VING (วีอิ้ง) รองเท้าแตะวิ่งได้ นวัตกรรมไทยจากแดนอีสาน กับสถิติใหม่ระดับโลก

Published on

ในยุคที่กระแสการวิ่งมาราธอนยังครองใจผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งมือใหม่หรือนักกีฬาระดับอาชีพ ต่างยอมลงทุนกับรองเท้าวิ่งตัวท็อปราคาตั้งแต่หลักพันถึงหมื่นบาท เพื่อความรู้สึกที่เบาสบายและประสิทธิภาพสูงสุดบนสนาม แต่ใครจะคิดว่าท่ามกลางยุคทองของ “Super Shoe” รองเท้าผ้าใบไฮเทคนับร้อยแบรนด์จากทั่วทุกมุมโลก จะมี “รองเท้าแตะ” จากแดนอีสานของไทยแทรกเข้ามาสร้างสถิติโลกที่ไม่มีใครเคยคิด

นี่คือเรื่องราวของ ” VING ” (วีอิ้ง) แบรนด์รองเท้าแตะวิ่งไทยที่กำลังสั่นสะเทือนวงการกีฬาระดับโลก เมื่อรุ่น NIRUN (นิรัน) ช่วยให้นักวิ่งชาวเคนยาคว้าแชมป์ขอนแก่นมาราธอนด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 18 นาที 57 วินาที ทำลายสถิติโลกสำหรับการวิ่งมาราธอนด้วยรองเท้าแตะ เร็วกว่าสถิติเดิมของแบรนด์ Crocs ถึง 30 นาที และคว้ารางวัลชนะเลิศในรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจ ประจำปี 2025 จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA

รองเท้าแตะที่เริ่มต้นจากความเจ็บปวด

เบื้องหลังความสำเร็จที่น่าทึ่งนี้ เริ่มต้นจากประสบการณ์เจ็บปวดของนายวาที วิเชียรนิตย์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ VING ในการแข่งวิ่งมาราธอนที่บุรีรัมย์เมื่อ 6 ปีก่อน ที่เมื่อวิ่งไปได้ 21 กิโลเมตร ก็เกิดอาการเจ็บเท้าทำให้ต้องไปซื้อรองเท้าแตะจากร้านสะดวกซื้อมาใส่วิ่งต่ออีกกว่า 20 กิโลเมตร จนถึงเส้นชัย

“ด้วยประสบการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต ทำให้ค้นพบว่ารองเท้าแตะมีข้อดีที่สำคัญคือ กันทรงที่ดี ไม่โดนบีบเท้า ทำให้อาการบาดเจ็บลดลง แต่ปัญหาคือพื้นรองเท้าไม่มีการส่งแรงและซัพพอร์ตที่ดีพอ ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้ามีรองเท้าที่เปิดโล่งสบายเหมือนแตะ แต่พื้นส่งแรงได้ดีเหมือนผ้าใบจะเป็นอย่างไร จากนั้นจึงได้เริ่มศึกษาตลาด พบว่ามีรองเท้าแตะวิ่งอยู่บ้างในท้องตลาด แต่ยังไม่มีแบรนด์ไทยที่ทำจริงจัง จึงตัดสินใจพัฒนารองเท้าแตะวิ่งแบรนด์ไทยแบรนด์แรกขึ้นมา” วาทีกล่าว

นวัตกรรมดีต้องมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

ในยุคที่ตลาดกีฬามูลค่าหลายหมื่นล้านบาทถูกครอบงำโดยแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก การจะเข้าไปแข่งขันกับรองเท้าผ้าใบสำหรับวิ่งโดยตรงคงเป็นไปไม่ได้สำหรับสตาร์ตอัปเล็กๆ จากขอนแก่น VING จึงเลือกใช้กลยุทธ์ “Niche Market” หรือการโฟกัสกลุ่มเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้รองเท้าแตะวิ่งจริง ๆ

