กรมสุขภาพจิตเล็งปั้น“สื่อมวลชนเชี่ยวชาญสุขภาพจิต”

Published on

กรมสุขภาพจิต เล็ง พัฒนาสื่อมวลชน เป็นสื่อมวลชนเชี่ยวชาญสุขภาพจิต เป็นเครือข่ายช่วยเหลือดูแลจิตใจเบื้องต้น แก่ประชาชนในภาวะวิกฤติฉุกเฉิน

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพภาพจิต กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2561 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นไป กรมสุขภาพจิตจะปรับเปลี่ยนโฉมงานจัดบริการด้านสุขภาพจิตแก่ประชาชน ทั้งในด้านการรักษาพยาบาลผู้ที่มีปัญหาเจ็บป่วยที่มีประมาณ 7 ล้านคน และการส่งเสริมป้องกันเพื่อสร้างสุขภาพจิตดีแก่ประชาชน 58 ล้านคน เสริมสมรรถนะการทำงานสร้างเศรษฐกิจรายได้ และความมั่นคงของสถาบันครอบครัว โดยปรับหลักเกณฑ์การประเมินผลเป็นรูปธรรม เน้นที่ผลลัพธ์ประชาชนทุกกลุ่มวัย เพื่อตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของกรมฯคือเป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิตเพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดีมีความสุข วัดผลที่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและสัมผัสได้จริง ในส่วนของโรงพยาบาลและสถาบันจิตเวชทั้ง 19 แห่ง จะเน้นการสร้างความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคทางจิตเวชทุกโรค ซึ่งเป็นโรคเฉพาะทาง เพื่อเป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยจิตเวชในระดับศูนย์เชี่ยวชาญ ดูแลรายที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ที่ส่งต่อมาจากเขตสุขภาพต่างๆ จนอาการหายขาด หรืออยู่ในระดับที่ควบคุมอาการให้เป็นปกติได้

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ในส่วนของการส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิต ได้มอบนโยบายให้ศูนย์สุขภาพจิตที่มีทั้งหมด 13 เขต เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนิน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อดูแลประชาชนทุกกลุ่มวัยให้มีสุขภาพจิตดี และวิจัยค้นหาปัญหาสุขภาพจิตในพื้นที่ซึ่งแตกต่างกันเช่นเขตเมือง ชบทบท แนวชายแดน เป็นต้น

ประการสำคัญจะมีการพัฒนาเครือข่ายใหม่ เพื่อร่วมดำเนินงานด้านสุขภาพจิต นอกจากกลุ่มของอสม.คือ กลุ่มของสื่อมวลชน ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยามที่เกิดภาวะวิกฤติฉุกเฉิน เช่นการทำร้ายตัวเอง กระโดดตึก เป็นต้น จะเป็นคนกลุ่มแรกๆที่เข้าไปถึงพื้นที่ก่อน กรมสุขภาพจิตมีนโยบายจะพัฒนาสื่อมวลชนทุกสาขา ให้เป็นสื่อมวลชนเชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต โดยจัดอบรมเพื่มพูนความรู้ด้านสุขภาพจิต ในเบื้องต้นนี้จะเน้น 2 เรื่องที่จำเป็นก่อนคือ การให้คำปรึกษาเบื้องต้น ( Counseling) เพื่อคลี่คลายความเครียด ความวิตกกังวลกับเหตุการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้น หรือมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต เห็นทางออกของการแก้ไขปัญหาอย่างถูกวิธี

ประการที่2 คือการให้ความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลทางใจ ( Psychological First Aid) ซึ่งเป็นหลักการดูแลจิตใจ ลดอาการปวดใจ คลี่คลายความทุกข์ใจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีหลักการ 3 ส.คือสอดส่องมองหาผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เช่นโศกเศร้า เสียใจรุนแรง ใส่ใจรับฟัง และส่งต่อรักษากับบุคลากรแพทย์ ซึ่งเป็นเรื่องประชาชนทุกคนควรมีความรู้ติดตัว เช่นเดียวกับการปฐมพยาบาลทางกาย เช่นการห้ามเลือด เป็นต้น พร้อมทั้งสื่อมวลชนจะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่กระจายองค์ความรู้สุขภาพจิตให้การแนะนำประชาชนในภาวะจำเป็นเร่งด่วนได้อย่างทันเหตุการณ์ จะเป็นการสร้างมิติใหม่ของงานสื่อสารสุขภาพจิตที่มีภาคสื่อมวลชน เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาสุขภาพจิตคนไทยทั้งประเทศ โดยจะเริ่มอบรมนำร่องก่อนที่ศูนย์สุขภาพจิตที่ 5 จ.ราชบุรี ในต้นปีงบประมาณ 2561 สื่อมวลชนที่ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากหลักสูตรนี้ โดยจะฟื้นฟูเพิ่มเติมความรู้อย่างต่อเนื่องและต่อยอดเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตต่อไป

 

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this