วว. หนุนตรวจเข้มสารปนเปื้อนในทุเรียน “Basic Yellow 2” ยกระดับการแข่งขันส่งออกผลไม้ไทย

Published on

ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  ผู้ว่าการ  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  เป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ ฟรี! หัวข้อ “การควบคุมคุณภาพและการเข้าร่วมโปรแกรมการทดสอบความชำนาญของการวิเคราะห์ทดสอบทุเรียนเพื่อการส่งออก”

ห้องปฏิบัติการชีวเคมีและจุลชีววิทยา ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา (ศทม.) วว. ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)  หรือ สวก. ภายใต้ “โครงการการยกระดับห้องปฏิบัติการวิเคราะห์สาร Basic Yellow 2 สำหรับทุเรียนเพื่อการส่งออกและความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์”

โอกาสนี้ ดร.วดี  วิชัยดิษฐ์  ผอ.ศทม.  ดร.ดวงกมล  เจริญวงศ์  ผอ.ห้องปฎิบัติการชีวเคมีและจุลชีววิทยา ศทม.  คณะผู้บริหาร/นักวิชาการ ภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน   ผู้ประกอบการ   ผู้แทนเกษตรกร  กว่า 120 คน  เข้าร่วมการสัมมนา ในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องกิ่งเพชร  โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ

การจัดสัมมนาดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดโลก ยกระดับมาตรฐานการวิเคราะห์ทดสอบสารปนเปื้อนอันตราย โดยเฉพาะสารย้อมสี Basic Yellow 2 และโลหะหนักแคดเมียม เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล หวังฟื้นฟูภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยและปลดล็อกมาตรการกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้าหลัก

กิจกรรมในการสัมมนาเน้นการเจาะลึกเนื้อหาสำคัญโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ จาก ศทม. วว. และภาคีเครือข่าย ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร  สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ  สำนักมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล  ในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งออก

อาทิ แนวทางการส่งออกทุเรียนและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง  การประเมินผลการเข้าร่วมโปรแกรมทดสอบความชำนาญ (Proficiency Testing) และการสอบกลับได้ของการวัดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผลการทดสอบ

นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาพิเศษหัวข้อ “การสร้างความเชื่อมั่นของผลการทดสอบ เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของผู้ประกอบการในการส่งออกทุเรียน” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการทุเรียนไทย

“วว. มีภารกิจหลักในการบริการวิเคราะห์ ทดสอบ และรับรองระบบคุณภาพ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ในการสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชนผ่านระบบนิเวศนวัตกรรมอย่างยั่งยืน สำหรับการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียน

กลไกในการสร้างความเชื่อมั่นเพื่อแก้ปัญหานี้ เราจำเป็นต้องมีห้องปฏิบัติการที่มีความแม่นยำสูง โดยเฉพาะการวิเคราะห์ด้านน้ำหนักแห้ง (Dry Matter) เพื่อป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อน และปัญหาสารเคมีตกค้างในผลผลิตเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ปัจจุบันไทยมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานประมาณ 13 แห่ง  ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณการส่งออกทุเรียนนับพันตู้คอนเทนเนอร์ต่อวัน

ดังนั้นการสัมมนาในครั้งนี้ วว. และ สวก. มุ่งหวังที่จะพัฒนาทักษะ (Upskilling) และเพิ่มจำนวนห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับผู้ประกอบการและสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมส่งออกผลไม้ไทยในอนาคต อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศต่อไป” ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ   ผู้ว่าการ วว. กล่าว

การยกระดับห้องปฏิบัติการผ่านการสัมมนาครั้งนี้ มีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมทุเรียนไทยในหลายมิติ ดังนี้

1.ความมั่นใจในความถูกต้องและแม่นยำของผลทดสอบ   ห้องปฏิบัติการจะได้รับความรู้เพื่อพัฒนาการวิเคราระห์ทดสอบสอดคล้องตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ทำให้การวิเคราะห์สาร Basic Yellow 2 ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง มีความถูกต้องและสามารถขยายผลต่อเนื่องไปยังการทดสอบอื่นในอนาคต

2.แก้ไขปัญหาการส่งออก   ช่วยลดปัญหาการถูกปฏิเสธการนำเข้าหรือการถูกส่งกลับสินค้า ซึ่งเคยส่งผลกระทบต่อทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่เกษตรกร โรงคัดบรรจุ จนถึงผู้ส่งออก