วาที อธิบายว่า การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต้องทำ Niche ก่อน ไม่ใช่ทำเพื่อตอบทุกคน จึงไม่ได้มองว่า การมีรองเท้ากีฬาในตลาดกีฬาอยู่มากมายจะอุปสรรค แต่สิ่งนี้กลับกลายเป็นโอกาส เพราะกลุ่มเป้าหมายหลักของ VING คือนักวิ่งระยะไกลที่มักประสบปัญหาเท้าบวม 1-2 ไซส์หลังวิ่งผ่านระยะ 30-40 กิโลเมตร ทำให้รองเท้าผ้าใบ แม้จะดีแค่ไหนก็อาจกลายเป็นภาระสำหรับนักวิ่งที่ได้ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนที่มีเท้าอูม มีปัญหาเรื่องรองช้ำ หรือคนที่มีปัญหากับผ้าใบที่บีบนิ้วเท้า ซึ่งต้องการความสบายในการใส่

“สิ่งที่ทำให้รองเท้า VING แตกต่างจากรองเท้าแตะทั่วไปคือ การออกแบบที่ผสมผสานเทคโนโลยีจากรองเท้าผ้าใบเข้าไปด้วย โดย VING ใช้โฟมเดียวกับรองเท้าผ้าใบ มีดรอป (Heel-to-Toe Drop) และความหนาของส้นที่สูงพอ ๆ กับรองเท้าวิ่ง จึงมีการซัพพอร์ตและส่งแรงได้ดีเหมือนรองเท้าผ้าใบ แตกต่างจากรองเท้าแตะในตลาดทั่วไปที่เป็นแค่รองเท้าแตะพื้นแบนและข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของ VING คือ “น้ำหนักเบามาก” ในยุคที่รองเท้าผ้าใบคู่หนึ่งหนักประมาณ 300 กรัม รองเท้า VING หนักเพียง 100-120 กรัม หรือเบากว่าเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น ซึ่งสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อต้องวิ่งระยะไกล”

3 ปีแห่งการพัฒนา จนกลายเป็น NIRUN

หลังจากทำธุรกิจมา 2 ปี ตลาดรองเท้าวิ่งเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมาก ด้วยกระแส “Super Shoe” รองเท้าที่ใช้โฟมพิเศษมีการคืนแรงส่งสูงมาก พร้อมแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์เพลทที่ช่วยบีบและซัพพอร์ตเท้าได้ดีกว่า ทำให้รองเท้าแตะของ VING เริ่มเสียเปรียบในการแข่งขันระยะไกลนายวาทีจึงเริ่มต้นโครงการพัฒนารองเท้าแตะที่มีแผ่นคาร์บอนและโฟมระดับเดียวกับ Super Shoe แต่ก็ติดปัญหาเรื่องโรงงานและวัสดุในไทยที่ยังไม่สามารถทำได้ตามต้องการ

” VING ใช้เวลา 3 ปีเต็มในการหาวัสดุที่ทำได้ในไทย เพราะไม่อยากสั่งต่างชาติผลิต จนกระทั่งต้นปี 2567 จึงได้นำวัสดุเข้ามาปรับปรุง โดยแก้ไขทั้งฝั่งดีไซน์และวัสดุจนออกมาเป็น NIRUN รองเท้าแตะระดับ Super Sandal รุ่นแรกของโลก โดยตัวรองเท้าถูกออกแบบตามหลักชีวกลศาสตร์ของนักวิ่งเพื่อช่วยลดแรงกระแทก ลดอาการบาดเจ็บสะสม และเพิ่มแรงส่งในทุกก้าว มีแผ่น carbon fiber plate และ super foam (VEPRO Foam) ที่ให้ค่าการเด้งกลับสูงถึงร้อยละ66% อีกทั้งยังมีพื้นนอกที่ผลิตจากวัสดุ EPES ซึ่งมีค่าความทนทานสูงกว่ารองเท้าวิ่งทั่วไปถึง24% และสามารถรีไซเคิลได้ 100% เพื่อตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดย NIRUN จะทำให้ทุกคนสามารถสวมใส่วิ่งตั้งแต่ระยะ 1 -100 กิโลเมตรได้โดยไม่มีปัญหาการบีบ หรือเสียดสีเท้าจนเกิดอาการบาดเจ็บขึ้น”

