คนเดียวก็เปรี้ยวได้ วีซ่าเผยนักท่องเที่ยวไทยชอบฉายเดี่ยว

Published on

มากกว่าหนึ่งในสี่ของคนไทย (28 เปอร์เซ็นต์) เลือกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวแบบ “โซโล่” ไปยังต่างประเทศในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (23 เปอร์เซ็นต์) และนักท่องเที่ยวทั่วโลก (24 เปอร์เซ็นต์)

รายงานฉบับนี้ อ้างอิงจากผลสำรวจเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวระดับโลกของวีซ่า (Visa Global Travel Intentions Study)  โดยผลสำรวจฉบับนี้ศึกษาเกี่ยวกับเทรนด์และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักเดินทางจำนวน 17,500 ราย จาก 27 ประเทศทั่วโลก

เมื่อเจาะลึกลงไปนั้นพบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เลือกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวนั้น 45 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 18 – 24 ปี และ 37 เปอร์เซ็นต์เป็นนักเดินทางที่ท่องเที่ยวละทำงานไปพร้อมๆ กัน ตามมาด้วยนักท่องเที่ยวในช่วงอายุ 25 – 35 ปี และกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังทรัพย์สูง (28 เปอร์เซ็นต์) ในทางกลับกันนั้นมากถึง 71 เปอร์เซ็นต์จากกลุ่มนักท่องเที่ยวในช่วงอายุ 36 – 44 ปี นั้นเลือกที่จะเดินทางไปเป็นหมู่คณะมากกว่า

คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “เป็นเรื่องตื่นเต้นที่พบว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดนักท่องเที่ยวชาวไทยแบบโซโล่ไปยังต่างประเทศมากยิ่งขึ้น การพัฒนาของเทคโนโลยีช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนท่องเที่ยวและจองที่พักได้ด้วยตนเองมากขึ้น นอกจากนั้นเทคโนโลยีในการชำระเงินและนวัตกรรมต่างๆ ยังเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจในการใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยวในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น”

เมื่อกล่าวถึงการท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะหรือกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น โดยปกติแล้วขนาดของหมู่คณะจะอยู่ที่ 5 คนโดยเฉลี่ย และในกลุ่มมักจะประกอบไปด้วย คนรัก/คู่สมรส (49 เปอร์เซ็นต์) เพื่อน/เพื่อนร่วมงาน (42 เปอร์เซ็นต์) ในขณะที่ผู้สูงวัยกว่า 72 เปอร์เซ็นต์ยังชอบที่จะเดินทางกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง

หากพูดถึงกิจกรรมยอดนิยมระหว่างการท่องเที่ยวนั้น นักท่องเที่ยวชาวไทยจะแตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วในเอเชียแปซิฟิก สามกิจกรรมยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยคือ เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดมาเป็นอันดับหนึ่ง (71 เปอร์เซ็นต์) ตามด้วยลิ้มรสอาหารท้องถิ่น (69 เปอร์เซ็นต์) และการช้อปปปิ้ง (68 เปอร์เซนต์) ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากเอเชียแปซิฟิกนั้นเลือกที่จะลิ้มรสอาหารท้องถิ่นมาเป็นอันดันแรก (73 เปอร์เซ็นต์) ตามด้วยการช้อปปิ้ง (69 เปอร์เซ็นต์) และเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด (64 เปอร์เซ็นต์)

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปกัน คือ สถานที่ทางวัฒนธรรม (52 เปอร์เซ็นต์) ไปเที่ยวสวนสนุก (34 เปอร์เซ็นต์) และศาสนสถาน (29 เปอร์เซ็นต์)

หากกล่าวถึงเรื่องอาหารแล้ว นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมที่จะทานอาหารในร้านอาหารท้องถิ่นหรือร้านอาหารขนาดเล็ก (39 เปอร์เซ็นต์) มากกว่าร้านสตรีทฟู๊ด (30 เปอร์เซ็นต์)

สำหรับการช็อปปิ้งนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเดินทางไปยังต่างประเทศ โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยเน้นการช้อปปิ้งในสถานที่ที่มีสินค้าและร้านค้าที่หลากหลายเป็นหลัก อาทิ ร้านปลอดภาษีในสนามบิน (34 เปอร์เซ็นต์) ตามมาด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดกลางและขนาดใหญ่ (33 เปอร์เซ็นต์) และร้านค้าขนาดเล็ก (30 เปอร์เซ็นต์)

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this