ผลวิจัยเผย น้ำหนักที่เกินมาตรฐานไม่ได้สะท้อนถึงการรับรู้ด้านสุขภาพเสมอไป

Published on

1 ใน 2 ของคนไทยน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานและตระหนักถึง แต่การรับรู้ต่อน้ำหนักที่เกินมาตรฐานไม่ได้สะท้อนถึงการรับรู้ด้านสุขภาพเสมอไป

ผู้บริโภคในประเทศไทยเลือกที่จะรับประทาน ‘อาหาร’ หรือ ‘เครื่องดื่ม’ เพื่อสุขภาพมากกว่าการออกกำลังกาย และแนวโน้มนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงสามปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากรายงานที่เผยแพร่ล่าสุดโดย นีลเส็น บริษัทที่ให้บริการด้านการวัดและวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลก

รายงานของนีลเส็นเกี่ยวกับสุขภาพและคุณภาพชีวิต (Health and Wellness) ของผู้บริโภคในประเทศไทยได้เผยข้อมูลเกี่ยวกับความเข้าใจและการรับรู้ของผู้บริโภคชาวไทยต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพวกเขา รวมถึงพฤติกรรมปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพประกอบด้วยข้อมูลด้าน 1. อาหาร 2. เครื่องดื่ม 3. อาหารเสริม 4. การออกกำลังกาย / กิจกรรม 5. การใช้แอปและแกดเจ็ดออกกำลังกาย

ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทยเนื่องจากผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่กล่าวว่าพวกเขาเข้าร่วมอย่างน้อยหนึ่งในห้ากิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ การรับประทานอาหารเสริม ออกกำลังกาย และใช้แอปหรือแกดเจ็ตต่างๆ เพื่อวัดและสังเกตุการณ์การออกกำลังกาย ในขณะที่ผู้บริโภคมากกว่า 90% กล่าวว่าพวกเขาบริโภคเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างสม่ำเสมอและมากกว่า 80% บริโภคอาหาร/ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพเป็นประจำ เราจะเห็นได้ว่าการบริโภควิตามิน /แร่ธาตุ/อาหารเสริมอื่นๆ รวมถึงการออกกำลังกาย/เล่นกีฬา และการใช้อุปกรณ์ในการวัดการออกกำลังกายนั้นมีอัตราการเข้าร่วมที่ต่ำกว่าการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอยู่มาก.

ข้อมูลเหล่านี้แสดงถึงแนวโน้มด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทยที่เปิดโอกาสให้กับธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพในการเติบโต ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการผลักดันการเข้าถึงและการเพิ่มความถี่ในการใช้งานของผลิตภัณฑ์หรือบริการด้านสุขภาพอยู่ โดยที่ผู้ประกอบการจะต้องมีการมอบความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพและเพิ่มการสื่อสารด้านสุขภาพอย่างละเอียดชัดเจนให้กับผู้บริโภคทุกกลุ่มอายุ

ทั้งนี้ เทรนด์หลักด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทยประกอบด้วย:

ปัจจัยด้านการป้องกันเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญสำหรับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ
ผู้บริโภคชาวไทยเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพโดยคำนึงถึงปัจจัยด้านการป้องกันเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นอาหารและเครื่องดื่ม หรืออาหารเสริม (ดูตารางที่ 1) อย่างไรก็ตามอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยังได้รับแรงผลักดันในการบริโภคจากเหตุผลอื่นเช่นการลดน้ำหนักหรือจากปัญหาด้านสุขภาพที่ผู้บริโภคเป็นอยู่ ทำให้ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่นโรคอ้วน เบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง หรือความดันโลหิตสูง ซึ่งข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโรคเรื้อรังเช่นเบาหวานประเภท 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด และมะเร็ง ได้รับการคาดการณ์ว่าจะก่อให้เกิดการเสียชีวิตคิดเป็น 73% ของการเสียชีวิตทั่วโลกในปี 2563 เพิ่มขึ้นจากค่าประมาณที่ 60% ในปี 2544

อาหารที่เป็นตัวเลือกหลักคือ ผักใบเขียวและธัญพืช อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และรสชาติที่ดี
เพื่อถามผู้บริโภคชาวไทยถึงสิ่งที่คิดเป็นอย่างแรกเมื่อพูดถึงอาหารและของว่างเพื่อสุขภาพ คนส่วนใหญ่เลือกผัก/สลัด/อาหารคลีน (34%) และธัญพืช/ถั่ว/อาหารที่ใช้ข้าวสาลี (28%) ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกอาหารและขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพนั้นอยู่ที่คุณค่าทางโภชนาการที่สูง นอกจากนั้นก็จะมีเรื่องของรสชาติที่ดีและหาซื้อง่าย (ดูตารางที่ 2) สำหรับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ คนไทยส่วนมากจะนึกถึง Functional drink และน้ำผัก/ผลไม้ /สมุนไพร เป็นหลัก

