“ภูมิใจไทย” ผงาดอันดับ 1 คว้าเก้าอี้ สส. ทั่วประเทศ ขณะที่ประชาชนเทคะแนน 65% “ไฟเขียว” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

Published on

บรรยากาศการเมืองไทยกลับมาคึกคักถึงขีดสุดอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป และการออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ (นับแล้วกว่า 95%) ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อพรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นพรรคที่มีจำนวน สส. มากที่สุดในสภาฯ ขณะที่พรรคประชาชนยังคงรักษาฐานที่มั่นในเขตเมืองและคะแนนบัญชีรายชื่อไว้อย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางกระแสการตอบรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ได้รับมติเห็นชอบอย่างท่วมท้น

ผลการนับคะแนนเบื้องต้นระบุว่า พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการชิงเก้าอี้ สส. เขต โดยสามารถกวาดที่นั่งรวมทั้งสิ้นประมาณ 192-194 ที่นั่ง กลายเป็นพรรคอันดับหนึ่งที่ถือความได้เปรียบในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ในขณะที่พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แม้จะมาเป็นอันดับสองด้วยจำนวน สส. รวมประมาณ 116 ที่นั่ง แต่ยังคงสร้างปรากฏการณ์ “แลนด์สไลด์” ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขตเมืองใหญ่ทั่วประเทศ รวมถึงคว้าคะแนนนิยมในส่วนของ สส. บัญชีรายชื่อ (Party-list) ไปได้สูงที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าฐานเสียงคนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการการปฏิรูปโครงสร้างยังคงแข็งแกร่ง

ด้านอดีตพรรคแกนนำรัฐบาลอย่าง พรรคเพื่อไทย ตกไปอยู่อันดับสามด้วยจำนวนที่นั่งประมาณ 75-80 ที่นั่ง ตามมาด้วยพรรคเกิดใหม่อย่าง พรรคกล้าธรรม ที่สร้างเซอร์ไพรส์คว้าที่นั่งมาได้ถึง 58 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังคงรักษาฐานเสียงไว้ได้ที่ประมาณ 20 ที่นั่ง

นอกจากคะแนนเลือกตั้ง สส. แล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการออกเสียงประชามติในคำถามที่ว่า ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่?” ผลปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่แสดงเจตจำนงชัดเจน ดังนี้:

  • เห็นชอบ: 65.42% (ประมาณ 19.8 ล้านเสียง)
  • ไม่เห็นชอบ: 34.58% (ประมาณ 10.4 ล้านเสียง)

ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ไปสู่รัฐธรรมนูญที่มาจากกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งผลประชามตินี้จะเป็นโจทย์ใหญ่ให้รัฐบาลชุดใหม่ต้องเร่งดำเนินการจัดตั้ง สสร. (สภาร่างรัฐธรรมนูญ) เพื่อยกร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศต่อไป

ด้วยผลคะแนนที่ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาด (เกิน 250 ที่นั่ง) เกมการเมืองจึงเข้าสู่ช่วง “เจรจาต่อรอง” โดยพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคอันดับหนึ่งมีสิทธิอันชอบธรรมในการริเริ่มรวบรวมเสียง อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาแถลงขอบคุณประชาชน พร้อมระบุว่าพร้อมที่จะพูดคุยกับพรรคที่มีแนวทางเดียวกัน เพื่อสร้างรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ

ทางด้านพรรคประชาชน แม้จะมีคะแนนรวมเป็นอันดับสอง แต่ก็ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะเป็นฝ่ายตรวจสอบที่มีคุณภาพ หากไม่สามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลตามอุดมการณ์ของพรรคได้ ขณะที่พรรคเพื่อไทยกลายเป็น “ตัวแปรสำคัญ” ที่ทุกฝ่ายต่างจับตามองว่าตัดสินใจเข้าร่วมกับขั้วใด

หลังปิดหีบเลือกตั้ง บรรดาแกนนำพรรคต่างออกมาแสดงท่าที

  • นายอนุทิน (ภูมิใจไทย): “ชัยชนะครั้งนี้คือความไว้ใจที่ประชาชนมีต่อผลงานที่จับต้องได้ เราจะทำงานหนักเพื่อตอบแทนทุกคะแนนเสียง”
  • นายณัฐพงษ์ (ประชาชน): “แม้ที่นั่ง สส. เขตในต่างจังหวัดจะไม่ได้ตามเป้า แต่คะแนนบัญชีรายชื่อที่ถล่มทลายบอกเราว่า ประชาชนยังเชื่อมั่นในความเปลี่ยนแปลง”
  • คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.): ระบุว่าภาพรวมการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้จะมีรายงานการซื้อสิทธิขายเสียงในบางพื้นที่ เช่น สุราษฎร์ธานี และเชียงราย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ชัยชนะของภูมิใจไทยและการผ่านประชามติแก้รัฐธรรมนูญ คือสัญญาณที่บอกว่าคนไทยต้องการทั้ง “เสถียรภาพและการพัฒนาเศรษฐกิจ” ควบคู่ไปกับ “การปฏิรูปกติกาทางการเมือง”

ภารกิจด่วนของรัฐบาลชุดใหม่นับจากนี้ คือการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการเดินหน้าตามมติประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1-2 ปีต่อจากนี้ ท่ามกลางการจับตามองของนานาชาติว่าประเทศไทยจะก้าวข้ามความขัดแย้งและเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่

Latest articles

ทีทีบี เปิดตัวโซลูชันโอนเงินหยวน “เต็มจำนวน” ตอบโจทย์คู่ค้าไทย-จีน ครบ จบ ในที่เดียว

ทีทีบี โดย เปิดตัว “บริการโอนเงินหยวนแบบเต็มจำนวน สำหรับลูกค้านิติบุคคล” ด้วยการโอนเงินไปจีนด้วยสกุลเงินหยวนผ่านระบบ API ช่วยให้คู่ค้าในประเทศจีนได้รับเงินไว เต็มจำนวน

ส่องตลาดอาหารพร้อมทานเมืองผู้ดี พบแรงกดดันทางเศรษฐกิจ กินนอกบ้านมาแรง

DITP สำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของชาวสราชอาณาจักร ปี 69 พบแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์การบริโภค โดยยังคงบริโภคอาหารนอกบ้าน แต่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า และให้ความสำคัญกับอาหารพร้อมทาน

กรมบัญชีกลางแนะ ตรวจสอบข้อมูลเงินได้และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ปี 68 ผ่านระบบ D-MyTax

กรมบัญชีกลางอำนวยความสะดวกให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำ ตรวจสอบข้อมูลเงินได้และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ปี 68 ผ่านระบบ D-MyTax ก่อนยื่นภาษี

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดศูนย์ตรวจพันธุกรรมแห่งชาติ ยกระดับการวินิจฉัยโรคหายาก

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดศูนย์ตรวจพันธุกรรมแห่งชาติ ยกระดับการวินิจฉัยโรคหายาก สู่การรักษาแม่นยำและนโยบายระดับชาติ

More like this