AIT ปักธงปี 69 รายได้ทะลุเป้า 6,900 ล้านบาท มุ่งสู่ผู้นำ ICT ครบวงจร

Published on

AIT ประกาศความสำเร็จปี 2568 ต่อเนื่อง ทำรายได้จากงบเฉพาะกิจการ 6,817 ล้านบาท กำไรสุทธิ 582 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ฟากบอร์ดฯ ไฟเขียวเคาะจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 เพิ่มอีก 0.21 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 เมษายนนี้ พร้อมเดินหน้าลุยปี 2569 ตั้งเป้ารายได้ 6,900 ล้านบาท ชูจุดแข็ง Backlog ในมือแกร่ง มุ่งรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) เฉลี่ยที่ 7 – 8% ตอกย้ำความเป็นผู้นำ ICT ครบวงจร

ศศิเนตร พหลโยธิน ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT ผู้นำในธุรกิจรับเหมาระบบสารสนเทศและการสื่อสารอย่างครบวงจร เปิดถึงผลการดำเนินงานประจำปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากงบเฉพาะกิจการอยู่ที่ 6,817 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากงบเฉพาะกิจการอยู่ที่ 7,198 ล้านบาท พร้อมทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 582 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 573 ล้านบาท

ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพในทุกมิติ โดยเฉพาะกำไรที่เพิ่มขึ้นแม้รายได้ลดลง สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น มีการโอนกลับสำรองค่าปรับงานล่าช้า และสามารถบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมแข็งแกร่งขึ้น

จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ (บอร์ด) พิจารณาจากงบเฉพาะกิจการและอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเพิ่มอีกในอัตราหุ้นละ 0.21 บาท (ยี่สิบเอ็ดสตางค์) กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 สำหรับสิทธิในการรับเงินปันผลดังกล่าวขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทในวันที่ 9 เมษายน 2569 ทั้งนี้ เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท (สิบห้าสตางค์) ที่จ่ายเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.36 บาท (สามสิบหกสตางค์) สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคงและการเป็นหุ้นปันผล (Dividend Stock) ที่สร้างผลตอบแทนยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น

ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AIT กล่าวเพิ่มว่า สำหรับแนวโน้มธุรกิจอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ในประเทศไทยในปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยอาจยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ แต่ความต้องการลงทุนในเทคโนโลยี AI, Cloud, Cybersecurity และ Data Analytics ยังคงขยายตัวสูง ทั้งจากภาครัฐที่เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประสิทธิภาพสูง รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มากขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลโดยตรงต่อ AIT ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีความพร้อมในการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ ส่งผลให้บริษัทฯ มีโอกาสขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง

บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2569 ไว้ที่ 6,900 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบเพื่อรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ให้อยู่ที่ 7-8% ผ่าน 3 กรอบกลยุทธ์หลัก คือ 1.) การต่อยอดโอกาสทางธุรกิจจากจุดแข็งและความเชี่ยวชาญหลักของบริษัท  2.) การบริหารทรัพยากรและโครงสร้างต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและผลตอบแทน และ 3.) การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรและความผูกพันของพนักงาน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ปัจจุบัน AIT มีมูลค่างานในมือ (Backlog) ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ประมาณ 6,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าด้วยรากฐานที่มั่นคง จะช่วยให้ AIT ก้าวขึ้นแท่นผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทยในอนาคต

Latest articles

Hacker ป่วนฐานข้อมูลสมาชิกสภาวิศวกร หวั่นสบช่องมิจฉาชีพ เรียกร้องหน่วยงานรัฐตรวจสอบด่วน

ข้อมูลส่วนตัวของวิศวกรที่ถูกดึงไปนั้น อาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เข้าถึงวิศวกรได้ และใช้วิธีการต่างๆในการหลอกลวงเพื่อหวังผลประโยชน์ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้มาสร้างความน่าเชื่อถือ

“บีไชน์ ไบโอ โปร ซี”  แบบขวด 30 เม็ด เพียง 169 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

‘บีไชน์’ (B-Shine) ส่งตัวช่วยสำคัญ ‘ไบโอ โปร ซี’ (Bio Pro C) วิตามินซีสูตรพิเศษที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องภูมิคุ้มกัน แต่มาพร้อมคุณสมบัติแบบ 3-in-1 ที่เน้นการดูแลถนอมดวงตาควบคู่ไปกับการบำรุงผิวพรรณในหนึ่งเดียว

Tank Tinker ก้าวสู่โอซีซี เสริมพอร์ตธุรกิจไลฟ์สไตล์ เติมเต็มคนรักสัตว์

Tank Tinker มุ่งเน้นสินค้าที่มีดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานได้จริง เน้นความแข็งแรง ทนทาน และความปลอดภัย ครอบคลุมตั้งแต่สายรัดอก รองเท้า ของเล่น อุปกรณ์ดูแลสุขภาพ ไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ของ Pet Parent ยุคใหม่

พช. หนุน OTOP รุกตลาดญี่ปุ่น ยกระดับงานคราฟต์ระดับสากล งานเทศกาลไทย ณ กรุงโตเกียว

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดประชุมเตรียมความพร้อมผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เพื่อเสริมศักยภาพก่อนเข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงานเทศกาลไทย ณ สวนโยโยงิ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 9–10 พฤษภาคม 2569

More like this