กสศ.พัฒนาระบบ ทักษะแรงงานด้อยโอกาส และนอกระบบ ทั่วประเทศ

Published on

กสศ.เดินหน้าโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร ระบุขาดทักษะแรงงาน รายได้ต่ำ พร้อมถอดโมเดล ILO เชื่อมชุมชนสร้างโอกาสพัฒนาฝีมือแรงงาน

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดเวทีเสวนาวิชาการ นานาชาติ “การเข้าถึงและพัฒนาทักษะการทำงานให้แก่กลุ่มประชากรวัยแรงงานด้อยโอกาส: บทเรียนจากภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก” (Reaching Hard to Reach Communities: Lesson Learnt from Asia-Pacific Region) มีผู้เข้าร่วมเสวนาจากภาครัฐและเอกชนกว่า 30 องค์กร

โดยนพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า ปัจจุบันแรงงานในประเทศไทยจำนวน 38 ล้านคน 55% เป็นแรงงานนอกระบบ หรือมีจำนวน 21.2 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร ซึ่งแรงงานนอกระบบกลุ่มนี้ขาดทักษะในการพัฒนาฝีมือแรงงาน และมีรายได้ต่ำ เป็นสาเหตุของความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย กสศ. มีภารกิจในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

ซึ่งไม่ใช่แค่การศึกษาในระบบเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากอยู่นอกระบบการศึกษา โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบที่ต้องการการพัฒนาทักษะอาชีพ กสศ.จึงได้เปิดโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส โดยมีแนวคิดหลัก 4 ประการ คือ 1. การใช้ชุมชนเป็นฐานในการประกอบอาชีพ 2. การพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการ/แรงงานฝีมือในชุมชน 3. การเสริมสร้างสมรรถนะแก่ชุมชนและภาคเอกชน และ 4.การวิจัยปฏิบัติการเพื่อประเมินผลความสำเร็จของกลุ่มเป้าหมาย

“โครงการนี้จะเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพของแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสในชุมชน ค้นหาตัวตนเพื่อเพิ่มศักยภาพของคนในพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมไทย” นพ.สุภกร กล่าว

นพ.สุภกร กล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าว กสศ.ได้เปิดให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ที่อยู่ในระบบการศึกษาและนอกระบบยื่นเสนอโครงการเข้ามา มีจำนวนกว่า 108 โครงการ และได้คัดเลือกราว 80 โครงการ ที่จะดำเนินการต่อไป ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบ กลุ่มที่ไม่ได้รับการศึกษา กลุ่มคนพิการ กลุ่มคนจน กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มผู้สูงอายุ วิสาหกิจชุมชน พ่อแม่วัยรุ่น ชาติพันธุ์ แม่บ้าน เยาวชนและผู้ต้องขัง คาดว่าจะมีผู้ได้รับการฝึกอบรมตามโครงการนี้กว่า 6,000 คน โดยมีงบประมาณช่วยเหลือ 1–2 หมื่นบาทต่อคน ทั้งนี้ในอนาคตจะมีความร่วมมือระหว่าง กสศ.และองค์การแรงงานระหว่างประเทศหรือ ILO เพื่อสนับสนุนทางวิชาการรวมถึงโปรแกรมการฝึกอมรมที่ยึดชุมชนเป็นตัวตั้งให้กับทั้ง 80 โครงการที่ได้รับการคัดเลือกด้วย

ด้าน Mr. Charles Bodwell ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาวิสาหกิจ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ผู้พัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมด้านธุรกิจและการประกอบการใน 20 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมด้านแรงงานแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การพัฒนาในเชิงรุก สิ่งสำคัญคือการทำงานร่วมกับชุมชน ทำกิจกรรมต่างๆ ที่กระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะแรงงาน ฝึกอบรมให้เกิดการคิดต่อยอดจะช่วยให้เกิดการพัฒนาด้านแรงงาน ด้วยต้นทุนที่ถูกลง และทำให้เศรษฐกิจในชุมชนแข็งแกร่งขึ้น

ปัจจุบัน ILO มีโปรแกรมมากกว่า 80 รายการ ที่ใช้ในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน แต่ละชุมชนสามารถเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับแต่ละชุมชนได้ ซึ่งจากการเข้าไปพัฒนาโปรแกรมให้แต่ละประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้น คือแรงงานในชุมชนสามารถตัดสินใจเลือกงานที่เหมาะกับชุมชนนั้น เกิดการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างกัน ทำให้เกิดความแข็งแกร่งขึ้นในแต่ละชุมชน ทั้งในประเทศไทย กัมพูชา สปป.ลาว รวมไปถึงชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน

“สิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือการเรียนรู้เรื่องการทำธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งทุน และการทำตลาด เราจะไม่สอนว่าเขาต้องทำการเกษตรอย่างไร เพราะนั่นคือสิ่งที่เขารู้ดีอยู่แล้ว แต่จะมุ่งเสริมทักษะด้านอื่นๆ เช่น ด้านการบริหารจัดการ การดำเนินธุรกิจ การทำตลาด การแปรรูปเพื่อต่อยอดสิ่งที่ทำอยู่ให้เกิดการขยายผลมากยิ่งขึ้น เช่น การทำฟาร์มสเตย์ โฮมสเตย์ เป็นต้น” Mr. Charles กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในอนาคต ILO จะพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเครื่องมือต่างๆ ได้มากขึ้น พร้อมทั้งยินดีพูดคุยกับหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลและเอกชนในประเทศไทย รวมถึงการจัดสัมนาและเวิร์คช้อปเพื่อขยายผลให้เกิดความเข้าใจในโปรแกรมต่างๆ ของ ILO มากยิ่งขึ้นต่อไป

นางปนัดดา บุญผลา รองผู้อำนวยการองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สำนักงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ประเด็นการเข้าถึงของกลุ่มคนด้อยโอกาส ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ที่จะต้องไม่มีใครถูกทอดทิ้งในสังคม นำไปสู่การหาทางออกทั้งในระดับชุมชน ประเทศและระดับโลก ต้องให้ความเสมอภาคและเป็นธรรมในสังคมของการทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

ทั้งนี้ โลกของการทำงานในปัจจุบันและอนาคต มีหลายประเด็นที่สังคมต้องให้การความสำคัญกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องเทคโนโลยี สงครามการค้า การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศ และโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำอย่างไรจะต้องไม่ให้เกิดการแบ่งแยกและเกิดช่องทางในการทำงานที่จะมีผลกระทบต่อคนทุกกลุ่มในสังคม องค์การแรงงานระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับการดำเนินการอย่างไรที่จะทำให้คนทุกกลุ่มมีโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงและสร้างความร่วมมือในระดับชุมชน นำไปสู่การร่วมมือระดับประเทศและระดับโลก

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this