ทวิตเตอร์ เผยคนไทยนิยมดูละคร -หนังไทย มากกว่า

Published on

ทวิตเตอร์เผยคนไทยนิยมดูละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ไทยมากกว่าต่างประเทศ ระบุกว่า 80 ล้านข้อความบนทวิตเตอร์ในประเทศไทยเจาะรายการโทรทัศน์

ทวิตเตอร์ เปิดผลการวิจัยจาก 500,000 ทวีตโดย Twitter ร่วมกับ Circus Social ต้นปี 62 สะท้อนภาพผู้ใช้งาน ทวิตเตอร์ชาวไทยมีการรับชมรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ไทยมากกว่าต่างประเทศ และพบว่าคนไทยทวีตข้อความเกี่ยวกับละครมากกว่าภาพยนตร์ในสัดส่วน 77% และ 23% ตามลำดับ สวนกระแสเทรนด์ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ที่มีบทสนทนาเกี่ยวกับภาพยนตร์ 64% และซีรีส์ 36%

มิสเตอร์มาร์ติน ยูเรน หัวหน้าฝ่ายวิจัยประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทวิตเตอร์ เปิดเผยว่า งานวิจัยล่าสุดได้ผลลัพธ์เป็นข้อมูล เชิงลึกเกี่ยวกับการใช้ทวิตเตอร์ในประเทศไทย ผู้ใช้งานชาวไทยนิยมรับชมละครโทรทัศน์และภาพยนตร์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ นิยมละครไทยและภาพยนตร์ไทยมากกว่าของต่างประเทศ โดยจะมีการทวีตแสดงความคิดเห็นแบบเรียลไทม์ขณะรับชมรายการนั้นๆ ซึ่งการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับที่สูงมาก นับเป็นการสร้างโอกาสให้แบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการเข้าถึงผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่เป็นกลุ่มที่มีความ สนใจในเรื่องเอ็นเตอร์เทนเม้นท์มากได้เป็นอย่างดี

สำหรับผลการวิจัย Twitter และ Circus Social (ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2562) พบว่ามี 4 ประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

1. กลุ่มคนที่สนใจมาก และไม่สนใจเลย
ข้อมูลจากการวิเคราะห์คุณภาพของการทวีตเกี่ยวกับเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ในประเทศไทยนั้น กลุ่มเป้าหมายบนทวิตเตอร์ แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่มีความสนใจมาก และ กลุ่มที่ไม่มีความสนใจเลย โดยกลุ่มที่มีความสนใจในเรื่องเอ็นเตอร์เทนเม้นท์นั้นจะเลือกชมสิ่งที่สนใจและมีส่วนร่วมในชุมชนที่มีความสนใจเดียวกัน 3 กลุ่มที่มีความสนใจที่โดดเด่น คือ แฟนละครโทรทัศน์ไทย, แฟน Netflix และแฟนบันเทิงเกาหลี ในส่วนของกลุ่มที่ ไม่มีความสนใจในเรืองเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เลย ในทางกลับกันจะมองหาความบันเทิงในยามว่างจากการทำงานหรือ เรียนหนังสือ หรือในช่วงระหว่างวันหยุดพักผ่อน

2. โทรทัศน์ยังเป็นที่นิยมเพราะคอนเท้นต์
ท่ามกลางการเติบโตของแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์และสตรีมมิ่งต่างๆ แต่โทรทัศน์ยังคงมีความต้องการสูงเมื่อเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มที่ต้องมีการจ่ายเงินหรือแพลตฟอร์มที่ผิดกฎหมาย เมื่อดูจากทวีต และจำนวนการเสิร์ทบน Google พบว่าความสนใจในคอนเท้นท์บนแพลตฟอร์มมีการจ่ายเงินและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ผิดกฎหมายนั้นอยู่ในระดับเดียวกัน แต่ยังต่ำกว่าโทรทัศน์

คอนเท้นท์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทางเลือกใช้แพลตฟอร์มของคนไทย มีจำนวนของผู้ใช้งานจำนวนหนึ่ง ได้เปลี่ยนไปรับชมคอนเท้นท์จากแฟลตฟอร์มออนไลน์สตรีมมิ่ง ตามความสนใจในคอนเท้นท์ เช่น ความสนใจและติดตาม รายการประเทศเกาหลี รวมถึงเฉพาะกลุ่มเช่น เรื่องสยองขวัญ หรือ แนวแฟนตาซี

