ไทยเป็นเจ้าภาพงาน “IPPC 2026” ผนึกพันธมิตรทั่วเอเชีย ดันจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เป็นกลไกเศรษฐกิจใหม่

Published on

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม International Public Procurement Conference 2026 (IPPC 2026) ในวันนี้ ( 27 เม.ย. 69) ซึ่งเป็นเวทีระดมสมองของผู้นำด้านนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก โดยมุ่งยกระดับบทบาทการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จากกลไกเชิงบริหารไปสู่เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจ ที่สามารถสร้างการจ้างงาน ส่งเสริมนวัตกรรมและขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

การประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 29 เมษายน 2569 ณ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Procurement for Prosperity: Driving Jobs, Innovation, and Impact in East Asia and Pacific” โดยกรมบัญชีกลางเป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับ World Bank, Asian Development Bank และพันธมิตรระดับภูมิภาคกว่า 20 ประเทศ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานด้านจัดซื้อจัดจ้าง ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงบประมาณภาครัฐ

ในการนี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เพื่อตอกย้ำบทบาทการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ในฐานะเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมระบุว่า “ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ภาครัฐจำเป็นต้องใช้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาด สร้างเสถียรภาพ และผลักดันการเติบโตระยะยาว

โดยในปัจจุบันการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีมูลค่าคิดเป็นราว 12% ของ GDP โลก และอาจสูงถึง 20% ในประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศ สะท้อนถึงอิทธิพลของการใช้จ่ายภาครัฐต่อโครงสร้างเศรษฐกิจโดยตรง”

พร้อมชี้ว่าการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสามารถช่วยประหยัดงบประมาณได้ถึง 10% ของมูลค่าโครงการ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ รัฐบาลไทยได้กำหนดทิศทางนโยบายผ่านแนวคิด “4T” ได้แก่ Target, Transition, Transformation และ Together โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างตรงจุด สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน ยกระดับศักยภาพแรงงานและอุตสาหกรรม ตลอดจนสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสังคม เพื่อให้การใช้จ่ายภาครัฐเกิดประสิทธิผลสูงสุด โ

ดยไทยกำลังเดินหน้าพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ การจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัลที่เพิ่มความโปร่งใสและการใช้ข้อมูล การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวที่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และการจัดซื้อจัดจ้างเชิงนวัตกรรมที่เน้นผลลัพธ์มากกว่าราคา เพื่อเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีและธุรกิจใหม่เติบโต ขณะเดียวกันรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นฐานหลักของเศรษฐกิจ

โดยในปี 2568 การมีส่วนร่วมของ SMEs ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของไทยเพิ่มขึ้น 8.9% จากปี 2567 พร้อมเร่งปรับปรุงขั้นตอน ลดข้อจำกัด และใช้ระบบ e-GP เชื่อมโยงกับแหล่งเงินทุนผ่านแพลตฟอร์ม PromptBiz รวมถึงผลักดันนโยบาย “Made in Thailand” เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งนโยบายดังกล่าวคาดว่าจะช่วยสร้างการจ้างงาน กระตุ้นนวัตกรรม และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นความคุ้มค่าที่ไม่ได้วัดเพียงการประหยัดงบประมาณ แต่รวมถึงประโยชน์โดยรวมต่อสังคม

“การจัดซื้อจัดจ้างไม่ใช่แค่การใช้จ่ายของรัฐ แต่เป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางการเติบโตของประเทศในอนาคต โดยประเทศไทยจะมุ่งผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น ทั้งในด้านมาตรฐาน ความโปร่งใส และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เนื่องจากการพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันความพร้อมในการร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อยกระดับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก” ดร.เอกนิติ กล่าวทิ้งท้าย

แพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของไทยถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ โดยคิดเป็น 10% ของ GDP พร้อมเร่งปฏิรูปกฎหมายและพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) แบบครบวงจร ตลอดจนเดินหน้าสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ ได้แก่ การส่งเสริมผู้ประกอบการ SME และสินค้า “Made in Thailand” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ

นอกจากนี้กรมบัญชีกลางยังมีนโยบายที่จะส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวเพื่อมุ่งสร้างอุปสงค์สินค้าที่เป็นมิตร

ต่อสิ่งแวดล้อม และลดต้นทุนประเทศในระยะยาว รวมถึงยกระดับความโปร่งใสผ่านโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Infrastructure Transparency Initiative: CoST) และโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) เพื่อปฏิรูปการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสู่สาธารณชน อย่างไรก็ดีกรมบัญชีกลางตั้งเป้าที่จะใช้ระบบดิจิทัลอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสู่มาตรฐานสากลภายใน 5 ปี

Latest articles

LINE ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 15 ปี ด้วยแคมเปญ “LIFE on LINE – 15 ปี

LINE ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 15 ปี ด้วยแคมเปญ "LIFE on LINE – 15 ปี กับความสุขในทุกๆ วัน" เพื่อขอบคุณผู้ใช้งานชาวไทยที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางมาตลอด พร้อมเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้สะดวก สบายใจ และเชื่อมโยงถึงกันมากยิ่งขึ้น

KTSC มอง TravelTech เปลี่ยนจากแอปสู่ Deep Tech รับมือโจทย์ใหม่ธุรกิจท่องเที่ยว

อุตสาหกรรม TravelTech กำลังเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการดิจิทัลสำหรับนักท่องเที่ยว ไปสู่การนำ AI, AIoT และเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) มาใช้ยกระดับการดำเนินงานของธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งแต่โรงแรม ระบบการเดินทาง การบริหารรายได้ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ ตามมุมมองของ Korea Tourism Startup Center

ETDA เปิดไฮไลท์ เวที AIGW 2026 ชู AI Governance จากหลักการระดับโลก สู่การใช้งานจริงในไทย

ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จับมือ พาร์ทเนอร์หน่วยงานชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ เตรียมจัดงาน AIGW 2026 เวทีสำคัญด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Connecting the Right Dots: From Global AI Principles to Real-World Practice” ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 เพื่อเชื่อมโยงหลักการกำกับดูแล AI ระดับโลก สู่แนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในบริบทของประเทศไทย

มหิดล ชูศักยภาพด้านการแพทย์และสาธารณสุข เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ “Holistic Wellbeing”

มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Wellness Economy ผ่านการประกาศยุทธศาสตร์ “Holistic Wellbeing” หรือ “สุขภาวะองค์รวม” ภายใต้แนวคิด“The Next Milestone: Mahidol and the Future of Thailand’s Holistic Wellbeing” เพื่อยกระดับสุขภาพและสุขภาวะของประชาชนในทุกช่วงวัย ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต โดยอาศัยศักยภาพด้านการศึกษา การวิจัย นวัตกรรม และบริการสุขภาพของมหาวิทยาลัย

More like this