ปวดคอ ไม่ใช่แค่ออฟฟิศซินโดรม! หมอเตือน 3 สัญญาณอันตราย เสี่ยงหมอนรองกระดูกคอเสื่อม

Published on

ในยุคที่หลายคนใช้ชีวิตอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือวันละหลายชั่วโมง อาการปวดคอ ปวดบ่า หรือปวดไหล่ กลายเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในวัยทำงาน หลายคนมองว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าทั่วไป แต่ความจริงแล้ว อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “หมอนรองกระดูกคอเสื่อม” โรคใกล้ตัวที่หากปล่อยไว้อาจลุกลามถึงขั้นกดทับเส้นประสาทและไขสันหลัง

นพ.ชุมพล คคนานต์ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (S-spine and Joint Hospital) เปิดเผยว่า พฤติกรรมสำคัญที่เร่งให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกคอเสื่อม คือการก้มหน้าใช้โทรศัพท์มือถือ หรือการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ในท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน

“ปกติศีรษะคนเรามีน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม แต่เมื่อก้มหน้าลงประมาณ 60 องศา แรงกดที่กระดูกคอจะเพิ่มขึ้นถึง 27 กิโลกรัม เปรียบเหมือนมีเด็กอายุ 8 ขวบนั่งอยู่บนคอตลอดเวลา ซึ่งแรงกดนี้จะทำให้หมอนรองกระดูกคอเสื่อมเร็วกว่าปกติ” นพ.ชุมพล กล่าว

แพทย์ยังเตือนให้สังเกต 3 สัญญาณอันตราย ที่อาจบ่งชี้ว่าหมอนรองกระดูกเริ่มกดทับเส้นประสาท ได้แก่

  1. ปวดร้าวเหมือนไฟช็อต

อาการปวดไม่ได้อยู่เฉพาะที่คอ แต่ร้าวลงสะบัก ไหล่ หรือแขน บางรายปวดลามไปถึงปลายนิ้ว โดยเฉพาะเวลาเงยหน้าหรือเอียงคอ

  1. มือชา-อ่อนแรง

เริ่มหยิบจับของไม่ถนัด ติดกระดุมลำบาก หรือทำของหลุดมือบ่อย เพราะเส้นประสาทเริ่มถูกกดทับ

  1. เดินเซ หรือขากระตุกเอง

ถือเป็นสัญญาณอันตรายระดับรุนแรง เพราะอาจหมายถึง “ไขสันหลัง” ถูกกดทับ ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ทันที

นอกจากนี้ หากไอหรือจามแล้วมีอาการเสียววาบลงแขนหรือหลัง อาจเป็นสัญญาณว่าหมอนรองกระดูกกำลังกดเบียดเส้นประสาทอย่างรุนแรง

สำหรับแนวทางป้องกัน แพทย์แนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องเลิกใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือ แต่ควรปรับพฤติกรรมให้ถูกหลักสรีระ เช่น ปรับหน้าจอคอมให้อยู่ระดับสายตา ยกมือถือขึ้นแทนการก้มหน้า รวมถึงออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอชั้นลึกด้วยการดันคางไปด้านหลัง ค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กระดูกสันหลังส่วนคอ

ในด้านการรักษา หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก สามารถรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป แต่หากมีอาการปวดร้าว ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงต่อเนื่อง แพทย์อาจพิจารณาตรวจ MRI เพื่อดูตำแหน่งการกดทับของเส้นประสาทอย่างละเอียด ซึ่งช่วยวางแผนการรักษาได้แม่นยำมากขึ้น

กรณีที่จำเป็นต้องผ่าตัด ปัจจุบันมีเทคนิค MIS (Minimally Invasive Surgery) หรือการผ่าตัดแผลเล็ก ที่ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ลดการเสียเลือด และฟื้นตัวได้เร็ว โดยแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กเพียง 0.5 เซนติเมตร ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกเดินได้ภายในเวลาไม่นาน และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าเดิม

นพ.ชุมพล ฝากเตือนว่า อย่ามองข้ามอาการปวดคอเรื้อรัง เพราะหากปล่อยไว้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต โดยโรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ ให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างตรงจุด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง เทคโนโลยีวินิจฉัยที่ทันสมัย และแนวทางการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ตั้งแต่การรักษาแบบไม่ผ่าตัด ไปจนถึงเทคนิคผ่าตัดแผลเล็ก MIS พร้อมได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยด้วยรางวัลการันตีมาตรฐานระดับนานาชาติ AACI High Reliability Degree และม Thailand Top Company Awards 2026 สาขา Most Trusted Brand Award จึงมั่นใจได้ว่า ทุกขั้นตอนการดูแลมีประสิทธิภาพและคืนคุณภาพชีวิตให้กลับไปมีช่วงเวลาแห่งความสุข

โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (S-spine and Joint Hospital) โทร. 02-034-0808

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this