3.มาตรการควบคุมที่เข้มงวด   สนับสนุนหน่วยงานกำกับดูแลในการออกมาตรการควบคุมการปนเปื้อน หากตรวจพบสารห้ามใช้จะมีการลงโทษตั้งแต่การระงับการส่งออกไปจนถึงการยกเลิกใบรับรองโรงงานผลิต

4.การถ่ายทอดองค์ความรู้   เจ้าหน้าที่จากห้องปฏิบัติการทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 100 คน ที่เข้าร่วมการสัมมนา ได้รับการถ่ายทอดเทคนิคการวิเคราะห์ตามวิธีมาตรฐาน BJS202204 รวมถึงนำข้อมูลจากการเข้าร่วมโปรแกรมทดสอบความชำนาญ (Proficiency Testing) เพื่อสร้างความมั่นใจในระบบจัดการทรัพยากรและคุณภาพการทดสอบ

ความร่วมมือของ วว. และพันธมิตร ภายใต้การสนับสนุนทุนโดย สวก. ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศการตรวจสอบที่แข็งแกร่ง โดยไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถส่งออกทุเรียนได้อย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคด้วยมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างมั่นคงเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา วว. ได้รับการยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบเพื่อให้บริการทดสอบ “Basic Yellow 2”   (ในเนื้อและในเปลือก ราคา 3,000  บาท/ตัวอย่าง ไม่รวม vat) และแคดเมียม (ในเนื้อ ราคา 1,500 บาท/ตัวอย่าง ไม่รวม vat) ในทุเรียนเพื่อการส่งออกกับกรมวิชาการเกษตร โดยมีระยะเวลาในการทดสอบ 24-48 ชั่วโมง

วว. พร้อมให้บริการเกษตรกร/ผู้ประกอบการ ในการตรวจสาร “Basic Yellow 2” และแคดเมียมในทุเรียนและผลไม้ไทย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”

Latest articles

“บอร์ดกองทุนดีอี” อนุมัติกรอบทุนปี 2569 วงเงิน 1,000 ล้านบาท หนุนพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล 4 ด้าน

BDE จัดประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) เห็นชอบกรอบนโยบายการให้ทุนสนับสนุนปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 1,000 ล้านบาท มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ 4 ด้านสำคัญ

ร้านอาหารวันแบงค็อก แหล่งแฮงก์เอาต์ใหม่ ตอบทุกไลฟ์สไตล์ !

ถ้าพูดถึงไลฟ์สไตล์ของคนกรุงเทพฯ "เรื่องกิน" ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ไม่แพ้เรื่องใด และเมื่อมีจุดหมายใหม่ใจกลางย่านวิทยุ-พระราม 4 เกิดขึ้น พื้นที่แห่งนี้ก็กลายเป็นที่จับตามองทันที โดยเฉพาะย่านของกินที่ได้เปลี่ยนภาพจำของการกินข้าวในห้างแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นสวรรค์ของนักชิมอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นสายคาเฟ่ฮอปเปอร์ สายปิ้งย่าง สายครอบครัว หรือสายดินเนอร์หรู ร้านอาหารวันแบงค็อกก็รวบรวมตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทุกโมเมนต์ในชีวิตมาให้ครบถ้วน

บางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น เปิดฉากงานประมูลศิลปะ ผลงานมาสเตอร์พีซกว่า 100 ชิ้น

บางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น (Bangkok Art Auction) บริษัทประมูลงานศิลปะชั้นนำของไทย ประกาศความพร้อมจัดงานครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี "The Prime Exclusive Auction & Private Sales 2026" รวบรวมผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยมที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันรวมกว่า 113 ชิ้น

เบซินส์ เฮลธ์แคร์ สนุน LEGACY RACE ส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก ร่วมกับการดูแลสมดุลฮอร์โมนในวัย 50+

บริษัท เบซินส์ เฮลธ์แคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด โดย คุณภัทราลักษณ์ คงถาวร ผู้จัดการประจำประเทศไทย พร้อมทีมงาน ร่วมสนับสนุนกิจกรรม LEGACY RACE โดยวีเจจ๋า – ณัฐฐาวีรนุช ทองมี เวทีแข่งขันกีฬาสำหรับผู้มีอายุ 50-69 ปี เพื่อร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้คนวัย 50+

More like this