กรมสุขภาพจิตสร้าง“ทางด่วนบริการวัยมัธยม”สายด่วนสุขภาพจิต 1323

Published on

กรมสุขภาพจิต คาดมีเด็กวัยรุ่นมีปัญหาสุขภาพจิตและมีอารมณ์พฤติกรรมผิดปกติประมาณ 8 แสนคน พัฒนาระบบดูแลวัยเรียนมัธยมก่อนสายเกินแก้ โดยสร้างช่องทางด่วนบริการ 1 โรงหมอ 1 โรงเรียนมัธยมรวม 977 คู่เครือข่าย เพิ่มทักษะครูตรวจคัดกรองหาเด็กที่มีปัญหา ผลดำเนินการรอบ 7 เดือนปีนี้ พบมีปัญหา 13,000 กว่าคน ใช้สิ่งเสพติดมากสุดคือบุหรี่ กระท่อมรวมกว่า 4,000 คน ใช้ความรุนแรง 1,947 คน ตั้งครรภ์ 395 คน ชี้ระบบนี้เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันแก้ไขที่ต้นเหตุได้ดีกว่าต่างคนต่างทำ พร้อมทั้งเปิดบริการให้คำปรึกษาทางแช็ตออนไลน์ทางเฟซบุ้คสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ทุกวัยทุกวันด้วย

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมาตรการดูแลปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ว่า กรมสุขภาพจิตเน้นใช้นโยบายเชิงรุกดูแลเด็กกลุ่มวัยนี้ ซึ่งเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ สังคม ติดเพื่อน คาดว่าขณะนี้มีวัยรุ่นมีปัญหาสุขภาพจิตและพฤติกรรมในระดับผิดปกติซึ่งเป็นผลพวงมาจากการเลี้ยงดู การปรับตัว ค่านิยมความเชื่อในการใช้ชีวิตต่างๆ ประมาณ 8 แสนคนจากจำนวนเด็กที่มีทั้งหมด ประมาณ 8 ล้านคนทั่วประเทศ หัวใจสำคัญที่สุดคือการเร่งสกัดปัญหาไม่ให้ลุกลามรุนแรงบานปลายจนสายเกินแก้ ทำให้เด็กเสียอนาคต หรือก่อปัญหาสังคมตามมาเป็นต้น โดยในกลุ่มเด็กที่อยู่ในระบบการศึกษาซึ่งมีประมาณ 90% ได้ใช้กลยุทธ์สร้างคู่เครือข่าย 1 โรงพยาบาล 1 โรงเรียนมัธยมหรือโอฮอส ( One Hospital One School : OHOS) ให้ครูและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขบูรณาการให้บริการดูแลเชื่อมต่อกัน ขณะนี้มีทั้งหมด 977 คู่เครือข่ายครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ ในส่วนของเด็กอีกประมาณ10 %ที่อยู่นอกระบบการศึกษา ใช้กลไกตำบลจัดการสุขภาพ มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอสม.ที่ผ่านการอบรมเป็นผู้ดำเนินการหลักในพื้นที่ทุกหมู่บ้าน ชุมชน ซึ่งเด็กที่มีปัญหาจะได้รับการดูแลแก้ไขอย่างทันท่วงที

สำหรับคู่เครือข่ายโอฮอสนั้น กรมสุขภาพจิตได้พัฒนาความรู้และทักษะการดูแลช่วยเหลือตามสภาพปัญหาที่พบ และ สนับสนุนชุดการตรวจคัดกรองหาเด็กที่มีพฤติกรรมและอารมณ์ผิดปกติที่นำไปสู่ความเสี่ยงก่อผลกระทบกับอนาคต ได้แก่เรื่องเพศ การตั้งครรภ์ ความรุนแรง และสารเสพติด โดยจัดช่องทางด่วนบริการดูแลเด็กที่มีปัญหาแบบยืดหยุ่น 2 รูปแบบ คือการร่วมแก้ไขปัญหาเฉพาะรายระหว่างครูกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือที่เรียกว่าการทำเคสคอนเฟอร์เรนซ์ที่โรงเรียน ( Case Conference) และการส่งตรงไปที่คลินิกบริการวัยรุ่น ( Teen Center) ที่โรงพยาบาล โดยไม่ต้องใช้บัตรคิวเหมือนผู้ป่วยทั่วไป เป็นการรักษาความเป็นส่วนบุคคลให้เด็กด้วย วิธีการนี้จะทำให้ครูรู้จักเด็กทุกคน สามารถจัดการดูแลได้อย่างเหมาะสม ระหว่างเด็กปกติ เด็กที่มีพฤติกรรมล่อแหลมเสี่ยงจะเกิดปัญหา และเด็กที่มีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว

