6 มาตรการลดสิ่งแปลกปลอมตกค้างในร่างกายผู้ป่วยหลังผ่าตัด

Published on

ประธานอนุกรรมการควบคุมคุณภาพบริการสาธารณสุขเขต ขอนแก่น แนะ มาตรการลดอุบัติการณ์การมีสิ่งแปลกปลอมตกค้างในร่างกายผู้ป่วยหลังทำหัตถการ

รศ.นพ.วัชรพงศ์ พุทธิสวัสดิ์ เปิดเผยว่า ปัญหาการตกค้างของสิ่งแปลกปลอมหลังการผ่าตัด ยังคงเป็นปัญหาที่ไม่มีวิธีแก้ไขที่สมบูรณ์ เป็นปัญหาความผิดพลาดทางการแพทย์ที่สำคัญ โดยมีอัตราการเกิดระหว่าง 0.3 ถึง 1.0 ต่อการผ่าตัดช่องท้อง 1,000 ครั้ง ปัญหาการตกค้างของสิ่งแปลกปลอมหลังการผ่าตัดเป็นปัญหาที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นจะเป็นข้อผิดพลาดที่ไม่สามารถแก้ตัวทางกฎหมายได้เลย  

มาตราการป้องกันการเกิดปัญหาสิ่งแปลกปลอมหลังการผ่าตัด จึงต้องมีการดำเนินการ ดังนี้

 1.การตรวจนับผ้าก๊อซซับเลือด เข็มเย็บผ่าตัด และเครื่องมือผ่าตัด เป็นกลยุทธ์สำคัญในการป้องกันการเกิดปัญหาสิ่งแปลกปลอมหลังการผ่าตัด ซึ่งการศึกษาส่วนใหญ่จะสนับสนุนการพัฒนาคู่มือแนวทางการปฏิบัติในแต่ละโรงพยาบาล โดยใช้การตรวจนับผ้าก๊อซซับเลือด เข็มเย็บผ่าตัด และเครื่องมือผ่าตัด ก่อน ระหว่าง และหลังการผ่าตัด เช่นเดียวกับการตรวจนับหลายครั้

2. ในระหว่างการผ่าตัด คู่มือแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แต่จะทำให้เวลาการทำงานมากขึ้นถึง 14% ของเวลาทำงานปกติ

3. การตรวจสอบอย่างละเอียดโดยศัลยแพทย์ในบริเวณที่ทำผ่าตัด ก่อนที่จะปิดแผลผ่าตัดรวมทั้งการบันทึกขั้นตอนการผ่าตัดอย่างละเอียดรวมทั้งจำนวนสายท่อระบายและจำนวนผ้าก๊อซซับเลือดที่อาจใช้ห้ามเลือดหลังผ่าตัดในกรณีที่จำเป็น (เพื่อให้ศัลยแพทย์เมื่อเข้าไปเอาผ้าก๊อซซับเลือดรู้ว่ามีผ้าก๊อซซับเลือดที่ต้องเอาออกกี่ผืน)

4. ความแตกต่างของการตรวจนับควรทำให้เกิดการแจ้งเตือนอย่างอัตโนมัติถึงโอกาสการเกิดปัญหาสิ่งแปลกปลอมหลังการผ่าตัด เมื่อมีความแตกต่างในการตรวจนับต้องตรวจนับซ้ำ และศัลยแพทย์ต้องตรวจตราดูบริเวณที่ทำผ่าตัดใหม่ทั้งหมด

5. แต่หากความแตกต่างยังคงอยู่ควรทำการถ่ายภาพรังสีที่เหมาะสม (การถ่ายภาพรังสี/เอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์) เพื่อค้นหาสิ่งแปลกปลอมหลังการผ่าตัดที่ตกค้างอยู่

6. การสื่อสารที่ดีระว่างทีมแพทย์ผ่าตัดและทีมพยาบาลห้องผ่าตัด เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันปัญหาการตกค้างของสิ่งแปลกปลอมหลังการผ่าตัด

ทั้งนี้สิ่งของที่ตกค้างหลังการผ่าตัดที่พบมากที่สุดตามลำดับ คือ 1) ผ้าก๊อซซับเลือด 2) เข็มเย็บผ่าตัด และ 3) เครื่องมือผ่าตัด ส่วนการผ่าตัดที่มีปัญหาการตกค้างของสิ่งแปลกปลอมหลังการผ่าตัดที่พบได้บ่อย อันดับแรก คือ 1) การผ่าตัดทางช่องท้อง (52%) 2) การผ่าตัดทางนรีเวช (22%) และ 3) การผ่าตัดระบบทางเดินปัสสาวะและหลอดเลือด (10%) โดยการผ่าตัดช่องท้องที่มีปัญหาการตกค้างของสิ่งแปลกปลอมหลังการผ่าตัดที่พบบ่อยที่สุด คือ การผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง และการผ่าตัดมดลูกผ่านทางหน้าท้อง

“ปัญหาการตกค้างของสิ่งแปลกปลอมหลังการผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บ บางรายอาจจะเสียชีวิต และยังส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง และความเป็นมืออาชีพของแพทย์ ทั้งยังสร้างความเสียหายของชื่อเสียงของโรงพยาบาลและระบบสุขภาพ และอาจจะมีผลกระทบร้ายแรงจากการถูกฟ้องร้องทางกฎหมาย ดังนั้นบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในในห้องผ่าตัดจะต้องมีมาตรฐานป้องกันปัญหานี้อย่างเคร่งครัด” รศ.นพ.วัชรพงศ์ กล่าว

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this