โอกาสในการเพิ่มการรับประทานอาหารเสริมของคนไทย
รายงานด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชาวไทยนี้ยังเผยเหตุผลพื้นฐานในการเลือกรับประทานอาหารเสริม นั่นคือการเติมสารอาหารที่ขาดไปจากการบริโภคอาหารประจำวันและการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ และบางคนรับประทานอาหารเสริมเนื่องจากคาดว่าจะได้รับประโยชน์อื่นๆเพิ่มเติม รายงานยังพบอีกว่าความถี่ในการบริโภคอาหารเสริมจำพวกวิตามินและแร่ธาตุหลัก คือ 12 ครั้งต่อเดือนเป็นอย่างต่ำ โดยที่วิตามินซี แคลเซียม และวิตามินรวม เป็นอาหารเสริมยอดฮิตสามอันดับแรกที่มีการใช้งานสูงสุดและมีความถี่ในการรับประทานสูง ซึ่งอัตราการทานนั้นมีความสอดคล้องกับระดับของการรับรู้ข้อมูล ซึ่งจัดอยู่ในสามอันดับแรกด้วยเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากสามอันดับแรกนี้ ยังมีโอกาสสำหรับวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ ที่มีช่องว่างในการเติบโตต่อไปอีกในอนาคต

ข้อมูลจากรายการโทรทัศน์และผู้เชี่ยวชาญครองอันดับแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสูงสุด
รายการทีวีและข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์/พยาบาลเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสูงสุด 2 อันดับแรกเวลาที่ผู้บริโภคแสวงหาข้อมูลด้านสุขภาพ ในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ได้รับข้อมูลด้านสุขภาพจากรายการทีวี เราจะเห็นได้ว่าการการเล่าสู่กันฟัง และโซเชียลมีเดียก็มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งบทความบนอินเทอร์เน็ต Facebook และ YouTube ถือได้ว่าเป็นแหล่งข้อมูลยอดนิยมเช่นเดียวกัน (ดูตารางที่ 3) อย่างไรก็ตาม มีเพียง 1 ใน 4 ของผู้ผู้บริโภคเท่านั้นที่ใช้ข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์เป็นแหล่งข้อมูล ซึ่งเราเห็นได้ถึงโอกาสสำหรับผู้ผลิตในการเพิ่มtouch-point และการกระตุ้นการรับรู้ของผู้บริโภคจากฉลากผลิตภัณฑ์และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

รายงานยังเผยให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความตระหนักค่อนข้างสูงเกี่ยวกับคำศัพท์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับนั้นมีจำกัด ยกตัวอย่างเช่น ผู้บริโภคมีความตระหนักในระดับสูงเกี่ยวกับคำว่า ‘ส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด’ ‘ไฟเบอร์สูงและ/หรืออุดมไปด้วยไฟเบอร์’ และ ‘โปรตีนสูงและ/หรือมีโปรตีน’ แต่เพียงแค่หนึ่งในสี่ยอมรับว่า พวกเขามีความรู้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับประโยชน์ของมัน แสดงให้เห็นถึงโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่จะเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางที่เหมาะสมและให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ ด้วยการอธิบายที่เข้าใจง่าย และชัดเจน เพื่อสร้างความต้องการของผู้บริโภค

“ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนประชากรผู้สูงวัย, ปัญหาสิ่งแวดล้อม, การขยายตัวของสังคมเมือง หรือการเข้าถึงของอินเทอร์เน็ตและการใช้โทรศัพท์มือถือที่สูงขึ้น เราจะเห็นได้ว่าความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยที่สังคมและโลกออนไลน์นั้นมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกผลิตภัณฑ์ของตนมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงข้อเสนอเพื่อสุขภาพ ดังนั้นนอกเหนือจากการติดตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมและการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ผู้ผลิตจำเป็นต้องหาข้อเสนอที่มีคุณค่าและสำคัญต่อผู้บริโภค รวมถึงเลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสุขภาพ ซึ่งจะช่วยผลักดันการเติบโตในอนาคต” กล่าว มร. วิราจ จูทานิ ผู้อำนวยการแผนกวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Insights) บริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย)

ตารางที่ 1: ปัจจัยที่กระตุ้นทางเลือกเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคชาวไทย

ตารางที่ 2: ปัจจัยทางเลือกของผู้บริโภคชาวไทยสำหรับอาหารและขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ

ตารางที่ 3: แหล่งข้อมูลด้านสุขภาพของผู้บริโภคชาวไทย

เกี่ยวกับนีลเส็น
นีลเส็น โฮลดิ้งส์ (NYSE: NLSN) เป็นบริษัทด้านการวัดและการวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลกที่ให้มุมมองของผู้บริโภคและตลาดทั่วโลกที่สมบูรณ์และเชื่อถือได้ วิธีการทำงานของเราจะเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ของนีลเส็นกับแหล่งข้อมูลอื่นๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกเข้าใจว่า ขณะนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต และจะรับมือกับข้อมูลและความรู้ที่เราได้รับมาให้ได้ประสิทธิภาพที่สุดอย่างไร เป็นเวลากว่า 90 ปีที่นีลเส็นได้ให้ข้อมูลและการวิเคราะห์จากความแม่นยำด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของเรา พร้อมทั้งพัฒนาวิธีใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะตอบโจทย์ที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมต่างๆ เช่นอุตสาหกรรมมีเดีย โฆษณา ค้าปลีกและสินค้าอุปโภค นีลเส็นเป็นบริษัทในดัชนี S&P 500, มีการดำเนินงานในกว่า 100 ประเทศที่ครอบคลุมกว่าร้อยละ 90 ของประชากรโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่ www.nielsen.com

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this