อารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มอบหมายให้ นพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนภาครัฐในการนำภาคเอกชนไทยในอุตสาหกรรมมันสำปะหลังรวม 22 ราย เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าจีนรวม 34 ราย เพื่อผลักดันการส่งออกมันสำปะหลังไทยไปยังตลาดที่มีศักยภาพในภูมิภาคตะวันตกของจีน ณ เมืองฉงชิ่ง ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่ไทยยังไม่เคยเจรจาการค้ามาก่อน และมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องตามนโยบายการพัฒนาพื้นที่ตะวันตกของรัฐบาลจีน
โดยภายในงาน ผู้ประกอบการไทยได้เจรจากับผู้นำเข้าจีนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหาร อาหารสัตว์ ธุรกิจโลจิสติกส์และ Supply Chain และอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้แสดงตัวอย่างสินค้า เพื่อเน้นย้ำถึงคุณภาพของมันสำปะหลังไทย โดยฝ่ายจีนให้การยอมรับในคุณภาพมาตรฐานและแสดงความพร้อมในการนำเข้าเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ของจีน
“จีนเป็นตลาดส่งออกมันสำปะหลังอันดับหนึ่งของไทย โดยปัจจุบันการส่งออกมันสำปะหลังไปจีนยังคงกระจุกตัวอยู่ในแถบตะวันออก ขณะที่ภูมิภาคตะวันตกของจีนมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านจำนวนประชากรและการพัฒนาเมือง ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ของจีนที่เอื้อต่อการขนส่งจากไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น
โดยการจับคู่เจรจาธุรกิจครั้งนี้ได้ผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม ฝ่ายจีนยอมรับในคุณภาพมาตรฐานของมันสำปะหลังไทย และแสดงความสนใจที่จะนำเข้าเพื่อรองรับความต้องการในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยคาดการณ์มูลค่าสั่งซื้อภายใน 1 ปี สำหรับสินค้าแป้งมันสำปะหลัง 32,442,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมันเส้นมันอัดเม็ด 30,810,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งสิ้น 63,252,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,087,316,000 บาท จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายธุรกิจทางการค้าที่ช่วยเพิ่มโอกาสการขยายตลาดมันสำปะหลังไปสู่ภูมิภาคตะวันตกของจีน ซึ่งกรมฯ จะติดตามผลอย่างใกล้ชิด และเดินหน้าผลักดันการส่งออกมันสำปะหลังไทยให้เติบโตทั้งในเชิงปริมาณและมูลค่าในตลาดที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง”
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 กรมฯ ได้นำคณะผู้ประกอบการไทยศึกษาดูงานด้านโลจิสติกส์ ณ ศูนย์แสดงข้อมูลห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ (Inland International Logistics Hub Exhibition Center) ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์สำคัญในจีนตะวันตก เป็นจุดรวมสินค้า กระจายสินค้า และเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative (BRI) โดยได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ คณะฯ ได้เรียนรู้รูปแบบการขนส่งสินค้าที่หลากหลาย ทั้งทางเรือ ราง และถนนที่เชื่อมโยงจีนตะวันตกกับภูมิภาคต่างๆ ทั้งจีนตอนใน อาเซียน เอเชียกลาง และยุโรป ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดจีนตะวันตกได้อย่างสะดวกในเวลาอันสั้น ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์และพันธกิจของกรมการค้าต่างประเทศในการผลักดันและเสริมสร้างศักยภาพสินค้าเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

