ไทย-อาเซียน มุ่งพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยแห่งสุขภาพ  

Published on

ศูนย์การเรียนรู้มหิดล ศาลายา จัดงานแถลงข่าวการเสริมสร้างความสามารถของมหาวิทยาลัยสมาชิกเป็นมหาวิทยาลัยสุขภาพตามกรอบ Healthy University Framework พร้อมทำพิธีลงนามความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อต่อยอดความร่วมมือในการส่งเสริมมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนให้พัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยแห่งสุขภาพ

 ดร.ชลธิศ ธีระฐิติ ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานมหาวิทยาลัยเครือข่ายอาเซียน (ASEAN University Network: AUN) กล่าวว่า เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ASEAN University Network หรือ AUN เป็นความร่วมมือของสถาบันอุดมศึกษาระหว่างประเทศสมาชิกในอาเซียน จำนวน 30 สถาบันใน 10 ประเทศ  เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้รับการศึกษา การอบรม มีสุขภาพสมบูรณ์และมีฐานะที่มั่นคง ผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาในการดำเนินงานด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครือข่ายเฉพาะทางของมหาวิทยาลัยอาเซียน  ซึ่งในปัจจุบันมีการดำเนินงานภายใต้เครือข่าย 16 เครือข่าย  โดยที่ประชุมเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนจะมีการพิจารณามหาวิทยาลัยสมาชิกที่มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญมาทำหน้าที่เลขานุการของเครือข่ายนั้นๆ   ซึ่งได้มีการมอบหมายให้มหาวิทยาลัยมหิดลทำหน้าที่เป็นเลขานุการของเครือข่ายเฉพาะทางด้าน AUN Human Rights Education Network (AUN-HRE) และ AUN-Health Promotion Network (AUN-HPN)  ด้วยศักยภาพและความพร้อมของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในด้านดังกล่าว  จึงมั่นใจได้ว่ามหาวิทยาลัยมหิดล จะสามารถขับเคลื่อนและเป็นผู้นำสร้างศักยภาพให้กับมหาวิทยาลัยเครือข่ายต่อไปได้เป็นอย่างดี โดยมีการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพในทุกมิติ ครอบคลุมถึงหลักสูตรการเรียนการสอนและการบริหารงานในสถาบันการศึกษา ตามกรอบแนวคิดที่ได้มีการรวบรวมข้อมูลมาเป็นแนวทางปฏิบัติ สร้างเกณฑ์มาตรฐาน และกำหนดแนวทางการประเมินผลที่บ่งชี้ถึงระดับความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยเครือข่ายในการดำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพ

 

ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวว่า  มหาวิทยาลัยมหิดล เล็งเห็นว่า งานสร้างเสริมสุขภาพของเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (AUN-HPN) เป็นงานที่สำคัญอย่างยิ่งของมหาวิทยาลัยและภาคีต่างๆ ในการร่วมมือส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี ปลอดภัยจากอันตรายของโรคเรื้อรังต่างๆ ด้วยการกระตุ้นและสร้างความตระหนักถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรและนักศึกษา  รวมถึงชุมชนใกล้เคียง โดยในปี 2560 มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยในเครือข่ายได้จัดทำ “กรอบมหาวิทยาลัยสุขภาพ หรือ Healthy University Framework” เพื่อกำหนดเป็นทิศทางและมาตรการในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพของมหาวิทยาลัยต่างๆ 22 ประการ ซึ่งจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในด้านต่างๆ ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข  ลดการเกิดโรคไม่ติดต่อ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนกว่าร้อยละ 70

ดร. ณัฐพันธุ์ ศุภกา  รักษาการผู้อำนวยการสำนักภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สสส. กล่าวว่า สสส. ได้ทำหน้าที่ส่งเสริมบทบาทมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาให้ขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพ ในเชิงกลไก บทบาท การพัฒนาศักยภาพ ผ่านการสนับสนุน โครงการ สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพมหาวิทยาลัยในเครือข่าย AUN-HPN มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อขับเคลื่อนและขยายงานสร้างเสริมสุขภาพในประเทศไทยและในภูมิภาคภูมิภาคอาเซียน โดยที่ผ่านมาได้มีข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสสส. และมหาวิทยาลัยเพื่อสนับสนุน AUN-HPN  มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน  โดยภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว มหาวิทยาลัยมหิดลได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ

กรอบมหาวิทยาลัยสุขภาพ หรือ Healthy University Framework การพัฒนาศักยภาพมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง การเกิดความร่วมมือเพื่อพัฒนาโครงการวิจัย ด้านสร้างเสริมสุขภาพระหว่างมหาวิทยาลัยสมาชิกเครือข่ายในหลายประเด็น และการขยายเครือข่าย แนวคิดในการดำเนินงานมหาวิทยาลัยสุขภาพไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั่วภูมิภาคในประเทศ ผ่านมหาวิทยาลัยแกนนำทั้ง 5 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัจจุบันเครือข่ายฯ มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยที่ให้ความสนใจแนวคิดการดำเนินงานมหาวิทยาลัยสุขภาพอีกเป็นจำนวนมาก

Latest articles

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

“SAPPE” ฉีกตลาด Water Plus ส่ง ‘B’lue’ นวัตกรรมน้ำใสกลิ่นไอศกรีม

SAPPE เจ้าตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลของไทย เดินหน้าสร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาดเครื่องดื่ม เปิดตัวนวัตกรรม ‘เครื่องดื่มวิตามินน้ำใสกลิ่นไอศกรีมเจ้าแรกในประเทศไทย’ ดึงเสน่ห์ความอร่อยและความทรงจำสุดพิเศษของ ‘ไอศกรีม’ มาสร้างสรรค์มัดใจคนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Y และ Gen Z ส่ง 2 รสชาติใหม่

หัวเว่ย ดิจิทัล พาวเวอร์ เปิดตัวโซลูชันพลังงานอัจฉริยะสำหรับที่อยู่อาศัย

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยกลุ่มธุรกิจ Huawei Digital Power ร่วมนำเสนอนวัตกรรมด้านพลังงานอัจฉริยะในงาน ASIA Sustainable Energy Week...

More like this