สถิติโลกใหม่จากขอนแก่นมาราธอน

จากความมั่นใจในประสิทธิภาพของรองเท้ารุ่น NIRUN ซึ่งมีนวัตกรรมที่โดดเด่น VING จึงได้เชิญนักวิ่งมาร่วมทดสอบประสิทธิภาพของรองเท้า โดย Banabas Kiplimo นักวิ่งชาวเคนยา ได้สวมใส่ในการแข่งขันขอนแก่นมาราธอนนานาชาติ 2025 และสามารถวิ่งเข้าเส้นชัยได้เป็นอันดับที่ 1 อีกทั้งยังสามารถสร้างสถิติโลกจากการวิ่งด้วยรองเท้าแตะด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 18 นาที57 วินาที เร็วเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เมื่อเทียบกับสถิติเดิมของแบรนด์ Crocs ที่เคยทำสถิติไว้ในเวลา 2 ชั่วโมง 48-49 นาที การสวมใส่ NIRUN ทำให้สามารถวิ่งได้เร็วกว่าสถิติเดิมถึง 30 นาที

“จุดเด่นของ NIRUN คือน้ำหนักเบามาก เพียง 170 กรัม เมื่อเทียบกับ Super Shoe ในท้องตลาดที่หนักประมาณ 200 กรัม และเปิดโล่งไม่ต้องกลัวเท้าชุ่มหรือถูกบีบ จึงได้เปรียบทั้งเรื่องน้ำหนักและความสบายตลอดการแข่งขัน เหมาะกับนักวิ่งที่แข่งขันจริงจังแต่ต้องการความสบายเวลาสวมใส่ ซึ่งความสำเร็จของนักวิ่งชาวเคนยานี้ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของรองเท้าที่ทำงานได้เป็นอย่างดี มีความโดดเด่นในเรื่องดีไซน์และความรู้สึกในการใส่ที่แตกต่าง ทุกคนที่ได้ใส่ต่างสัมผัสได้” วาที เล่าด้วยความภูมิใจ

รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ

วาที กล่าวถึงการคว้ารางวัลชนะเลิศ “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2568” ด้านเศรษฐกิจ ประเภทวิสาหกิจขนาดใหญ่และวิสาหกิจขนาดกลางจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ว่า VING พยายามในการยื่นเสนอผลงานในรางวัลนี้มาแล้วประมาณ 4-5 ปี แต่ด้วยรองเท้ารุ่นเดิมอาจดูไม่แตกต่างจากท้องตลาดมากนัก

อีกทั้งเทคโนโลยีที่ใช้ก็ยังเป็นของที่มีอยู่ทั่วไป แต่ NIRUN มีความพิเศษตรงวัสดุที่ได้พัฒนาขึ้นมาเอง โดยใช้ระยะเวลาพัฒนาคุณสมบัติวัสดุยาวนานกว่า 3 ปี รวมกับดีไซน์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก จึงถือเป็นนวัตกรรมที่แปลกใหม่ เข้ามาช่วยแก้ไขข้อจำกัดของรองเท้าแตะสำหรับวิ่งในแบบเดิม

“NIA มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน VING ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปัจจุบันผ่านหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ช่วยในเรื่องการขยายตลาด รวมถึงโครงการนิลมังกรที่ช่วยบ่มเพาะการสร้างแบรนด์ และช่วยด้านการประชาสัมพันธ์ ทำให้ VING เป็นที่รู้จัก และเกิดความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และการได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ จาก NIA ซึ่งถือเป็นยอดพีระมิดของคำว่านวัตกรรมไทย เป็นความภาคภูมิใจของแบรนด์ และก็ถือเป็นเครื่องยืนยันว่า VING เป็นแบรนด์นวัตกรรมตัวจริง ไม่ใช่แค่ตั้งชื่อขึ้นมาเล่น ๆ เพราะใน Vision และ Mission ของแบรนด์ ได้ใส่คำว่านวัตกรรมไว้ตั้งแต่แรก

