‘บมจ. เซ็ปเป้’ หรือ SAPPE ประกาศผลงานไตรมาส 2/2569 ทำรายได้จากการขาย 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% QoQ และมีกำไรสุทธิ 189 ล้านบาท รับอานิสงส์ตลาดต่างประเทศและในประเทศฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศักยภาพการบริหารจัดการต้นทุน แม้ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายจากตลาดตะวันออกกลาง ไตรมาส 3/2569 คาดเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าผลักดันรายได้รวมทั้งปีเติบโตตามเป้าหมาย
ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 (เมษายน-มิถุนายน) บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ที่มีรายได้จากการขาย 1,292 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,538 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มเอเชียและสหรัฐอเมริกา
ขณะที่ยุโรปเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตามยอดขายจากตะวันออกกลางชะลอตัวลงจากผลกระทบชั่วคราวของการขนส่งจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สำหรับกำไรสุทธิ 189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% QoQ ที่มีกำไรสุทธิ 183 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทางการขายและการตลาด (Selling Expenses) ที่เพิ่มขึ้นในการลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์ รองรับการเติบโตในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม SAPPE ยังคงความสามารถทำกำไรอย่างแข็งแกร่ง โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) 44.2% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ถึงแม้ว่าต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน และราคาเม็ดพลาสติก (Resin) ปัจจัยหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินบาท และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ผ่านโครงการลดต้นทุนภายใน (Cost Saving) การเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) และการล็อกราคาวัตถุดิบ เช่น น้ำตาลซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
รายได้จากการขายต่างประเทศในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1,071 ล้านบาท ลดลง 3.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจาก สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ยอดขายในตลาดตะวันออกกลางลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยอดขายในตลาดอเมริกายังคงเติบโตต่อเนื่องจากการขยายช่องทางจัดจำหน่าย ขณะที่ตลาดเอเชียยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมายเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
รายได้จากการขายในประเทศในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 429 ล้านบาท ลดลง 3.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมะพร้าวที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องมาจากไตรมาส 1 ส่งผลให้รายรับจากธุรกิจ All Coco ลดน้อยลง
อย่างไรก็ตาม กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Functional Drinks & Healthier Drinks) มีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะแบรนด์ B’lue (บลู) ที่สร้างยอดขายเติบโตได้อย่างโดดเด่น ตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวนวัตกรรม “เครื่องดื่มวิตามินน้ำใสกลิ่นไอศกรีมเจ้าแรกในประเทศไทย” 2 รสชาติ ได้แก่ B’lue Bubble Gum Ice-cream Flavor (กลิ่นไอศกรีมบับเบิลกัม) และ B’lue Black Forest Ice-cream Flavor (กลิ่นไอศกรีมแบล็คฟอเรสต์) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้บริโภค
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากยอดขายที่ฟื้นตัวในหลายประเทศที่เป็นตลาดหลัก ตลอดจนความคาดหวังต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะค่อยๆ คลี่คลาย โดยแม้ภาพรวมการเติบโตของรายได้ทั้งปี จะมีปัจจัยกดดันและความท้าทายจากความไม่แน่นอนในต่างประเทศ แต่ SAPPE ยังคงมุ่งมั่นผลักดันผลการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายเดิมที่จะเติบโต 15% ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนที่เข้มแข็ง และศักยภาพของการเป็นแบรนด์ในระดับโลก
“นอกจากนี้ SAPPE ยังขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งและขีดความสามารถในกา รแข่งขันระยะยาว โดยบูรณาการแนวคิด ESG ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งการพัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่มใหม่ไม่น้อยกว่า 20 ผลิตภัณฑ์ต่อปี การบริหารจัดการน้ำแบบ Zero Water Discharge 100% การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ตามแนวคิด Circular Economy ตลอดจนโครงการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชุมชน
ความมุ่งมั่นดังกล่าวส่งผลให้ล่าสุด SAPPE คว้ารางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 (Prime Minister’s Export Award 2026) สาขา “ผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน” (Best Green & Sustainable Exporter) จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดที่รัฐบาลมอบให้แก่ผู้ประกอบการไทย สะท้อนศักยภาพในการสร้างการเติบโตอย่างรับผิดชอบ พร้อมยกระดับแบรนด์ไทยให้แข่งขันได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนบนเวทีโลก” ปิยจิต กล่าว

