finbiz by ttb แนะปลด “5 จุดล็อก” ดัน SME ไทย ทั้งเก่งและไปไกลกว่าเดิม

Published on

SME ไทยไม่ได้หยุดพัฒนา หลายธุรกิจยิ่งทำยิ่งเก่ง แต่ยิ่งเก่งก็ยิ่งเหนื่อย และสุดท้าย…ธุรกิจกลับไม่เติบโตถึงไหน จากข้อมูลพบว่า แม้ SME เป็นธุรกิจส่วนใหญ่ของประเทศ และมีการจ้างงานกว่า 30–36 ล้านคน แต่สร้างมูลค่า GDP ได้เพียงประมาณ 35–40% ของเศรษฐกิจไทย ขณะที่ 87% ของ SME เริ่มใช้ดิจิทัลแล้ว และ 63% ใช้งานได้ในระดับหนึ่ง แต่มีเพียง 30% เท่านั้นที่ใช้ได้เต็มศักยภาพ

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “การลงมือทำ” แต่คือช่องว่างระหว่าง “ความพยายาม” กับ “การเติบโตจริง” finbiz by ttb เผยข้อมูลเชิงลึกที่ ทีทีบีสำรวจจากผู้ประกอบการ พบว่า SME ไทยยังติดอยู่กับ 5 จุดล็อกสำคัญ ที่ทำให้ SME ไทยยัง “ไปได้ไม่ไกลกว่าเดิม”

5 จุด ต้องรีบปลดล็อก! ฉุด SME ไทยไม่ให้โต

ล็อก 1: คิดเพื่ออยู่รอด…แต่ไม่คิดเพื่อชนะ SME ไทยส่วนใหญ่ มีแผนระยะสั้น ปีต่อปี ไม่เกิน 2 ปี และวางแผนเพื่ออยู่รอด แต่ไม่ใช่โตในระยะยาว ส่งผลให้ไม่กล้าลงทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลง ทำให้ธุรกิจยังอยู่ได้ แต่โตยาก

ล็อก 2: ใช้ดิจิทัล…แต่ยังไม่พลิกเกม พบว่า SME ส่วนใหญ่ใช้เครื่องมือดิจิทัลแล้ว แต่แค่ “พื้นฐาน” ส่วน AI ถูกใช้เพื่อช่วยงานง่าย ๆ แต่ไม่ได้ใช้เพื่อเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ ส่งผลให้ธุรกิจทำงานได้เร็วขึ้นจริง แต่ไม่ได้อยู่ในจุดที่สร้างการเติบโตในระยะยาว

ล็อก 3: รู้กำไรขาดทุน…แต่ไม่สามารถบริหารความเสี่ยง ธุรกิจมองเห็นตัวเลข แต่ไม่ได้ประมาณการณ์เงินในอนาคต ทำให้มีปัญหาสภาพคล่อง ไม่รู้ต้นทุนที่แท้จริง ควบคุมอนาคตไม่ได้

ล็อก 4: เติบโตที่ขนาด…แต่ไม่โตที่ประสิทธิภาพ ธุรกิจเติบโตแค่ยอดขาย…แต่ระบบภายในยังไม่พร้อม กระบวนการทำงานยังไม่มั่นคง สินค้าบางส่วนขาดคุณภาพ และต้องพึ่งบุคคลสำคัญหรือ Keyman เป็นหลัก ขณะที่พนักงานส่วนใหญ่ยังไม่มีทักษะที่จำเป็น ส่งผลให้ธุรกิจขยายต่อได้ยาก

ล็อก 5: อยากเติบโตต่อ…แต่ขาดแผนที่ชัดเจน ขาดข้อมูลตลาด ขาดที่ปรึกษา และไม่มีทิศทางที่แน่นอน ทำให้การวางแผนเติบโตไม่แม่นยำและขาดเป้าหมายที่ชัดเจน

5 จุดล็อกที่เป็น “กับดัก” ทำให้ SME ยิ่งพยายามก็ยิ่งเหนื่อย และธุรกิจไม่โตจริง
การปลดล็อก SME ไม่ใช่แค่ทำให้มากขึ้น แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการทำงาน โดยต้องมี 3 ปัจจัย ได้แก่
1. Growth & Transformation Mindset เจ้าของ หรือผู้บริหารต้องเปลี่ยนจาก “สู้เพื่ออยู่รอด” สู่ “คิดเพื่อชนะ”
2. Digital & AI Empowerment ใช้เครื่องมือดิจิทัลและ AI ให้เหมาะสมและเป็น เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเติบโต
3. Strategic Risk Management วางแผนกระจายความเสี่ยงและเตรียมพร้อมล่วงหน้า เพื่อควบคุมทิศทางธุรกิจ
ถ้า SME ยังทำธุรกิจแบบเดิม ถึงจะเก่งขึ้นแค่ไหน ก็อาจจะไปได้ไม่ไกลกว่าเดิม แต่ถ้ารู้วิธีแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ธุรกิจจะมีโอกาสเติบโตและก้าวไปข้างหน้าได้จริง

ทีทีบีมุ่งมั่นยกระดับสู่บทบาท “SME Growth Navigator” เพื่อช่วยผู้ประกอบการมองเห็นทางออกและปลด
ล็อกการเติบโตอย่างเป็นระบบ ผ่านทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือ และคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้ SME ไทยไม่ต้องอยู่ที่เดิม แต่สามารถเติบโต “ไปได้ไกลกว่าเดิม” อย่างแท้จริง

Latest articles

งานประชุมสุดยอด RESILIA Summit 2026 เดินหน้าขับเคลื่อนความก้าวหน้า ด้านศัลยศาสตร์หัวใจ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Edwards Lifesciences ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมที่สำหรับโรคหัวใจเชิงโครงสร้าง (Structural Heart Disease) จึงได้จัดงานประชุมสุดยอด RESILIA Summit 2026 โดยรวมตัวศัลยแพทย์หัวใจชั้นนำกว่า 120 ท่าน จาก 10 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางก้าวต่อไปของการดูแลรักษาผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจ

มูลนิธิศุภนิมิตฯ หนุนสร้างนวัตกรรมการจัดการขยะอย่างยั่งยืนในเขตอุทยานแห่งชาติ

ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพื้นที่ชนบทห่างไกลที่มีความท้าทายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เนื่องจากระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น รถขนส่งขยะ ไม่สามารถเข้ามาให้บริการได้ ด้วยสภาพพื้นที่ที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาและตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ภายใต้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562

เอ็มจี ชูมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสุดในแบตเตอรี่ที่ประกอบในไทย

เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เผยข้อมูลนวัตกรรมความปลอดภัยของแบตเตอรี่รถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ด้วยมาตรฐานการทดสอบสุดโหด ทั้งในยุโรป (UN ECE R100) จีน (GB 38031)

นายกทันตแพทยสมาคมฯ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 121 (1/2569)

รศ.ทญ.ดร.ศิริวิมล ศรีสวัสดิ์ (ที่ 2 จากซ้าย) นายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 121 (1/2569) ของทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 มิถุนายน 2569 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพด้านทันตกรรม ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมทางทันตกรรมระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพจากทั่วประเทศ

More like this