“ผลดำเนินงานพบว่าได้ผลดี ในรอบ 7 เดือนปีงบประมาณ 2560 นี้ พบเด็กมีปัญหารวม 13,424 คน หรือประมาณร้อยละ 3 ของเด็กที่ตรวจคัดกรองทั้งหมด โดยจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มี 10,027 คน ปัญหาที่พบอันดับ 1 คือการใช้สารเสพติดจำนวน 4,487 คน โดยเฉพาะบุหรี่และใบกระท่อมซึ่งจะพบมากในแถบภาคใต้ การกระทำรุนแรง 1,947 คนมีทั้งจากครอบครัวและที่โรงเรียน ปัญหาทางเพศอื่นๆเช่นติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ 1,199 คน และตั้งครรภ์ 395 คน โดยส่วนใหญ่ 87% ครูสามารถจัดการแก้ไขโดยการให้คำปรึกษาแนะนำได้ และที่เหลือส่งรักษาที่คลินิกวัยรุ่น 733 คน ส่งหน่วยงานอื่นเช่นพัฒนาสังคมจังหวัดร่วมดูแล730 คน จุดเด่นของการทำงานในลักษณะนี้ ทำให้ทุกฝ่ายรวมทั้งผู้ปกครองเห็นปัญหาชัดเจนขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันแก้ไขที่ต้นเหตุได้ดีกว่าต่างคนต่างทำ เด็กได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที สามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

ทางด้านแพทย์หญิงมธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กทม. กล่าวว่า ขณะนี้สถาบันฯได้เพิ่มช่องทางปรึกษาวัยรุ่นรวมทั้งวัยอื่นๆทางข้อความหรือทางการแช็ตออนไลน์ ทางเฟซบุ๊คสายด่วนสุขภาพจิต 1323 โดยจัดผู้เชี่ยวชาญตอบคำถามช่วงเวลา 17.00 น.- 22.00 น.ทุกวันด้วย จากการติดตามประเมินผล ผู้ใช้บริการครึ่งครึ่ง เป็นวัยรุ่น วัยทำงาน ประเด็นที่แช็ตถามมากที่สุดได้แก่ เรื่องความเครียดวิตกกังวล66% รองลงมาคือปัญหาความรัก ปัญหาซึมเศร้า12% เท่ากัน

นอกจากนี้สถาบันฯยังได้จัดทำเกณฑ์การประเมินนักเรียนที่มีปัญหารุนแรงยุ่งยากซับซ้อน ที่จะต้องส่งตรวจรักษาโดยจิตแพทย์ ดังนี้ 1.มีความคิดฆ่าตัวตาย พยายามหรือเคยลงมือฆ่าตัวตาย 2.มีอาการของโรคจิต ได้แก่หูแว่ว เห็นภาพหลอน หวาดระแวง มีความคิดผิดปกติรุนแรง 3.ตั้งครรภ์หรือมีแฟนมีคู่นอนหลายคน 4. ติดสารเสพติด ขายยาเสพติด 5.นักเรียนที่อารมณ์รุนแรง เช่นซึมเศร้า แยกตัว ก้าวร้าว 6.ถูกทารุณกรรมทั้งร่างกายจิตใจ หรือทางเพศ 7.นักเรียนที่ประสบเหตุการณ์รุนแรงในชีวิต เช่นอุบัติเหตุที่มีการสูญเสียรุนแรง และ8 เด็กที่มีปัญหาการเรียนรุนแรงเช่นหนีเรียน เพื่อให้เด็กได้รับการเยียวยาที่เหมาะสมทันท่วงที

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this