ดังนั้น VING จึงมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมอยู่เสมอ และแม้ว่าในประเทศไทยอาจยังไม่มีเทคโนโลยีด้านวัสดุรองเท้าที่แพร่หลายมากนัก แต่การมีองค์กรอย่าง NIA คอยสนับสนุนและให้คำแนะนำผ่านโครงการต่างๆ ก็เป็นแรงผลักดันสำคัญให้ธุรกิจสตาร์ตอัปสามารถเติบโตและแข่งขันในระดับโลกได้”

ผู้นำตลาดในไทย พร้อมก้าวสู่เวทีโลก

ปัจจุบัน VING ครองส่วนแบ่งการตลาดรองเท้าแตะวิ่งในประเทศไทยถึง 95% โดยในปี 2568 มีรายได้กว่า 180 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือลูกค้าของ VING กว่า 50% ไม่ใช่นักวิ่ง แต่เป็นคนที่มองหารองเท้าสุขภาพหรือรองเท้าที่ใส่สบาย โดยเฉพาะคนที่มีปัญหารองช้ำ

แม้ปัจจุบัน99% ของยอดขายยังเป็นในประเทศ แต่หลังจากความสำเร็จในขอนแก่นมาราธอน มีชาวต่างชาติติดต่อสั่งซื้อรองเท้ามากยิ่งขึ้น แบรนด์จึงกำลังเตรียมการขยายไปต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยมีพาร์ทเนอร์ที่นิวยอร์กกำลังสร้างคอมมูนิตี้และทีม และมีการไปขายที่ไมอามี่ในงานแสดงศิลปะพร้อมสร้างกิจกรรมรันนิ่ง

โดยหลังจากได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ VING ได้ขยายทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ทั้งฝั่งออกแบบ วิทยาศาสตร์การกีฬา และนักเคมี โดยมีแผนสำหรับอนาคต 3-5 ปีข้างหน้า คือการเติบโตเป็นธุรกิจในระดับพันล้าน พร้อมกับเพิ่มสินค้านวัตกรรมอย่างน้อยทุกๆ 1-2 ปี

Latest articles

Pearly ส่งหมอนซุกมือน้องเพิร์ลลี่ ฉลอง International Day of Happiness พร้อมรุกบริการแคทเทอริ่ง

Pearly ร่วมฉลอง “วันความสุขสากล” ปลุกสีสันตลาดชาเมืองไทย ส่ง “น้องเพิร์ลลี่” เพื่อนซี้พลังบวก ร่วมสร้างความสดใสด้วยโปรโมชันพิเศษ “มีนาแล้ว มีน้องเพิร์ลลี่หรือยัง” โชว์ไอเท็มสุดน่ารัก “หมอนซุกมือน้อง PEARLY”

ลาลามูฟ คว้า “เจฟ ซาเตอร์” นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

การเปิดตัว เจฟ ซาเตอร์ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ถือเป็นก้าวสำคัญของลาลามูฟในการสร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมสื่อสารจุดแข็งของแบรนด์ผ่านบุคคลที่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่

เนสกาแฟ ทุ่ม 800 ล้านบาท เปิดตัวสูตรใหม่ ส่ง “ณเดชน์-แบมแบม” ดูโอแบรนด์แอมบาสเดอร์

เนสกาแฟ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดกาแฟในประเทศไทย ทุ่มงบ 800 ล้านบาท ชูแคมเปญมิวสิกมาร์เก็ตติ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ เปิดตัว “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ริช อโรมา สูตรใหม่”

โรงพยาบาลพญาไท 1 เปิดตัวศูนย์ Menopause Wellness ยกระดับการดูแลสตรีวัยหมดประจำเดือน

โรงพยาบาลพญาไท 1 เปิดตัวศูนย์ “Menopause Wellness” ยกระดับการดูแลสตรีวัยหมดประจำเดือนแบบองคร์วม (Holistic Care) พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมการดูแลผิวและสมดุลภายใน

More like this