ปัญหาความไม่ปลอดภัยของอาคารเก่า ภัยเร้นที่ซ่อนตัวสำหรับคนเมืองกรุงฯ

Published on

โดย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ
นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรม ม.เกษตรศาสตร์

ในกรุงเทพมหานครมีอาคารเก่าจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตตัวเมืองชั้นใน ซึ่งอาคารบางหลังมีอายุเกินร้อยปี อาคารเหล่านี้แม้จะมีความสูงไม่มาก แต่กลับมีลักษณะโครงสร้างบางประการที่ไม่แข็งแรง คือ ส่วนยื่นของอาคาร เช่น ระเบียง กันสาด ซึ่งเป็นพื้นปูน มีน้ำหนักมาก และบางครั้งใช้เป็นที่วางสิ่งของต่างๆ
ตามหลักวิศวกรรมแล้ว อาคารย่อมมีอายุการใช้งาน เช่น 50-60 ปี เนื่องจากวัสดุที่ใช้ก่อสร้างมีการเสื่อมสภาพไปตามเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนกรีต และเหล็กเส้น อีกทั้งวัสดุก่อสร้างเหล่านี้ในอดีตยังไม่ได้มีเทคโนโลยีในการผลิตที่ทำให้ได้วัสดุคุณภาพดี กำลังสูงและทนทาน เช่น คอนกรีตในสมัยก่อนมีกำลังรับน้ำหนักต่ำ เหล็กเสริมในอดีต ใช้เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ มีการยึดเกาะโครงสร้างน้อย วัสดุเหล่านี้ย่อมเกิดการเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องสัมผัสกับสภาพแวดล้อม แดด ฝน ความชื้น จึงทำให้เหล็กเกิดสนิมได้
สำหรับเหตุการณ์การพังถล่มของพื้นระเบียงยื่นที่ ตึกแถว ถ. พระราม 4 ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก ย้อนกลับไปในเดือน ต.ค. ปี 2568 เกิดเหตุการณ์กันสาดตึกแถวเก่าบริเวณปากซอยสำราญราษฎร์ เขตพระนคร ก็ถล่มลงมาเช่นกัน ชี้ให้เห็นว่าเป็นปัญหาที่ซ่อนเร้นอยู่ และมีอาคารเก่าแบบนี้อีกเป็นจำนวนมากใน กรุงเทพฯ ซึ่งอาจจะพังถล่มวันไหนก็ได้ จึงเป็นภัยซ่อนเร้นของคนเมืองกรุงอย่างเลี่ยงไม่ได้
ปัญหาการถล่มของโครงสร้างส่วนยื่นนี้ จากที่รวบรวมข้อมูลมา สามารถสรุปปัจจัยได้ 5 ข้อหลักๆ
1. เป็นโครงสร้างเก่า ที่มีอายุเกินกว่าอายุการใช้งานตามปกติ เช่น อายุ 50 ปีขึ้นไป วัสดุ เช่น คอนกรีต เหล็กเส้น เสื่อมสภาพตามเวลา เป็นสนิม เมื่อโดนความชื้น
2. โครงสร้างที่มีลักษะยื่น มีจุดยึดด้านเดียว มีโอกาสร่วงได้ง่าย
3. มีจำนวนจุดยึดน้อย และ จุดยึดไม่แข็งแรง หรือ ไม่มีการยึดรั้งกับโครงสร้างด้านในที่แข็งแรง
4. บางครั้งมีการวางสิ่งของน้ำหนักมากบนโครงสร้างนั้น
5. อาจมีการต่อเติมส่วนยื่น
ทั้ง 5 ข้อนี้ เป็นปัจจัยต่างๆ ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง หรือหลายปัจจัยร่วมกัน สำหรับกรณีการพังถล่มของส่วนยื่นอาคาร ที่ ถ.พระราม 4 น่าจะเกิดจาก 3 ปัจจัยแรกเป็นหลัก ส่วนปัจจัยเรื่องการต่อเติมยังไม่สามารถยืนยันได้ในขณะนี้

ปัญหาอาคารเก่า เป็นปัญหาที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างสำคัญ เนื่องจากอาคารมีอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป ดังนั้น กทม. จะต้องมีแผนรองรับและป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้อย่างเป็นระบบ โดยใช้ฐานอำนาจตาม พรบ. ควบคุมอาคาร ที่กำหนดให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น เช่น กทม. มีอำนาจตามกฎกระทรวงปี 2563 เรื่อง การแก้ไขอาคารที่มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรืออาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย หรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ดังนั้น กทม. ควรดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาอาคารเก่าอย่างเป็นระบบดังนี้
1. สำรวจอาคารเก่าทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่อายุเกิน 50 ปีขึ้นไป และที่มีลักษณะเป็นโครงสร้างยื่น เช่น พื้น ระเบียง และจัดทำฐานข้อมูลอาคารเก่า
2. ทำการตรวจประเมินสภาพความแข็งแรงของอาคารอย่างเป็นระบบ โดยมอบหมายนายช่างโยธา นายตรวจ ผู้ตรวจสอบอาคารตามกฎหมายตรวจสอบอาคาร และขอความร่วมมือ องค์กรวิชาชีพส่งวิศวกรอาสาเข้าร่วมตรวจสอบสภาพทางโครงสร้างอาคาร และรายงานผลสำรวจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ
3. หากตรวจพบอาคารที่มีสภาพไม่แข็งแรงทางโครงสร้างอาคาร ต้องออกคำสั่งให้แก้ไขอาคาร และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

Latest articles

Thailand Research Expo 2026 พลังวิจัย เปลี่ยนอนาคตไทย

ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน”

จากใบหย่า สู่ใบแจ้งความคนหาย ซีรีส์สืบสวนสอบสวนระทึกขวัญใหม่ “The Husband”

จากใบหย่า สู่ใบแจ้งความคนหาย ซีรีส์สืบสวนสอบสวนระทึกขวัญใหม่ “The Husband” ตอนแรก 4 กรกฎาคมนี้บน Disney+ ที่นี่ที่เดียว ‘นัมกุงมิน’ รับบทศัลยแพทย์ชื่อดังที่ต้องกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีการหายตัวไปของภรรยาหลังจากหย่าร้างเพียงหนึ่งวัน

Sea Soul Collection และชุดน้ำชายามบ่ายเพื่อสิ่งแวดล้อม

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันสำคัญของโลกซึ่งตรงกับเดือนมิถุนายนของทุกปี กับวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) สำหรับปีนี้โรงแรมฯ ขอพาทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ ผ่านการเล่าเรื่องราวผ่านแนวคิดความยั่งยืน พร้อมถ่ายทอดออกมาในรูปแบบชุดน้ำชายามบ่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามใต้ท้องทะเล

FC รถแข่ง = ลูกค้าช็อคโกแลต KitKat® x Formula 1® ย้ำแบรนด์ดีเอ็นเอ จริงจังเรื่องการพัก

“คิทแคท” (KitKat®) โดย บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ในฐานะแบรนด์ช็อกโกแลตหนึ่งเดียวที่ร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ “ฟอร์มูล่า วัน” (Formula 1®) มอเตอร์สปอร์ตที่มาแรงที่สุด ณ เวลานี้ นำแคมเปญความร่วมมือระดับโลกระหว่างคิทแคทและฟอร์มูล่า วัน เปิดตัวที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

More like this