3. ละครหรือภาพยนตร์ของไทยได้รับความนิยมมากกว่าของต่างประเทศ
ในเรื่องของภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนไทยนิยมทวีตเกี่ยวกับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ของไทย มากกว่าของต่างประเทศ แม้ในความเป็นจริงจำนวนของภาพยนตร์ไทยจะน้อยกว่าภาพยนตร์ของต่างประเทศ แต่มีบท สนทนาจำนวนมากกว่า

ภาพยนตร์ไทยที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดในปี 2561 คือ BNK48 Girls Don’t Cry และ น้อง.พี่.ที่รัก Brother of the Year ซึ่งได้มีการพูดถึงมากกว่าภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด บล็อกบัสเตอร์ อย่าง Avengers: Infinity War และ Black Panther เลยทีเดียว และเมือมีการทวีตเกี่ยวกับภาพยนตร์ของไทยจะเป็นในเชิงบวกกว่าภาพยนตร์จากต่างประเทศ

ละครโทรทัศน์นับว่าเป็นประเภทรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย โดยละครโทรทัศน์ไทยที่มีการพูดถึงมากที่สุด คือ บุพเพสันนิวาส และฮิตติดอันดับหนึ่งของหัวข้อเกี่ยวกับรายการโทรทัศน์ที่มีการพูดถึงมากที่สุดในปี 2018 เช่นเดียวกับ ภาพยนตร์ไทยซึ่งทวีตเกี่ยวกับละครโทรทัศน์ไทยจะเป็นในเชิงบวกกว่าละครโทรทัศน์จากต่างประเทศ

ขณะที่การสนทนาบนทวิตเตอร์ประเทศไทยมีอัตราการสนทนาเกี่ยวกับรายการโทรทัศน์ไทยสูงที่สุด ซึ่งเป็นเทรนด์เดียวกันทั้ง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการทวีตถึงละครโทรทัศน์ไทย 77% เมื่อเทียบกับทวีตที่พูดถึงซีรีส์ต่างประเทศ 23%

4. การทวีตถึงละครโทรทัศน์และภาพยนตร์มีความแตกต่างกัน
ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ชาวไทยทวีตถึงละครและภาพยนตร์ด้วยแนวทางที่แตกต่างกัน แฟนๆ ละครที่กระตือรือร้นจะเข้าไปมีส่วนร่วม ในการพูดคุยโดยเขียนถึงพล็อตเรื่องและเนื้อหาของบทละคร และหากว่าละครเรื่องนั้นอิงประวัติศาสตร์ การพูดคุยก็จะเป็นการ ถกเถียงถึงเรื่องความถูกต้องทางประวัติศาสตร์

บทสนทนาที่พูดถึงละครไทยจะมีรายละเอียดและใช้ระยะเวลาในการพูดคุยกันนานกว่าบทสนทนาที่พูดถึงภาพยนตร์ไทยซึ่งมักจะเป็นทวีตที่มีข้อความสั้นกว่าโดยพวกเขามักจะแชร์ลิงก์การรีวิวที่พวกเขารู้สึกเห็นด้วยหรือทวีตที่รีวิวภาพยนตร์เรื่องนั้นแบบสั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการสปอยล์เนื้อหาของภาพยนตร์

นอกจากนี้บทสนทนาที่พูดถึงภาพยนตร์ยังเน้นไปที่ชื่อเรื่องของภาพยนตร์และความตื่นเต้นก่อนที่ภาพยนตร์จะออกฉาย ในขณะที่บทสนทนาเกี่ยวกับละครซีรีส์มักจะเป็นแบบเรียลไทม์ รวดเร็ว มีการพูดถึงรายละเอียดของฉากนั้นๆ และการคาดเดาว่าจะเกิด อะไรขึ้นในตอนต่อไป

อย่างไรก็ดี ปีที่ผ่านมามีบทสนทนาเกี่ยวกับรายการโทรทัศน์กว่า 80 ล้านข้อความบนทวิตเตอร์ในประเทศไทย (แหล่งที่มา: ข้อมูลจาก Crimson Hexagon ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 ถึง 1 กรกฎาคม 2562) และเป็นหนึ่งในหัวข้อการสนทนายอดนิยมตลอดทั้งปี

ลองมาเข้าร่วมการพูดคุยด้วยการกดติดตามแอคเคาท์ของละครโทรทัศน์และนักแสดง หรือค้นหาแฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ คุณยังสามารถสร้างลิสต์เกี่ยวกับละครโทรทัศน์เรื่องโปรดหรือติดตามลิสต์ของคนอื่นได้ รวมทั้งหากต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการใช้งานลิสต์ต่างๆ คลิกที่ https://help.twitter.com/using-twitter/twitter-lists

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this