บีโอไอเคาะลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 7 โครงการ มูลค่ากว่า 9.6 หมื่นล้าน

Published on

บอร์ดบีโอไอ นัดแรกของปี 2569 อนุมัติลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 7 โครงการ มูลค่า 9.6 หมื่นล้านบาท ย้ำนักลงทุนเชื่อมั่นต่อโครงสร้างพื้นฐานของไทย ท่ามกลางกระแสการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลโลก หนุนไทยก้าวสู่ฮับดิจิทัลของภูมิภาค สร้างฐานการเติบโตให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้อนุมัติโครงการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 7 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 9.6 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย

– บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด 3 โครงการ มูลค่าลงทุน 45,304 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี และสมุทรปราการ รองรับกำลังการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (IT Load) รวม 223 เมกะวัตต์ (MW)

– บริษัท จีเอสเอ ดาต้า เซนเตอร์ 05 จำกัด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่ม Gulf, Singtel และ AIS จำนวน 2 โครงการ มูลค่าลงทุน 37,202 ล้านบาท ตั้งอยู่จังหวัดระยอง และสมุทรปราการ รองรับ IT Load รวม 120 เมกะวัตต์ (MW)

– บริษัท สเตลล่าร์ ดีซี จำกัด มูลค่าลงทุน 8,050 ล้านบาท เป็นโครงการของกลุ่ม STECON ที่พัฒนาร่วมกับ SC Zeus Data Centers ประเทศสิงคโปร์ ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร รองรับ IT Load 25 เมกะวัตต์ (MW)

– บริษัท เฟรเออร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จากประเทศสิงคโปร์ ดำเนินธุรกิจติดตั้งและบริหารจัดการดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Hosting) มูลค่าลงทุน 6,321 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง และสมุทรปราการ

สำหรับปี 2568 ที่ผ่านมา มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการดาต้า เซ็นเตอร์ รวมทั้งสิ้น 36 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 728,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ได้แก่ จังหวัดระยอง ร้อยละ 33 จังหวัดชลบุรี ร้อยละ 32 จังหวัดสมุทรปราการ ร้อยละ 12 ส่วนที่เหลือกระจายตัวอยู่ในจังหวัดปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร โดยเป็นการลงทุนขนาดใหญ่จาก ทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ

อาทิ บริษัท ซีนิท ดาต้า เซ็นเตอร์ แอนด์ คลาวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Hyperscale จากประเทศอังกฤษ บริษัท กาแล็คซี่ พีค ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด จากประเทศสิงคโปร์ บริษัท ไทย ดีซี วัน จำกัด ผู้ประกอบการไทย และบริษัท เทเลเฮ้าส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ KDDI จากประเทศญี่ปุ่น

“เทคโนโลยีดิจิทัลมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว องค์กรทั่วโลกเร่งปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสำคัญ เช่น Cloud Computing, AI และ IoT ขณะที่ผู้บริโภคหันมาใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น ทั้งด้านการทำงาน การเรียน การซื้อขายสินค้าและบริการ รวมถึงบริการด้านความบันเทิง ส่งผลให้ความต้องการระบบจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลที่มีเสถียรภาพและปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์ บริการคลาวด์และอื่น ๆ ที่มาต่อยอดกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

การที่ดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำหลายแห่งได้ตัดสินใจปักหมุดการลงทุนในประเทศไทย แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนระดับโลก และจะช่วยเกื้อหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะในภาคการเงินและอีคอมเมิร์ซ” นฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้ ในด้านนโยบายส่งเสริมการลงทุนในกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการลงทุนในกิจการนี้ เมื่อปลายปี 2568 บีโอไอจึงได้ปรับปรุงเงื่อนไขให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เช่น ต้องจ้างงานบุคลากรไทยในตำแหน่งบริหารและผู้เชี่ยวชาญไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ภายในเวลา 3 ปี และกำหนดให้โครงการลงทุนต้องทำกิจกรรมด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และระบบนิเวศในประเทศ เช่น การฝึกอบรมบุคลากร การพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถาบันการศึกษา การวิจัยและพัฒนา การยกระดับทักษะผู้ประกอบการ SMEs ไทย และการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานในประเทศ โดยต้องดำเนินการตามแผนให้แล้วเสร็จก่อนการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล นอกจากนี้ มีข้อกำหนดมาตรฐานการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ (PUE) การบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม

อีกทั้งยังได้กำหนดสิทธิประโยชน์ให้แตกต่างตามพื้นที่ โดยให้สิทธิประโยชน์ระดับสูงแก่โครงการที่ตั้งนอกพื้นที่อีอีซี เพื่อลดการกระจุกตัวของความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่อีอีซี และสนับสนุนการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค

Latest articles

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

วว. พัฒนา นวัตกรรม “โยเกิร์ตถั่วชิกพีพร้อมชง” ปฏิวัติอาหารฟังก์ชันไทย

ในยุคที่การดูแลสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยม แต่กลายเป็นวิถีชีวิตหลักของผู้คนทั่วโลก การเฟ้นหาวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็น "อาหารฟังก์ชัน" (Functional Food) หรืออาหารที่ให้คุณประโยชน์มากกว่าคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐาน จึงเป็นโจทย์สำคัญที่นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจ

เที่ยวไทยฝ่าวิกฤตท้าทาย ลุ้นสถานการณ์ตะวันอออกกลาง ปรับลดเป้าหมาย บุกกลุ่มใช้จ่ายสูง

ในปี 2569 มีการปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายใน 1–3 เดือน โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30–34 ล้านคน

40 ปี รพ.วิภาวดี ชูโรดแมป  Smart Living, Healthy Aging  รองรับสังคมทุกช่วงวัย

โรงพยาบาลวิภาวดี ประกาศความสำเร็จฉลองครบรอบ 40 ปี เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลสู่ศูนย์กลางสุขภาพชั้นนำระดับสากล ภายใต้แนวคิด "Vibhavadi 40th Anniversary: Smart Living, Healthy Aging"

More like this