งไม่ถ้วน”

ความแข็งแกร่ง ความทรงพลัง และจิตวิญญาณนักสู้ ล้วนเป็นคุณสมบัติและภาพลักษณ์แห่งคุณภาพของบัวขาว เมื่อพูดถึงบัวขาว คุณสมบัติของบัวขาวจึงมีความน่าสนใจและสามารถเชื่อมโยงกับ ยางคาร์โก้ แมกซ์ ของกู๊ดเยียร์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรารู้สึกตื่นเต้นไปกับแคมเปญการตลาดที่จะเกิดขึ้นในปี 2563 นี้ เป็นอย่างมาก เรามั่นใจว่าแคมเปญนี้จะทำให้แบรนด์กู๊ดเยียร์เข้าถึงและใกล้ชิดกับลูกค้าของเราในวงกว้าง

นอกเหนือจากการเปิดตัวยางรุ่นใหม่คาร์โก้ แมกซ์แล้ว กู๊ดเยียร์ยังนำยางต้นแบบแห่งอนาคต “กู๊ดเยียร์ แอโร (Goodyear Aero)” และ “กู๊ดเยียร์ ออกซิเจน (Goodyear Oxygene)” มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งยางต้นแบบทั้ง 2 รุ่น ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อจุดประกายความคิดให้กับอุตสาหกรรมยางและเทคโนโลยียานยนต์ สำหรับการสรรค์สร้างยานยนต์แห่งอนาคตที่เหมาะสมกับระบบนิเวศของโลก

“จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของกู๊ดเยียร์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นจุดยืนอันชัดเจนว่า กู๊ดเยียร์มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจและเติบโตในประเทศไทยต่อไปอย่างมั่นคง ขณะเดียวกันยางรุ่นใหม่อย่าง คาร์โก้ แมกซ์ จะพร้อมวางตลาดเพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้งานตามเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการกู๊ดเยียร์ทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 นี้” มร. ลูก้า กล่าว

เกี่ยวกับ The Goodyear Tire & Rubber Company
กู๊ดเยียร์เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตยางที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพนักงานทั่วโลกประมาณ 64,000 คน และมีโรงงานผลิต 47 แห่ง ใน 22 ประเทศ ทั่วโลก มีศูนย์คิดค้นนวัตกรรมยาง 2 แห่ง ใน แอครอน รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา และ โคลมาร์-เบิร์ก ในลักเซมเบิร์ก

กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2511 และเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตยางในปี 2512 เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชนจำกัด ในปี 2521 ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์ให้กับค่ายรถยนต์ชั้นนำ และยางสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยางรถ 4×4 ยางรถเอนกประสงค์ (SUV) รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ รถตู้ และยางเครื่องบิน เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย ยังเป็นโรงงานกู๊ดเยียร์แห่งเดียวใน เอเชีย แปซิฟิค และเป็นเพียงหนึ่งในสองโรงงานทั่วโลกที่ผลิตยางสำหรับเครื่องบิน ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย และในส่วนของผลิตภัณฑ์และบริการ สามารถติดต่อได้ที่ www.goodyear.co.th

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this